คุรุจิต นาครทรรพ เสนอแนะการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและงบประมาณที่มีความต่อเนื่อง โดยให้ใช้แผนภูมิที่มีความชัดเจนและไม่เกิดการต่อต้านจากฝั่งที่มาเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณและขอให้กรรมาธิการรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดสรรงบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปที่เคารพ คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้จัดทํารายงานการศึกษาเรื่องการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็ปฏิรูประบบงบประมาณ และการคลังท้องถิ่น ผมก็ได้ไปอ่านดูในช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็พบว่ามี ๒ เรื่องอยู่ในนี้
เรื่องแรกก็คือเรื่องของอนุกรรมาธิการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ และเรื่องของ การจัดทํางบประมาณ ขอเรื่องสั้น ๆ ก่อน เรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ผมดูในแผนภูมิ กรอบความคิดที่เป็นภาพที่ ๑ หรือเป็นสไลด์ที่ ๕ จริง ๆ ก็เห็นด้วยในหลักการว่าการจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาตินี้มีความจําเป็น แต่ในการบริหารราชการแผ่นดิน กระทรวง ทบวง กรม ก็ยังจําเป็นจะต้องมียุทธศาสตร์กระทรวง และจากยุทธศาสตร์ก็จําเป็นต้องแปลงเป็นยุทธวิธี หรือเป็นกลยุทธ์ เป็นเป้าหมายต่อไป ผมก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการชุดนี้ นิดเดียวครับว่า ในแผนภูมิท่านเขียนเหมือนกับว่ากรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติ และสภายุทธศาสตร์ชาติอย่างที่ท่านธวัชชัยบอกก็เป็นองค์กรใหม่เกิดขึ้นมาใหม่ เราจะพยายาม ดึงองค์กรที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่น สภาพัฒน์ก็ดี หรือสํานักงานนโยบายและแผน ซึ่งมีอยู่ ทุกกระทรวง ผมก็คิดว่าสภายุทธศาสตร์แห่งชาติหรือกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่ท่าน นําเสนอน่าจะทําหน้าที่เป็นธิงค์ แทงค์ (Think tank) ให้กับรัฐบาลหรือรัฐสภาที่ว่ามันจะมี ความต่อเนื่องของการจัดทําแผนพัฒนาประเทศหรือยุทธศาสตร์ชาติอย่างไรในทุก ๆ ด้านนะครับ แต่ในแผนภูมิที่ท่านเขียนผมเกรงว่ามันอาจจะเกิดการต่อต้านจากฝั่งที่มาเป็นรัฐบาล ในอนาคต เพราะท่านเขียนเหมือนคณะรัฐมนตรีกับรัฐสภาอยู่ใต้สภายุทธศาสตร์ชาติ จริง ๆ มันควรจะเป็นลักษณะของการให้ความคิดเห็นแล้วก็ให้เขานําไปใช้แล้วทําให้เกิด ความต่อเนื่องได้อย่างไร และในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการประจําอยู่นี้ก็คุ้นเคยกับที่ ท่านกรรมาธิการบอกว่าแต่ละปีเราต้องจัดทําแผนเยอะมากเลย ยิ่งเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ นี้ รัฐบาลเข้ามาทีหนึ่งก็ต้องมีแผนบริหารราชการแผ่นดิน ๑ ปี แผน ๔ ปี แผนใช้งบประมาณ เวลาของเราหมดไปกับการทําแผน ไม่ได้ใช้ไปกับการทํางานตามแผนที่วางไว้ ก็อยากจะเห็นแผน ที่มีความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยุทธศาสตร์นี้มันก็เกี่ยวกับการทําแผนด้วย ไม่อยากเห็น องค์กรใหม่เกิดขึ้นมาเยอะแยะภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ทําอย่างไรท่านจะดึงองค์กรที่มีอยู่แล้ว แล้วก็ใช้เขาให้เป็นประโยชน์แล้วจะได้รับความร่วมมือแล้วไม่เกิดการต่อต้านมากขึ้นนะครับ
