คุรุจิต นาครทรรพ ได้หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม โดยเสนอให้หาองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับปัญหาขยะ โดยเน้นย้ำว่าขยะเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในระดับท้องถิ่น และรัฐบาลควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรฐานอีไอเอและเอสอีเอ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ในเวลาที่มีอยู่จํากัดผมก็จะไม่ขออภิปรายเรื่องสาธารณสุขนะครับ ก็จะขออภิปรายสัก ๔ เรื่อง ก็คือเรื่องทรัพยากรน้ํา เรื่องขยะ เรื่องระบบวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม แล้วก็เรื่องบทบาทของไทยในการรณรงค์ลดปัญหาการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลก แล้วก็ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในเรื่องทรัพยากรน้ํา ผมก็อยากจะเรียนตรง ๆ ว่าไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับ ข้อเสนอที่ท่านจะตั้งกระทรวงน้ํา ผมก็จําได้ตอนที่รับราชการอยู่เรามีเหตุการณ์น้ําท่วม ปี ๒๕๕๔ ที ก็มีข้อเสนอออกมาทีว่าน้ําท่วมเพราะเราไม่มีกระทรวงน้ํา แต่ท่านมาดูสิครับว่า องค์กร ดูก่อนว่ามีบริบทอะไรเกี่ยวกับน้ําบ้าง ประชาชนทุกหมู่ทุกประเภทต้องใช้น้ํา ในการดํารงชีวิต น้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคในเมือง น้ําเพื่ออุตสาหกรรม น้ําเพื่อ การเกษตรกรรม น้ําท่วม ปัญหาน้ําท่วมกับการจัดสรรน้ําไปด้วยกันได้หรือเปล่า แล้วยังมี เรื่องน้ําทะเล น้ํากัดเซาะชายฝั่ง น้ําบาดาล เรื่องฝนหลวง เรื่องการเดินเรือในแม่น้ําลําคลอง อยู่ใน ๔-๕ กระทรวง แถมจะต้องมีสภาพัฒน์มาด้วย แล้วพลังงานก็พ่วงไปนิดหนึ่ง น้ําเพื่อการผลิตไฟฟ้า แต่อันนี้คืออยู่ในไพรออริตี (Priority) ต่ํา ๆ สุด เพราะฉะนั้นผมยังมอง ไม่ออกเลยว่าถ้าท่านตั้งกระทรวงน้ําแล้วท่านจะแก้ปัญหาน้ําได้อย่างไร มีการรวบอํานาจ รวมศูนย์เหมือนเดิม จริง ๆ ท่านควรจะหาองค์ความรู้และผู้ชํานาญการ แล้วก็วางแผน ร่วมกันว่าเรื่องน้ําท่วมจะแก้อย่างไร บางทีน้ําท่วมเพราะคนบุกรุก สร้างสิ่งปลูกสร้าง ในแม่น้ําลําคลองทําให้การไหลเวียนไม่ได้ หรือเราสร้างถนนแล้วก็ไปถมคลอง ไม่เห็นเกี่ยวกับ กระทรวงน้ําเลย เพราะฉะนั้นอันนี้ฝากไว้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องขยะ ก็เห็นด้วยนะครับ ขยะเป็นปัญหาของประเทศ ในระดับชาติ แต่การแก้ปัญหาต้องอยู่ในระดับท้องถิ่น และรัฐบาลนี้โดย คสช. ให้ความสําคัญเรื่องขยะมาก แต่บีโอไอ (BOI) ใครลงทุนเรื่องขยะนี้ให้เป็นลําดับเอ ๑ (A1) เลย พลังงานก็ให้แรงจูงใจ ค่าผลิตไฟฟ้าจากขยะก็ให้อัตราสูง แต่ขยะมีเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วขยะต้องยอมรับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีเงินทุน ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มี ความเชี่ยวชาญที่จะไปแก้ปัญหาขยะได้ก็ต้องพึ่งเอกชน ปัญหาอันหนึ่งที่ท่านลิสต์ (List) ไว้ ในข้อ ๕ ก็ใช่เลยครับ พอจะให้เอกชนมาทําก็ติดปัญหาเรดเทป (Red tape) ต้องไปเข้า กระบวนการตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ ผมจําได้นะครับ อบจ. จังหวัดนนทบุรีคิดจะทําเรื่องกําจัดขยะครบวงจรขนาดใหญ่ตั้งแต่มีผู้ว่าราชการจังหวัดชื่อ ท่านพระนาย สุวรรณรัตน์ ท่านเป็นปลัดกระทรวงจนเกษียณไปแล้วตอนนี้ยังเตาะแตะอยู่ ที่เพิ่งผ่านอีไอเอ (EIA) ติดอีไอเอ (EIA) อยู่ ๕ ปี แล้วตอนนี้มาติดเรื่อง พ.