สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

วสันต์ ภัยหลีกลี้ หารือเรื่องการปฏิรูปการป้องกันการทุจริต โดยเสนอแนวทางปฏิรูป เช่น การสร้างระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเข้าถึงข้อมูลและใช้บริการของภาครัฐ การทบทวนกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการป้องกันการทุจริต และการลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยงานดูแลเรื่องการคอร์รัปชั่นเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศไทยที่ใสสะอาดขึ้น

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ เลขานุการคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ได้รับมอบหมายให้นําเสนอแผนการปฏิรูปด้านการป้องกันนะครับ การป้องกัน มีความสําคัญมากครับ เพราะว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หาทางขจัดปัญหาด้วยการอุด ช่องโหว่ต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต โดยแผนการปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการนําเสนอมีทั้งหมด ๖ ด้านตามที่ ท่านประธานได้นําเสนอในช่วงแรก ผมจะขออนุญาตเพิ่มเติมรายละเอียดเท่าที่จําเป็น ดังนี้ครับ

แผนที่ ๑ แผนการเสริมสร้างระบบการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลในภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชน ปัจจุบันทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนยังมีปัญหาด้านธรรมาภิบาล แม้ว่าในส่วนของภาครัฐจะมีการประกาศบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ และในส่วนเอกชนจะมีการนําแนวคิด บรรษัทภิบาลหรือว่าซีจี (CG) มาใช้ ปัญหาการใช้ข้อมูลภายในหรือว่าอินไซเดอร์เทรดดิ้ง (Insider trading) เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือว่าปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์อื่น ๆ ก็ยังปรากฏมีให้เห็นเป็นระยะอย่างน่าละอาย นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาการบริหารงาน ที่ขาดความโปร่งใส การตรวจสอบที่ดี ข้อเสนอในการปฏิรูปก็คือว่าจะต้องสร้างธรรมาภิบาล ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการบริหารกิจการภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้างนะครับ สําหรับแนวทางในการปฏิรูปที่กรรมาธิการเสนอก็ได้แก่ ให้แยกภารกิจ การกําหนดระเบียบ ข้อบังคับ การตรวจสอบ และกํากับดูแล ออกจากภารกิจในการปฏิบัติการ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคนที่ออกกติกากับคนที่เล่นจะต้องไม่ใช่คนคนเดียวกัน กระบวนการปฏิบัติงาน ภาครัฐจะต้องให้โปร่งใส สามารถตรวจสอบถ่วงดุลกันเองได้ แล้วก็จะต้องส่งเสริมภาคเอกชน ให้นําหลักบรรษัทภิบาลมาใช้อย่างกว้างขวางทั้งในตลาดหลักทรัพย์แล้วก็นอกตลาดหลักทรัพย์

แผนที่ ๒ แผนการบริหารงานภาครัฐที่เปิดเผยข้อมูล หรือว่าโอเพนกัฟเวิร์นเมนต์ (Open government) โอเพนดาต้า (Open data) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เป็นการสร้างความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพของบริการภาครัฐ และสร้างการมีส่วนร่วม ของประชาชนนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่จําเป็นได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ตาม ข้อเสนอในการปฏิรูปก็คือให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะได้โดยสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ (Online) ซึ่งการเปิดเผยข้อมูล การบริหารงานภาครัฐจะช่วยให้ประชาชนมีส่วนในการตรวจสอบติดตามการทํางาน ของภาครัฐได้ดียิ่งขึ้น สําหรับแนวทางในการปฏิรูปที่กรรมาธิการเสนอก็คือการสร้าง ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การติดต่อขอรับบริการจากรัฐ การสร้างระบบการทํางานร่วมและให้บริการ ณ จุดเดียวที่ประชาชนสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดการเดินทางลงได้ สร้างระบบการเข้าถึง ข้อมูลและใช้บริการของภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในรูปของเว็บไซต์ (Web site) แล้วก็แอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ

แผนที่ ๓ แผนการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อ การป้องกันการทุจริต การทุจริตบางครั้งก็เป็นผลมาจากกฎหมายที่ล้าสมัย หรือเปิดโอกาสให้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจมากเกินไปนะครับ ข้อเสนอในการปฏิรูปก็คือให้มีการทบทวนกฎหมาย ที่ล้าสมัยเหล่านั้น และให้ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ แนวทางในการปฏิรูปก็คือว่า ศึกษากฎหมายที่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตโดยทําให้ เหลือน้อยที่สุด ใช้เครื่องมือในการประเมินผลกระทบของกฎหมายหรือว่าอาร์ไอเอ (RIA) แล้วก็กําจัดกฎหมายที่ก่อภาระและเป็นผลร้ายต่อประชาชนที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถหยิบฉวย เอามาหาผลประโยชน์ได้ครับ

แผนที่ ๔ เป็นแผนการกําหนดความสัมพันธ์ของอํานาจระหว่างฝ่ายบริหาร และข้าราชการประจําในการบริหารบุคคล แล้วก็การจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายการเมืองและข้าราชการ ประจํานะครับ ถ้าหากว่าร่วมมือกันทุจริตแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจํานวนไม่น้อยเข้าสู่ตําแหน่งโดยการซื้อเสียง แล้วก็เข้ามา หวังกอบโกยหรือว่าถอนทุน ซึ่งหากไม่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการก็จะทําการทุจริต ได้ยากนะครับ แต่ปัญหาก็คือว่ามีข้าราชการบางส่วนที่ยอมรับใช้โดยหวังตําแหน่งหน้าที่ การงานและผลประโยชน์ ทําให้เกิดความร่วมมือกันในการทุจริตแล้วก็สร้างความเสียหาย ให้กับบ้านเมืองปีละหลายแสนล้านบาทนะครับ แนวทางในการปฏิรูปที่กรรมาธิการเสนอ ก็คือว่าผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐที่มีมาตรการ ป้องกันการทุจริตที่รัดกุม และลงโทษผู้ที่ทุจริตรุนแรงขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมือง เข้าไปล้วงลูกเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การสร้างความเข้มแข็งของประชาคมข้าราชการ ในการเฝ้าระวังแล้วก็ตรวจสอบการทุจริตนะครับ เราจะส่งเสริมให้ข้าราชการดี ๆ ได้รวมกลุ่มกัน ทั้งในหน่วยงานภาครัฐแล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลผลประโยชน์ ของส่วนรวม การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการก็ต้องป้องกันระบบอุปถัมภ์ การวิ่งเต้นซื้อเสียง ซื้อเก้าอี้ ซื้อตําแหน่งหรือเก้าอี้นะครับ จะต้องเป็นระบบคุณธรรมหรือเมอริตซิสเทม (Merit system)

แผนที่ ๕ เป็นแผนการยกระดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน หรือคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ การคอร์รัปชัน หรือว่าซีพีไอ (CPI) นี้นะครับ ที่จัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เป็นที่ยอมรับแล้วก็อ้างอิงกันโดยทั่วไป แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าประเทศไทย ไม่เคยได้คะแนนเกิน ๓๘ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน แล้วก็อยู่ในลําดับที่ไม่ค่อยดีนัก ล่าสุดก็อยู่ลําดับที่ ๘๕ จาก ๑๗๕ ประเทศนะครับ ซึ่งก็มีผลต่อการลงทุน จากต่างประเทศและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใด ดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก ข้อเสนอของกรรมาธิการก็คือว่าให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ และจัดให้มีหน่วยงานทําหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ ประเมิน แล้วก็ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศไทยที่ใสสะอาดขึ้น มีดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน ที่ดีขึ้น

แผนที่ ๖ แผนการปฏิรูปกลไกการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ผ่านมาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตยังขาดประสิทธิภาพ ทํางานแบบประจํา หรือว่าเป็นแบบรูทีน (Routine) ล่าช้าแล้วก็มีลักษณะการทํางานในเชิงรับจนตามไม่ทัน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่มีพัฒนาการแล้วก็พลิกแพลงไปมากนะครับ อย่างการทุจริตทุกวันนี้ บางโครงการสร้างความเสียหายนับหมื่นล้านบาท หรือนับแสนล้านบาท รวมทั้งมีการบูรณาการการโกง จนเรียกว่าบูรณาโกง แล้วก็มีการทุจริตในเชิงนโยบายด้วย ข้อเสนอในการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการก็คือว่ารัฐบาลจะต้องกําหนดนโยบายการดําเนินการที่มีเงื่อนไขการดําเนินการ ปฏิรูปกลไกหลักควบคู่ไปอย่างจริงจังแล้วก็เป็นอิสระ ทั้งในการปฏิรูปปรับเปลี่ยนกลไกให้มี สมรรถนะในการบริหารเชิงยุทธ์ กําหนดแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคีทุกเครือข่ายทุกฝ่าย และยังสอดรับกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้แผนจังหวัดทุกแผนจะต้องมีบทว่าด้วยการป้องกัน การทุจริต และการสนับสนุนมาตรการทางกฎหมายและทางเทคนิคในการต้านการทุจริตที่มี แผนงานโครงการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการปฏิบัติ ติดตาม ประเมินผลได้ จะต้องมี การเปลี่ยนแปลงวิธีการทํางานจากเดิมที่ทําตามระเบียบอย่างตายตัวในลักษณะการทํางาน แบบประจํา เป็นการทํางานในลักษณะเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก องค์กร ภาคประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการวางแผนระดับจังหวัดให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ป้องกันทุจริตระดับชาติ ให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา อย่างแท้จริงนะครับ แผนการปฏิรูปการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้นําเสนอนี้ เราได้กําหนดระยะเวลาในการดําเนินการเป็น ๓ ระยะด้วยกัน คือ ๖ เดือน ๑๒ เดือน แล้วก็ ๑๘ เดือนนะครับ ทางคณะกรรมาธิการก็หวังว่าข้อเสนอในการป้องกันนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและช่วยให้การทุจริตคอร์รัปชันลดลงได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบพระคุณครับ