สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

นิกร จํานง หารือเรื่องการปฏิรูปกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับปรุงการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทําถนนที่ชุมชน และการจัดการขยะในระบบท้องถิ่น โดยเน้นย้ำว่าภาระการจัดการขยะเป็นความรับผิดชอบของท้องถิ่น

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง นะครับ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ ในวาระนี้ต้องขอใช้ประสบการณ์ การเป็นกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิมา ๒ สมัย แล้วก็เข้าประชุมในนาม กระทรวงคมนาคมบ้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้างอย่างต่อเนื่อง คือที่อยากจะเรียน ผมจะพูดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ เพราะว่า นั่งอยู่ในนั้นนาน ส่วนเรื่องสาธารณสุขท่านวิทยาก็คงจะมีประสบการณ์ที่จะนําเสนอได้ดี เรียนว่าคงจะต้องคุยกันเรื่องแผนที่เสนอนะครับ ผมด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก แล้วก็ คิดว่าการปฏิรูปในสิ่งนี้ด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เราทําคงจะต้องเริ่มตั้งแต่ ซึ่งจําเป็นมาก รู้จักตัวเอง นี่พูดกันในฐานะว่าคนอยู่บ้านเดียวกันนะครับ ด้วยความเป็นห่วง คือเราต้องเชื่อว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่เพิ่งมาตั้งระยะหลัง เพราะฉะนั้นภารกิจของกระทรวงนี้น่าเป็นห่วงมาก เหมือนเป็นกระทรวงเก็บกวาดคอยแก้ปัญหาให้คนอื่นเป็นหลักเป็นอย่างนี้เลย ทีนี้พอเป็น อย่างนี้แล้วเราไม่เหมือนกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาก่อนที่มีภารกิจเป็นดูเออร์ (Doer) เราเป็น เหมือนกับคนช่วยแก้ปัญหา ทีนี้พอแก้ปัญหาในกระทรวงเอง เราดีไซน์ (Design) องค์กร ของกระทรวงมาในช่วงแรก แม้แต่ระบบบริหารจัดการว่าด้วยเรื่องอํานาจภายในก็มีปัญหา เราบริหารโดยรัฐมนตรี แต่อํานาจไปอยู่ที่บอร์ด (Board) คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแค่รองประธาน แล้วบางทีผมไปในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้าง อะไรบ้าง หมายถึงว่ากระทรวงคมนาคมบ้าง พอไปนั่งนี่เสมอกัน ทีนี้เวลาตัดสินใจเรื่องสําคัญ ทางด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการงัดกันในที่ประชุม แล้วแต่ว่าใครขาใหญ่กว่า พูดกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจะเป็นวาระที่ลําบากมากในการกํากับหรือควบคุมทางด้านภารกิจของสิ่งแวดล้อม ผมยืนยันว่าเป็นอย่างนี้ เพราะว่าอย่างเราจะผ่านเรื่องที่เป็นอย่างนโยบายของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีเดินอย่างนี้ นายกรัฐมนตรีเดินแต่ไปมีปัญหากับสิ่งแวดล้อม พอเข้ามานั่ง นายกรัฐมนตรีเป็นประธานบอร์ด (Board) อย่างนี้ ถามว่าคนที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม กล้าจะหักหรือ เป็นไปไม่ได้ในเชิงอํานาจ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ดูตรงนี้ อาจจะต้องมีการปรับ เพราะว่ากระทรวงตั้งมาใหม่สมัยท่านอานันท์ ปันยารชุน แล้วอํานาจที่มีพิงอยู่กับ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แล้วตรงนี้ไม่ได้มีการจัดการ เราอาจจะต้องไปดูตรงนี้ คือปฏิรูปกฎหมายที่มีปัญหาเรื่องงานของเราเอง ผมว่าของกระทรวงทางด้านสิ่งแวดล้อมเอง แต่ขณะนี้สิ่งที่น่าห่วงอีกอย่างหนึ่งเนื่องจากงานเราไปพันคนอื่น เราจะเห็นว่าข้อแรกเสนอว่า ปฏิรูประบบผังเมืองและการใช้พื้นที่ ตรงนี้เป็นปัญหาจริงเพราะว่าอยู่ ๆ คุณเขียนสีเขียว แล้วอยู่ ๆ คุณเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อไรก็ไม่รู้ และเป็นพื้นที่เขียวอ่อน ทําอะไรไม่ได้เลย แล้วอยู่ ๆ มันเปลี่ยนไปโดยที่ทางสิ่งแวดล้อมมีอํานาจที่จะเข้าไปแก้ไขอยู่น้อยมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีนี้ข้อจํากัดตรงนี้เราก็เลยเสนอการปฏิรูป ซึ่งตรงนี้อยากจะฝากเรียนไปยัง ประธานกรรมาธิการหลายคณะแล้วงานที่เราทําอยู่ตรงนี้ผมเป็นห่วงมาก ผมนั่งอยู่ใน ครม. ๓ ปี เห็นกลไกอยู่ สปช. เสนอเรื่องไปแล้วเรื่องผังเมือง ตอนอภิปรายเรื่องแก้ไขปรับปรุง โครงสร้างเรื่องผังเมืองผมฟังอยู่ตอนนั้นตอน สปช. นะครับ แล้วผมก็คิดในใจว่า ทําได้ยากกระมัง แล้วก็ส่งเรื่องไป ส่งเรื่องไปตอนนี้ตอบมาแล้วเมื่อวันที่ ๑๖ ประเด็นที่เรา กําลังหวังเป็นอย่างมากว่าถ้ามีการแก้ไขตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นผังเมืองรวม ผังเมืองอะไรต่าง ๆ มีการปรับปรุง ถึงขั้นว่าผังเมืองคุมหลายกระทรวงมากให้ไปอยู่สํานักนายกรัฐมนตรี นี่ตอบมาแล้วเมื่อวันที่ ๑๖ อยู่ในวาระการประชุมสัปดาห์นี้ละ แล้วมาถึงที่ท่านวิทยาพูดไป เมื่อวานนี้เกี่ยวข้องกับหลายงานมากที่เราทําถูกปฏิเสธมา ถูกเสนอมาแล้วข้อปฏิเสธ ที่น่ากลัวที่สุดก็คือว่าเรื่องนี้เราทําอยู่แล้ว หมายความว่าที่เราเสนอให้ทํานี้จะไม่มีการทําแล้ว เพราะเราทําอยู่แล้ว เหมือนเรื่องนี้คือที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่ว่าให้ปรับเปลี่ยนผังเป็น ๖ ประเภท ผังประเทศ ผังภาค ผังจังหวัด ได้มีการตอบมาจากกระทรวงมหาดไทยว่า หลักการกรรมการมีความสอดคล้องที่กรมโยธาธิการและผังเมืองทําอยู่แล้ว ก็หมายความว่า ที่เราเสนอจะทําก็ไม่ต้องทําใช่ไหม แสดงว่าวืดถ้าเป็นอย่างนี้ ตรงนี้ทางกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่เสนอไปที่ ครม. จะต้องตามเร็ว ๆ เพราะว่าเวลาประชุมเรื่องมันส่งไป เข้า ครม. ครม. ส่งต่อไป พอส่งต่อไปจะมีกรรมการในกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง ประชุมกัน พอประชุมกันเสร็จเสนอกลับขึ้นมาไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ หรือที่ผมเรียน เมื่อสักครู่ว่าที่น่ากลัวคือเห็นด้วยแต่ว่าทําอยู่แล้ว ก็แสดงว่าไม่ต้องทําแล้วใช่ไหม อันตราย มากตรงนี้ เท่ากับว่างานที่เราตั้งใจจะปฏิรูปมันจะติดหมดเพราะได้ทําอยู่แล้ว ก็แสดงว่าไม่มี ปัญหาเลยสิ อันนี้เป็นปัญหาที่ว่าเขาตอบมาหลายข้อ ลองดูในวาระยังอยู่ในเอกสารประชุมนี้ ๒-๓ อันว่าด้วยเรื่องที่ตอบมาเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่ท่านประธานพูด เมื่อสักครู่เสนอไปแต่ว่าถูกปฏิเสธมาแล้วว่าไม่