ร.บ. ร่วมทุนที่กระทรวงการคลังอีก ถ้าเรากังวลว่า อปท. จะทํางานไม่โปร่งใส ก็ให้สภาพัฒน์ หรือกระทรวงอะไรกําหนดเช็กลิสต์ (Checklist) เลยว่าจะร่วมทุนเรื่องขยะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง จะต้องผ่านเช็กลิสต์ (Checklist) อะไรบ้าง แล้วก็พิจารณาให้เสร็จ ตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนภายใน ๓ เดือนเขาก็จะได้ไปทําได้ ไม่อย่างนั้น อบจ. นนทบุรี จนลูกผมจะเกษียณก็คงยังไม่ได้ทําขยะนะครับ
เรื่องที่ ๓ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็ถูกต้องอย่างที่ท่านเลขาธิการ พูดว่าเราเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน แต่การพัฒนาเศรษฐกิจต้องอยู่บน ๓ เสา รัฐบาลนี้เขาก็เน้น มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ท่านยืนอยู่บนเสาเดียวท่านก็ล้ม ท่านสร้างบ้าน มีเสาเข็มเสาเดียวบ้านก็พัง เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความบาลานซ์ (Balance) อุปสรรคก็เป็น อย่างที่ท่านบอกครับว่าก็คืออีไอเอ (EIA) ทําดี กระบวนการทําดี แต่ไม่มีคนไปเอ็นฟอร์ซเมนต์ (Enforcement)
และอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไปด้วยก็คืออีไอเอ (EIA) ถ้าโครงการที่ ไม่ค่อยมีคนวิจารณ์มากหรือไปประท้วงก็จะผ่านตามมาตรฐาน แต่พอมีคนไปเฝ้าอยู่เยอะก็จะมี การตั้งคําถามร้อยแปด ก็ไม่เสร็จเสียที ผมก็อยากให้มีหลักเกณฑ์เป็นวิชาการเป็นสากลว่า เข้าเช็กลิสต์ (Checklist) ๑ ๒ ๓ ๔ ก็ผ่านให้เขา แล้วก็มีเอ็นฟอร์ซเมนต์ (Enforcement) ที่ถูกต้อง เอ็นฟอร์ซเมนต์ (Enforcement) ก็ไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ต้องให้ สผ. มีปืนไปไล่จับคน ก็บูรณาการกับกรมโรงงานหรือตํารวจได้ แล้วจริง ๆ เวลามีเรื่องที ท่านก็ออกมาตรการอีไอเอ (EIA) ที่เข้มงวดขึ้นมาอีกข้อหนึ่ง ทําให้คนดี ๆ เขาต้องซัฟเฟอร์ (Suffer) ไปด้วย คือปลาตัวเดียวก็ทําให้เน่าทั้งข้อง เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่จะแยกแยะ คนที่ทําไม่ดีออกมาแล้วก็ลงโทษ
เรื่องอีไอเอ (EIA) อีกเรื่องนะครับ ฝากด้วยว่าเรื่องเอสอีเอ (SEA) ขออย่าเป็น อนาเทอร์โรดบล็อก (Another roadblock) สร้างขั้นตอนเพิ่มเติมมา แล้วก็ทําให้ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเศรษฐกิจที่เขาจะพัฒนามีความล่าช้าไปอีก ความล่าช้านี้ก็ทําให้เกิดไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมก็อยากเรียนท่านพูดเรื่องทรัพยากร ป่าไม้จะต้องเพิ่มให้เป็น ๑๓๐ ล้านไร่ จากประเทศเรามี ๓๐๐ กว่าล้านไร่ ที่ดินเกษตรกรรม เราเพิ่มไม่ได้แล้ว ที่ดินเมืองคนก็ต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นงานที่คนเรียนมหาวิทยาลัย เรียนอาชีวะนี้จะได้ก็คืออยู่ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องมีการทํา รายงานอีไอเอ (EIA) ตามมาตรฐานก็ผ่านให้เขาตามขั้นตอน ตามเวลาที่เหมาะสม ถ้าท่านจะมี เอสอีเอ (SEA) ขอให้มีแบบชัดเจน แล้วก็ไม่ใช่เป็นโรดบล็อก (Roadblock) อีกอันหนึ่ง
แล้วเรื่องสุดท้าย เรื่องของการรณรงค์ลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท่านประธานก็พูดแย็บมาทางนี้นิดหนึ่งบอกว่าคณะผมเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ใช่นะครับ มนุษย์เป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถ้าเราไม่บริโภค ไม่ใช้รถยนต์ ไม่ใช้ไฟฟ้า