ทีนี้มาอีกเรื่องหนึ่ง ในรายงานเรื่องนี้ก็คือเรื่องของการจัดทํางบประมาณ ก็ต้องขอชื่นชมว่าได้ศึกษามาละเอียดดีมาก ผมเองก็คุ้นเคยกับการจัดทํางบประมาณที่ว่า ถึงปีก็จะต้องเป็นประเพณีต้องมานั่งอยู่ที่ตึก ๓ คอยมาชี้แจง แล้วก็ต้องมาให้ครบด้วย หัวหน้าส่วนราชการเป็นรองฯ ไหม ไม่มาเดี๋ยวก็ไม่ผ่านให้ ก็ต้องพูดไพเราะ ต้องชี้แจงอย่างที่ เขาอยากฟัง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาก็จะมาตัดงบประมาณของเรานะครับ ทีนี้ผมอ่านในสิ่งที่ ท่านนําเสนอนี้ก็จับใจความได้ ค่อนข้างเห็นด้วยว่างบประมาณที่ท่านไอเดนติฟาย (Identify) มันก็มีงบแบบฟังก์ชัน เบสด์ (Function Based) ก็คืองบแบบกระทรวง ทบวง กรม เขาเสนอมาเรื่องการป้องกันประเทศ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุขต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็คง ไม่ใช่เรื่องของแอเรีย เบสด์ (Area Based) ที่จะไปมีพาร์ทิซิพาทอรี (Participatory) รับฟัง ความคิดเห็นอะไรได้ ก็จับความว่าสิ่งที่ท่านเสนอแบบให้มีส่วนร่วมหมายถึงงบที่กระจาย ลงพื้นที่ ก็อยากจะฝากว่าบางครั้งพื้นที่ของเราแบ่งเป็น ๗๖ จังหวัด งบแอเรีย เบสด์ มันก็ไม่ได้ตอบโจทย์เพราะว่าปัญหาบางเรื่องมันเป็นปัญหาที่อยู่ในคอมมอน (Common) ของกลุ่มจังหวัด อย่างสมมุติว่าท่านมีปัญหาภัยแล้งหรือปัญหาน้ําท่วมหรือปัญหาขยะเน่าเหม็น มันก็ต้องเลือกพื้นที่ไม่ใช่จังหวัดนี้ แล้วผมก็อยากเห็นว่าจังหวัดนี้มีการพัฒนาไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่จังหวัดไหนมีพลังมากก็มีถนนหนทางที่ดีกว่าจังหวัดที่ไม่มีพลังมาก อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็เห็นด้วยกับการที่จะมีสภาชุมชนหรือสภาสมัชชาจังหวัดอะไรที่เหมือนเป็น กระจกเงาสะท้อนให้สภาที่มีอํานาจอนุมัติงบประมาณท้องถิ่น เขาได้รับฟังบ้างนะครับ ผมอยู่ที่กระทรวงพลังงานก็ต้องพบว่าเรื่องการคลังท้องถิ่นเรามีค่าภาคหลวงแร่ ค่าภาคหลวง ปิโตรเลียมจัดสรรไปให้ อปท. อบจ. จังหวัดก็กว่า ๑๐ จังหวัด อบต. ก็น่าจะไม่ต่ํากว่า ๔๐ อบต. มีกองทุนรอบโรงไฟฟ้าที่จัดสรรไปกองทุนขนาดใหญ่น่าจะไม่ต่ํากว่า ๕๐ กองทุน มันแสดงให้เห็นว่าบางครั้งประสิทธิภาพของการจัดทํางบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการ ของประชาชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทําได้ไม่ดีพอหรือว่าทําอย่างที่เขาอยากจะทํา แต่ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านกรรมาธิการไปรวบรวมข้อมูล เหล่านี้ว่าทําอย่างไรว่างบประมาณที่เขาได้จากเรียกว่างบภายนอกของปกติ จะทําอย่างไร ให้มีการจัดสรร มีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะมีกองทุนใหม่ ๆ เกิดขึ้น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ทํางานตามที่ปรารถนา แล้วประชาชนก็เรียกร้อง ก็ต้องมีการตั้งกองทุนใหม่ มีโพรเซสใหม่ ก็อยากจะฝากในเรื่องนี้ด้วย แล้วก็อยากจะเรียนว่างบประมาณแผ่นดินเท่าที่ผมจําได้ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์มันเป็น งบประจํา เป็นงบตามภารกิจ งบโครงการ งบลงทุนประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นการจัดสรรว่าจะต้องตัดงบอย่างไร ถ้าใช้พาร์ทิซิพาทอรี งบก็อาจจะบานปลาย ก็อยากจะฝากด้วยว่าสิ่งที่ท่านเสนอว่ามีส่วนร่วมนี้มันเป็นเรื่องของงบจังหวัด แล้วจังหวัด อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จะต้องดูเป็นแอเรีย เบสด์ เป็นพื้นที่ที่ใหญ่กว่านั้น เวลาหมด ก็เลยขอฝากเท่านี้ ที่เหลือเดี๋ยวเขียนส่งให้แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับ