สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

ขวัญชัย ดวงสถาพร พูดถึงการปฏิรูปการจัดการที่ดินชุมชน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน โดยขอให้ใช้หลักวิชาการและหลักการแนวคิดทางทฤษฎีในการจัดสรรที่ดินให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐกับทรัพยากรธรรมชาติ

นายขวัญชัย ดวงสถาพร

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในประเด็นที่ท่านปฏิรูปเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการปฏิรูปการจัดการที่ดินชุมชน กรณีพระราชบัญญัติโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน โดยเจตนาของท่านคิดตรงกันครับ ผมอยู่กรรมาธิการด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ก็คือว่าจะทําอย่างไรให้คนมีที่ดิน มีความมั่นคงในที่ดิน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ท่านเขียนในเอกสารที่เป็นเล่มฉบับเต็ม ไม่ใช่ตัวเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ท่านบอกว่า เราจะสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําเรื่องการจัดสรรที่ดิน นี่คิดตรงกันครับ ท่านยอมรับว่าแนวเขตที่ดินของรัฐขัดแย้งกับแนวเขตที่ดินของประชาชน ทั้งในเรื่องของ ความไม่ชัดเจนการทับซ้อนกันนะครับ ท่านยอมรับว่าการพิสูจน์สิทธิที่ดินในปัจจุบันนี้ ยังไม่แล้วเสร็จและมีความล่าช้า แล้วก็การจัดการเรื่องของที่ดินของรัฐขาดประสิทธิภาพ ซึ่งประเด็นนี้เป็นเหตุที่ทําให้ท่านได้กําหนดแผนการปฏิรูป ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าที่ผ่านมาจริง ๆ เราไม่เคยคิดจะปฏิรูปที่ดิน เรามีชื่อที่เป็นคําย่อเต็มไปหมด ส.ท.ก. ส.ป.ก. ส.ค. มีที่นิคมนะครับ รัฐพยายามที่จะมีการจัดสรรที่ดินในหลาย ๆ รูปแบบเต็มไปหมด ทีนี้ เราคงจะต้องมาวิเคราะห์ว่าเป็นอย่างไร ในส่วนประเด็นนี้เราต้องคิดบนพื้นฐานหนึ่งนะครับ ให้แก้ที่สาเหตุเมื่อสักครู่ ๒. จะทําอย่างไรให้การจัดสรรที่ดินหรือจัดการที่ดินนั้นไม่เกิด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเกิดดุลยภาพหรือความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ ที่ดินของรัฐกับทรัพยากรของประเทศนะครับ ผมอาจจะอยู่ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจจะเอียง ๆ นิดหนึ่งว่าอนุรักษ์ป่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ป่าก็คือของคนทั้งประเทศนะครับ ทุกคนเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นคงไม่ได้จัดสรรหรือให้ คนใช้ประโยชน์เฉพาะคนอยู่ใกล้ป่า คนอยู่ต้นน้ําหรือคนอยู่ปลายน้ําเขาก็มีบทบาท เป็นเจ้าของทรัพยากรของทั้งประเทศนะครับ อันนี้คิดบนพื้นฐาน ๑. แก้ที่สาเหตุ ๒. ให้เกิด ความสมดุลระหว่างการใช้กับทรัพยากรธรรมชาติ ๓. ที่ผมอยากจะเรียนท่านก็คือว่า คําว่า โฉนด มันเป็นคําที่แสดงถึงสิทธิ ท่านอาจจะโฉนดเป็นกลุ่ม โฉนดเป็นรายบุคคลอะไรก็แล้วแต่ ในประเด็นนี้นะครับทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมได้มีการวิเคราะห์ในระดับหนึ่งว่าการที่เราจะจัดสรรที่ดินของประเทศเพื่อให้ คนกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งมันต้องรอบคอบ เราก็เลยมีการเสนอในส่วนนี้ว่าในการจะจัดสรร คิดตรงกันเหมือนท่านนะครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเมื่อแนวเขตไม่ชัดเจนก็ทําแนวเขตให้ชัด ซึ่งตอนนี้รัฐบาลก็ขับเคลื่อนไประดับหนึ่งก็คือเป็นโครงการจัดทําแนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการมาตราส่วน ๑ : ๔,๐๐๐ โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ซึ่งเขาก็ทําอยู่แล้ว แล้วกําลังจะเริ่มขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ถ้าแนวเขตเสร็จปุ๊บสิ่งสําคัญคือ ต้องโซน (Zone) ก่อนที่ท่านจะทําโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดินอะไรก็แล้วแต่ต้องโซน (Zone) ว่าอันไหนควรจัดได้ อันไหนควรจัดไม่ได้ อันไหนจัดแล้วจะเกิดผลกระทบ ถ้าทําอย่างนี้โดยใช้ หลักวิชาการหรือหลักการแนวคิดทางทฤษฎีหลักวิชาการอะไรก็แล้วแต่ หรือมองในเรื่องสิทธิ ของชุมชน มองในเรื่องของกฎหมาย องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างทั้งทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เราก็จะได้โซน (Zone) ที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับทั้งคนต้นน้ํา หรือคนปลายน้ํา หรือคนที่ เป็นเจ้าของทรัพยากรทั้งประเทศ พอเราแบ่งโซน (Zone) เสร็จปุ๊บสิ่งสําคัญที่เมืองไทย ยังขาดก็คือว่า ฐานข้อมูลผู้ครอบครอง หรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ ณ วันนี้ยังไม่เสร็จ เรามีมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ให้จัดทําฐานข้อมูลผู้ใช้ที่ดินป่าไม้ของรัฐ และให้พิสูจน์สิทธิที่ดิน ทําตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ตอนนี้ยังไม่มีที่ใดประสบความสําเร็จสักแห่ง เพราะฉะนั้นฐานข้อมูลที่ดินของรัฐต้องเสร็จในแต่ละโซน (Zone) หลังจากนั้นมาในส่วน ผมขออนุญาตใช้คําของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ใช้คําว่า จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานของโซน (Zone) โซน (Zone) นี้เราอาจจะไม่ได้เรียกว่าโฉนดก็ได้ เราอาจจะคิดนอกกรอบ อาจจะเรียก เป็นอะไรสักอย่างถ้าเขาสามารถใช้ได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดผลกระทบนะครับ อาจจะไม่ได้อยู่ในรูปของโฉนด อยู่ในรูปต่าง ๆ นะครับ อันนี้ขออนุญาตเป็นข้อสังเกต แล้วก็ขอความกรุณานําเอาไปประกอบการพิจารณาที่จะปรับปรุง ขอบคุณครับ