ศานิตย์ นาคสุขศรี หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการกําหนดแนวทางของชาติ และขอให้จัดทําแผนยุทธศาสตร์ชาติโดยเร็ว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพและเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ กระผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสระแก้ว ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้ผม ได้มีโอกาสได้อภิปรายเสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาเรื่องการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูประบบงบประมาณการคลังท้องถิ่นในวันนี้นะครับ แต่ผมจะขอเน้นเฉพาะเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติเป็นประเด็นหลักนะครับ เพราะเนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญยิ่งเพราะว่า เป็นแนวทางที่รัฐมนตรีที่ต้องมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินของทุกรัฐบาลในอนาคต ในอดีตที่ผ่านมาผมเชื่อมั่นว่าถ้าหากประเทศของเราได้มีการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ และนํามาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินแล้วนี่ สภาพการปกครอง ประเทศไทยเราคงไม่ตกอยู่ในภาวะทางเดินของวงกลมซ้ําซากเปรียบเสมือนหนูถีบจักร เหมือนปัจจุบัน ซึ่งมีมาไม่น้อยกว่า ๘๐ ปีแล้วดังเช่นทุกวันนี้นะครับ อย่างไรก็ดีผมอยากให้ ทุกท่านได้ย้อนไปมองอดีตที่ผ่านมาในปี ๒๕๐๕ นี่นะครับ ซึ่งเป็นปีที่เราได้มีการเริ่มจัดทํา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกิดขึ้นมา แล้วก็นํามาใช้จนถึงปัจจุบันนี้ ก็จะเห็นว่า ผู้บริหารประเทศของเราที่ผ่านมาก็พยายามที่จะขับเคลื่อนประเทศโดยเดินตามทิศทาง และเป้าหมายให้ชัดเจนนะครับ แต่บางรัฐบาลก็อาจจะไม่ให้ความสําคัญ แต่ท้ายที่สุดเราก็จะ เห็นว่าประเทศของเรานี่ไม่ประสบความสําเร็จในประเด็นต่าง ๆ ในการบริหารประเทศที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติก็อาจจะเป็นแผนที่หลาย ๆ คนอาจจะ พูดว่าอยู่บนหอคอยงาช้างเป็นแผนที่ไม่ได้นํามาสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง และนอกจากนั้น ก็ยังมีการแยกส่วนแผนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมก็พูดกัน เรื่องเศรษฐกิจและสังคม เราก็จะมีแผนเยอะแยะมาก แผนของสภาความมั่นคงแห่งชาติก็อีก ส่วนหนึ่ง มีแผนการศึกษาแห่งชาติ มีแผนเยอะแยะมากนะครับแต่ขาดการบูรณาการกัน ทําให้ขาดเป้าหมายที่ชัดเจนในระยะยาวที่ผ่านมานะครับ แต่อย่างไรก็ดีจากแผนพัฒนา ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าเสาหลักที่ครอบคลุมและเข้มแข็งมันอาจจะมีไม่เพียงพอ เพราะว่า เราขาดแผนชาติ ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าน่าจะมาจัดเนื้อหาสาระหลาย ๆ เรื่อง ที่ในยุทธศาสตร์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างเช่นอาจจะขาดแผนเรื่องด้านการเมือง อาจจะขาดแผน ด้านความมั่นคงของชาติ เพราะฉะนั้นและที่สําคัญนะครับที่คุณหมออําพลพูดที่ผ่านมา เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าการจัดทําแผนพัฒนายังขาดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนนะครับ และประชาชน เพราะฉะนั้นจะทําให้การบริหารราชการแผ่นดินตามแผนพัฒนาประเทศที่ ผ่านมาขาดจิตวิญญาณและจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ ขาดหายไป กระผมได้อ่านและรับฟังผลการศึกษาให้มียุทธศาสตร์ชาตินี่ซึ่งทางกรรมาธิการได้ ศึกษาแล้วนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วย
๑. คือกระบวนการจัดทํากลไกการบริหารการจัดการ
๒. ขั้นตอนการจัดทําแผน ซึ่งยึดโยงกับทุกภาคส่วนและประชาชน อันนี้ถือว่า เป็นมิติที่สําคัญ และรายละเอียดในการเตรียมความพร้อมในการดําเนินการในระยะเริ่มต้น มีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะจัดทําแผนยุทธศาสตร์ชาติ เห็นว่าเป็นผลการศึกษา ที่สมบูรณ์นํามาใช้ปฏิบัติได้อย่างทันทีนะครับ ต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้นําเสนอ เรื่องนี้ แล้วก็อยากจะเห็นได้มีการจุดประกายการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินในครั้งนี้ อย่างแท้จริงเกิดขึ้นมาผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จะมีความสําคัญต่อประเทศชาติอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ การขาดยุทธศาสตร์ชาติในการกําหนดทิศทางและเป้าหมาย มาขับเคลื่อนประเทศที่ผ่านมา ที่ผ่านมานะครับที่เราขาดยุทธศาสตร์ชาตินี่ทําให้คนไทยได้รับ บทเรียนที่ล้ําค่า เพราะนอกจากคนไทยจะไม่ทราบว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างไร ทางไหน เป็นอะไรแล้ว ยังทําให้ชาติเรานี่ต่างคนต่างแตกแยก ทําให้คนในชาติของเราแตกแยก ในความคิดและเกิดปัญหากัดกร่อนดังที่เห็นชัดเจนขึ้นในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมานะครับ การกําหนดให้การบริหารราชการแผ่นดินโดยเน้นยุทธศาสตร์ชาติเป็นหลักยึดของทุกคน ทุกฝ่ายย่อมเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจํา ภาคเอกชน ภาคประชาชนและพี่น้องประชาชนทั้งหลาย กระทําการสิ่งใดได้ตามอําเภอใจเหมือนในอดีต เพราะว่าทุกคนได้มีส่วนร่วมในการกําหนดแนวทางของชาติของเขาขึ้นมาเอง โดยการมีส่วนร่วม ในการสร้างยุทธศาสตร์ชาติ มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการได้ประโยชน์ ร่วมกันโดยถ้วนหน้า ข้อเสนอผลการศึกษาที่ผ่านมาผมเห็นด้วยทุกประการครับ และอยากให้ มีการจัดทําโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ผมยังมีข้อกังวลอยู่ ๒ ประการถึงความสําเร็จ จึงใคร่ขอเสนอให้ทราบ ดังนี้
ข้อกังวลที่ ๑ ก็คือ การที่คณะร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความสําคัญของ ยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง คือเมื่อดูร่างตามมาตรา ๑๗๙ กําหนดไว้ว่าในการบริหาร ราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีต้องดําเนินการตามบัญญัติ ๑. แห่งรัฐธรรมนูญ ๒. กฎหมาย ๓. นโยบายที่ได้แถลงไว้ และ ๔. ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงความมั่นคง จะเห็นว่า การกําหนดยุทธศาสตร์ชาติอยู่ในลําดับที่ ๔ ซึ่งจะปฏิบัติก็ได้ ไม่ปฏิบัติก็ได้ ผมอยากจะให้ เลื่อนลําดับมาอย่างน้อยก็อยู่ในลําดับที่ ๓ ก็จะเป็นประโยชน์ อย่างรัฐบาลเข้ามาก็จะได้ นํายุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบ
นอกจากนั้นในส่วนของประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ผมคิดว่าเป็นส่วนที่สําคัญ ไม่อย่างนั้นยุทธศาสตร์ชาติอาจจะไม่ได้รับการยอมรับ จากฝ่ายการเมืองที่เป็นรัฐบาลอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นกลไกที่สําคัญก็คือต้องให้พี่น้อง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการยึดโยง ในเรื่องของการเริ่มต้นจัดทําแผน การนําแผนไปใช้และการสร้างความเข้าใจยุทธศาสตร์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสาระ จะทําให้ ประชาชนทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ผมขอฝากไว้นะครับว่า ยุทธศาสตร์ชาติเป็นของทุกคนจึงต้อง ร่วมมือกันใช้ ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อนําชาติไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณครับ