เฉลิมชัย เฟื่องคอน หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณเชิงภารกิจและเชิงพื้นที่ โดยชี้ว่าการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ไม่เหมาะสม และเสนอให้จัดสรรงบประมาณเชิงภารกิจให้กระจายอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณส่วนกลางที่ไม่ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และขอเสนอให้กำหนดให้ส่วนกลางที่ลงไปในจังหวัดต้องประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม เฉลิมชัย เฟื่องคอน ผู้แทนจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีประเด็นที่อยากจะ ตั้งเป็นข้อสังเกตอยู่ ๒ เรื่องนะครับ คือเรื่องเกี่ยวกับการจัดทํางบประมาณเชิงภารกิจ ซึ่งเป็น งบประมาณของส่วนกลางกับการจัดทํางบประมาณเชิงพื้นที่ระดับจังหวัดกับระดับท้องถิ่น การจัดทํางบประมาณในแต่ละปี ซึ่ง ส.ส. เป็นผู้แปรญัตติงบประมาณเชิงพื้นที่โดยเฉพาะของ ท้องถิ่นนี่นะครับ ส่วนใหญ่แล้วก็จะแปรญัตติตัดงบไปกองไว้ที่กรมของกระทรวงมหาดไทย ปีหนึ่งก็เป็น ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ตกลงกันว่าให้ทําโครงการเอางบประมาณ คนละ ๔๐-๕๐ ล้านบาท กลับไปพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง บางท่านบางคนไม่ทําโครงการ ก็เอาเงินงบประมาณในส่วนโควตาของตัวเองไปขายในวงเงิน ๔๐-๕๐ ล้านบาท มีหลายภาค หลายจังหวัดที่ทํากัน ทําให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเป็นกระบวนการ ตั้งแต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น อันนี้ก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มีกําหนดไว้ว่า ในกรณีที่มีการแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายการหรือจํานวนในรายการใด จํานวน รายการที่ลดหรือตัดทอนนั้นจะนําไปจัดสรรสําหรับรายการกิจกรรมแผนงานหรือโครงการ ที่ตั้งเป็นโครงการใหม่มิได้ แต่ ส.ส. เขาตีความอันนี้นะครับว่าตัดงบประมาณก่อสร้างถนน หลาย ๆ กรมแล้วไปทําโครงการใหม่เป็นถนนในเขตท้องถิ่นสามารถทําได้ เพราะยังเป็นถนนอยู่ ผมก็เสนอว่าน่าจะกําหนดไว้ใหม่นะครับ คือกําหนดให้เงินที่ตัดลดงบประมาณให้เอาไปจ่าย เป็นเงินกู้อย่างเดียวน่าจะดีกว่าครับ เพราะจริง ๆ แล้วคนของกระทรวงมหาดไทยนี้ก็รับทราบเรื่องนี้มาตลอดแต่ก็ไม่ได้แก้ไข บางครั้งก็ยังมีเจ้าหน้าที่ไปรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนเขาเสียอีกนะครับ ส่วนงบประมาณเชิงพื้นที่ ในระดับจังหวัดนั้น จริง ๆ ในระดับจังหวัดได้สัก ๑๕๐ ล้านบาท ๑๕๐ ล้านบาทนี้ถ้ามี ส.ส. สัก ๔ คน เขาก็เอาไปคนละ ๒๐ ล้านบาท ก็เอาไป ๘๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๗๐ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาทนี้ก็เอาไปพัฒนาทุกส่วนราชการที่ตั้งอยู่ในจังหวัดก็ทําอะไรได้ไม่มากนัก ได้ ๑๕๐ ล้านบาทนี้ก็ต้องมาชี้แจงที่สภาหามวันหามคืน ทั้งคืน รอทั้งวัน ถ้าไม่มาก็ไม่ได้งบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับว่างบที่จัดสรรให้จังหวัด ๑๕๐ ล้านบาท ขอให้จัดสรรแล้วก็อย่าให้ ส.ส. เข้ามาก้าวก่ายจะได้พัฒนาจังหวัดได้สะดวกและ มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ในส่วนของงบประมาณส่วนกลาง งบฟังก์ชันที่เราทําในพื้นที่เอาไปลงแล้ว ไม่ค่อยจะบอกจังหวัด ทําลับ ๆ ล่อ ๆ เช่น กรมทรัพยากรน้ํา กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ําบาดาล ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอะไรต่าง ๆ นี้ ไปขุดลอก คูคลองอะไรต่าง ๆ บางทีไปทําแล้วก็ไม่บอกอยากจะเสนอควรกําหนดให้ส่วนกลางที่ลงไป ทํางานในจังหวัดนี้ต้องประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิดนะครับ อันนี้ก็ยังดีนะครับ ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเขาได้กําหนดไว้ในหมวด ๕ ว่าด้วยการคลัง และงบประมาณของรัฐ เขากําหนดไว้อย่างนี้เลยนะครับว่าในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน อันวิญญูชนพึงเห็นได้ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจไต่สวน ข้อเท็จจริงและสรุปสํานวนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แผนกคดีวินัยการคลังงบประมาณ และให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยโดยเร็ว อันนี้ก็ดีนะครับ อย่างเช่น โครงการรับจํานําข้าวที่ สตง. ที่ ป.ป.ช. เขาท้วงติงไป ถ้ามีข้อความอันนี้ในรัฐธรรมนูญก็จะสามารถระงับยับยั้งไม่ให้เกิด ความเสียหายได้
แล้วก็อีกเรื่องนะครับ งบประมาณตามภารกิจที่ผ่านมานั้นเวลาเขาแจ้งมา กระทรวง แจ้งกรมไปว่างบประมาณมาแล้วกรม กระทรวง แจ้งจังหวัดให้ดําเนินการประกวด ราคาอีออกชัน (e-Auction) นะครับ เมื่อได้คนมาดําเนินการแล้วค่อยแจ้งไปทางกระทรวง กลับไปใหม่ว่าได้นาย ก แล้วขอเงินมาทําสัญญา แต่ปรากฏว่าจ้างไปถ้าไม่ได้คนตามที่กรมเขา ต้องการเขาก็จะงอแงต้องรอให้นาย ก ที่ได้ต้องไปวิ่ง ไปเสียเงินเสียทอง ถ้าไม่ยอมเสียเงิน เสียทองก็บอกว่างบไม่มีแล้ว เอาไปทําอย่างอื่นแล้ว อันนี้ต้องแก้ไขนะครับ ไม่อย่างนั้น การทุจริตคอร์รัปชันก็จะตามมา ซึ่งปล่อยให้กรมในส่วนกลางทําแบบนี้มาโดยตลอด ก็ขอฝาก กรรมาธิการไว้ช่วยแก้ไขในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