สยุมพร ลิ่มไทย แนะนำให้พิจารณาใช้แนวทางยุทธศาสตร์ชาติในระดับจังหวัด โดยการสร้างสํานักงานจังหวัดที่มีหน้าที่ในการทําแผนพัฒนาจังหวัด แต่ปัญหาคือแผนพัฒนาจังหวัดไม่ได้รับการตอบสนองจากกระทรวง เนื่องจากกระทรวงเน้นการจัดงบประมาณและแผนงานตามภารกิจหลัก เธอหาข้อเสนอแนะ 3 ประการ ได้แก่ การเลือกพื้นที่เป้าหมาย การจัดงบประมาณ และการบูรณาการการใช้งบประมาณในพื้นที่ นอกจากนี้ เธอยังเสนอให้ตัดวงเงินงบประมาณส่วนหนึ่ง และจัดสรรเงินพิเศษให้จังหวัด เพื่อให้จังหวัดมีงบพิเศษในลักษณะ งบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบูรณาการกับจังหวัดได้ดีขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สยุมพร ลิ่มไทย สปช. เรื่องของการเสนอให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้น ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมจะให้ ความเห็นเพิ่มเติมก็คือการนํายุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ เพราะว่าจริง ๆ แล้วยุทธศาสตร์ ถึงจะกําหนดไว้ดีอย่างไร แต่เวลานําไปปฏิบัติถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้จริง มันก็ไม่มีประโยชน์ การที่จะนํายุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติก็คงจะต้องไปดูในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัด ก็ขอเรียนนะครับว่าการนํายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติในรูปของยุทธศาสตร์จังหวัดที่ผ่านมา มีปัญหาอะไรบ้างที่สําคัญ ๆ
ปัญหาประการแรกก็คือ ผมเรียนนะครับว่าจังหวัดต่าง ๆ รัฐบาลได้พยายาม จัดให้มีสิ่งที่เรียกว่า แผนพัฒนาจังหวัด มาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี แล้วก็กําหนด ให้มีหน่วยยุทธศาสตร์ในระดับจังหวัด เรียกว่า สํานักงานจังหวัด ทําหน้าที่ในการทํา แผนพัฒนาจังหวัด
ปัญหาประการแรกก็คือเมื่อแผนพัฒนาจังหวัดถูกจัดทําขึ้นแล้ว ก็จะต้อง เสนอของบประมาณ การของบประมาณก็จะต้องส่งมาที่กระทรวง ทบวง กรม ในฐานะเป็น หัวหน้าส่วนราชการที่จะต้องทําคําของบประมาณประจําปีแต่ละปี ปัญหาก็คือว่าสิ่งที่จังหวัด ต่าง ๆ ได้เสนอคําขอขึ้นมาจากข้างล่าง ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะว่าแผนงาน และงบประมาณหลักจะถูกนําไปใช้กับงบประมาณตามภารกิจหรือที่เราเรียกว่างบฟังก์ชั่น เป็นส่วนใหญ่ กระทรวงต่าง ๆ ก็ยังคงเน้นในการที่จะจัดงบประมาณและแผนงานประจําปี ไปตามภารกิจหลักของแต่ละกระทรวง เพราะฉะนั้นสิ่งที่พื้นที่หรือจังหวัดต่าง ๆ ได้นั้น มันกลายเป็นว่าสิ่งที่ขอหรือสิ่งที่มีความจําเป็นมักไม่ได้รับการตอบสนอง สิ่งที่ขอไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้ก็คือสิ่งที่ไม่ขอ หรือสิ่งที่จังหวัดคิดว่าไม่มีความจําเป็น อันนี้เป็นปัญหาสําคัญ แล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่ในทุกวันนี้นะครับ
ปัญหาประการที่ ๒ ก็คือว่าโครงการและแผนงานต่าง ๆ แม้ว่ากระทรวง ในส่วนกลางจัดส่งลงไปให้แล้ว แทนที่จังหวัดหรือพื้นที่จะสามารถเลือกพื้นที่เป้าหมายได้ว่า ควรจะไปทําในตําบล หมู่บ้านอะไรนี้นะครับ กลับกลายเป็นว่าส่วนกลางนี้เลือกมาให้ เบ็ดเสร็จเลย โครงการนี้ทําถนนเส้นนั้นเส้นนี้ต้องทําไปที่ตําบลนั้น หมู่บ้านนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว คนที่จะชี้เป้าว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เป้าหมายควรจะเป็นหน่วยงานในระดับพื้นที่ อันนี้ก็คือ ปัญหาประการที่ ๒
ประการที่ ๓ ก็คือว่างบประมาณที่ลงไปในพื้นที่มันก็ประกอบไปด้วย งบส่วนกลาง งบภูมิภาค และงบท้องถิ่น ในแต่ละปีกว่าจังหวัดจะรู้ว่าตัวเองมีงบประมาณอะไร ไปกองอยู่ในพื้นที่เท่าไร รู้ช้ามาก บางทีเข้าไปสู่ช่วงไตรมาสที่ ๒ แล้วถึงจะรู้ว่ามีเงินอะไร ลงไปบ้าง เนื่องจากกระทรวง ทบวง กรม ยังไม่ได้กําหนดพื้นที่ที่ชัดเจนว่าเงินที่ได้มา จะไปลงที่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นก็ทําให้จังหวัดไม่สามารถบูรณาการการใช้งบประมาณ ในพื้นที่ได้ อันนี้ละครับคือปัญหาหลัก ๆ ที่ผมจะเสนอ ก็คือว่า
ประการแรกเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามความต้องการของพื้นที่ ควรจะมีการตัดวงเงินงบประมาณส่วนหนึ่งจากงบภารกิจหรืองบฟังก์ชัน (Function) ตัดออกมาเลย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็กันไว้สําหรับการให้กับจังหวัดต่าง ๆ ตามคําขอที่เสนอขึ้นมาตามแผนพัฒนาจังหวัด หรือไม่ถ้าไม่ทําอย่างนี้รัฐบาลก็ควรจะไปเพิ่ม งบพิเศษให้ในรูปของงบยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งบางสมัยก็มีการทําให้ บางสมัยก็ไม่มี การจัดสรรลงไปให้ ถ้าทําได้อย่างนี้ต่อเนื่องจะทําให้จังหวัดมีงบพิเศษในลักษณะ งบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ในมือของตัวเอง ตรงนี้ละครับจะทําให้การเชื่อมหรือการบูรณาการ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในพื้นที่ทําได้ดีขึ้น เพราะว่าพอจังหวัดมีเงินอยู่ในมือ มียุทธศาสตร์อยู่ในมือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่ต้องการใช้งบยุทธศาสตร์ ก็จะต้องวิ่งเข้ามา วิ่งเข้ามาเพื่อขอใช้เงิน แล้วก็จะต้องบูรณาการโครงการงบประมาณ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ แล้วก็ที่สําคัญที่สุดก็คือว่างบของส่วนกลางเวลาลงไป ในพื้นที่อย่างน้อยขอให้จังหวัดหรือพื้นที่เป็นคนชี้พื้นที่เป้าหมายว่าจะต้องไปทําที่ตําบลไหน หมู่บ้านไหน ไม่ใช่ให้หน่วยงานส่วนกลางเป็นคนชี้ขึ้นมาจากข้างบน เพราะฉะนั้นผมขอเรียน โดยสรุปว่าสิ่งที่อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการได้ไปดูเพิ่มเติม อยากให้ไปรื้อฟื้นในเรื่องของ แผนพัฒนาจังหวัดที่ได้ทํามาแล้ว ๓๐ กว่าปีแต่ยังไม่ประสบความสําเร็จ ไม่จําเป็นที่จะต้อง ไปเสนอกลไกใหม่ขึ้นมา รวมทั้งการดูว่าหน่วยยุทธศาสตร์ของจังหวัด สํานักงานจังหวัดซึ่งทํา หน้าที่นี้ควรจะมีการปรับหรือเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง แล้วสุดท้ายก็คือการบูรณาการ ต้องใช้แผนพัฒนาจังหวัดถึงจะประสบความสําเร็จ เพราะว่าจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยมาทําหน้าที่บูรณาการไม่ได้ มันต้องใช้กลไกที่เหนือกว่า สูงกว่าในระดับพื้นที่ ทั้งหมด ซึ่งก็คือราชการส่วนภูมิภาค ผมก็ขอเรียนเสนอเพิ่มเติมเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