ประเด็นต่อมาผมจะไปเร็ว ๆ จริง ๆ ผมจะพูดถึง ๔ ประเด็น ผมจะเอาสั้น ๆ ก็แล้วกัน เรื่องวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการพูด เมื่อสักครู่ว่าเรากลายเป็นเหมือนพวกขัดขวางความเจริญจริง เขารู้สึกอย่างนั้น เพราะว่า การพิจารณาเรื่องการวิเคราะห์ก็คือว่าเมื่อไรจะอนุมัติสักทีช้าแบบนี้ ประเด็นก็คือว่าเราเป็น ผู้อนุมัติ แต่พออนุมัติเสร็จจําได้ใช่ไหมเวลาเราประชุมกันเราจะบอกว่าตรงนี้ต้องเพิ่ม ตรงนี้ ต้องมีการเข้าไปตรวจสอบ โรงงานนี้ต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายหน่วยควบคุมก็คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดูแล แล้วเราก็ทะเลาะกับกรมโรงงานใช่ไหม ว่าทําไมคุณไม่ส่งคนไปดู ทําไมเกิดเรื่องที่นิคมอุตสาหกรรม ที่มีเป็นปัญหาเพราะไม่มี การควบคุม ไม่ได้มีปัญหาเพราะการอนุญาตนะครับ แต่พอเราวิเคราะห์ตรงนี้ไม่มีใครดูแล เพราะฉะนั้นที่ท่านเสนอว่าให้ชุมชนไปช่วยดูแลหรืออะไรพวกนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างที่ บอกว่ารัฐเข้ามาจัดทําถนนที่ท่านกษิตได้กรุณาพูดเมื่อสักครู่นี้ จะทําถนนรัฐขอเป็นนโยบาย เข้ามา การที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมไม่เห็นด้วยแล้วค้านนี่ค้านไม่อยู่ ได้แต่ฝากว่าให้ช่วย ตัดต้นไม้ให้ดีนะ สัตว์มันจะวิ่งผ่านนะ แล้วสัตว์บางทีมันข้ามไปข้ามมามันจะอันตราย

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการกําจัดขยะ เรื่องนี้ที่เราทําได้ในระบบการจัดการ เรื่องสิ่งแวดล้อม จริง ๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาท้องถิ่น ขยะท้องถิ่นก็ดูแลกันเอาเอง แต่อํานาจ ตามกฎหมายเราตัดสินได้เรื่องค่าเก็บขยะใช่ไหม เราต้องมาเข้าในกรรมการว่าค่าเก็บขยะ ตรงนี้จะเก็บเท่านี้โอเค (Okay) ไหม ถ้าหากเป็นขยะอุตสาหกรรมค่าเก็บแพงคุณก็ว่ากันเอาเอง ถ้าคุณมีปัญหาท้องถิ่นที่เลือกคุณมาต้องจัดการของคุณเอง ควรจะเป็นระบบอย่างนั้น แล้วเราให้ได้แต่ว่ากองทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราคุมองค์รวม แต่พอเขาผลัก ในการจัดการเรื่องนี้ให้เราลงไปคลุกกับท้องถิ่นเองก็กลายเป็นปะทะกัน มีเรื่องกัน ฟ้องร้องกัน อยู่เสมอมา จริง ๆ แล้วเป็นปัญหาที่ต้องจัดการประสานกับกระทรวงมหาดไทยเขาดูแลตรงนี้ มันเป็นภาระของท้องถิ่น ถ้ามีขยะเราก็ต้องดูองค์รวม แต่พอเราลงไปข้างล่างกลายเป็นว่ามีศัตรูเต็มไปหมดแล้วก็ แก้ปัญหาไม่ได้ ประเด็นสุดท้าย ที่ผมเป็นห่วงมาก ๆ ก็คือ