สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

ถวิลวดี บุรีกุล หารือเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีการปฏิรูปเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยไม่จำกัดเพียงผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ชายด้วย นอกจากนี้ยังต้องมีการคิดถึงความแตกต่างของคนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และผลักดันนโยบายที่เป็นจริง

นางถวิลวดี บุรีกุล

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก หมายเลข ๖๑ ดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ให้ความห่วงกังวลแล้วก็มีทิศทาง ที่จะปฏิรูปในหลายเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ค่อนข้างน้อยใจเหมือนท่าน สปท. บางท่าน เพราะดิฉันพูดตรงนี้หลายครั้งในเรื่องที่เป็นเรื่องของความเป็นธรรม และเป็นเรื่องของ อนาคตที่ยั่งยืนที่ไม่สามารถจะละเลยเรื่องสิทธิและศักดิ์ศรี และความสามารถของประชากร ของประเทศอีกครึ่งหนึ่งได้ ดิฉันคิดว่าท่านลืมไปหรือเปล่า เมื่อปี ๒๕๔๓ ประเทศต่าง ๆ ๑๘๙ ประเทศก็ไปประชุมกัน แล้วก็ตกลงกันว่าจะมีการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ซึ่งตรงนี้ มีเป้าหมาย ๘ หลัก แต่ใน ๘ หลักมีอยู่ ๔ หลักที่เป็นเรื่องของเด็กและสตรี แต่ว่าวันนี้ ดิฉันไม่ได้ยินเสียง ท่านเห็นว่าจะปฏิรูปเพื่อความเสมอภาคของกลุ่มนี้สักเท่าไรนะคะ แล้วเพื่อความต่อเนื่อง ในปีนี้ก็มีเรื่องของเอสดีจี (SDGs) คือการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อต่อเนื่อง จากเอ็มดีจี (MDGs) ตรงนั้น แล้วก็มีเป้าหมายที่ ๕ ที่สําคัญคือบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ และเสริมสร้างพลังให้สตรีและเด็กหญิงทุกคน แล้วเราจะเดินไปถึงตรงนั้นอย่างไรถ้าเรา ไม่มีแผนที่จะปฏิรูป แล้วนอกจากนี้เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๘ ประเทศไทยก็แสดงจุดยืน อย่างชัดเจนในการที่จะส่งเสริมความเท่าเทียม เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีของเราเอง เป็นผู้ไปแสดงปาฐกถา แล้วก็บอกว่าเรามุ่งมั่นที่จะดําเนินการเพื่อสตรีในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจัดทําหลักสูตรบทบาทหญิงชาย หรือเรื่องของการปลูกฝังเจตคติ หรือจัดการ ข้อมูลจําแนกเพศเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ หรือเรื่องของอบรมและผลักดันเรื่องของการใช้ งบประมาณที่คํานึงถึงมิติหญิงชาย แล้วก็มีอีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้หายไปเลยจากสิ่งที่ เราจะปฏิรูปกันนะคะ แล้วนอกจากนี้ประเด็นที่จะส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศไม่ใช่ เฉพาะเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่ว่าผู้ชายก็ต้องมีบทบาทสําคัญในการที่จะช่วยกันผลักดัน ในตรงนี้ด้วย ในเรื่องของการไม่เลือกปฏิบัติ ในเรื่องของการไม่กระทําการรุนแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ํา ท่านคิดถึงคนสูงอายุ คนพิการ ใช่ค่ะ แต่ว่าคนเหล่านี้ก็มีความแตกต่างกันไป ตั้งแต่เด็กที่เป็นผู้หญิง เด็กที่เป็นผู้ชาย คนพิการ ผู้หญิง คนพิการผู้ชาย ผู้สูงอายุหญิง ผู้สูงอายุชาย ก็มีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการคิด โครงการหรือคิดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเหมาะสมกับกลุ่มนี้มีความแตกต่างกัน ยิ่งถ้าเป็น เด็กหญิงที่อยู่ในวัยรุ่นแล้วเป็นคนพิการ แล้วไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้าถูกข่มขืน ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นยิ่งสร้างภาระให้กับสังคม เราไม่ได้มีมาตรการตรงนี้ สักเท่าไร ในเรื่องของกิจกรรมบําบัดออกคิวเพชันนัลเธอราพี (Occupational therapy) ซึ่งเราจะต้องพยายามที่จะผลักดันเพื่อที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ให้สังคมไทยเป็นสังคม ที่แก้ปัญหาได้ด้วยตนเองโดยชุมชน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในตรงนี้ ก็ยังไปไม่ถึงนะคะ นอกจากนี้สิ่งที่จะเกิดความเป็นธรรมในสังคมได้ ดิฉันคิดว่ามิติ ความเสมอภาคหญิงชายจะต้องถูกนําไปใช้ในการคิดนโยบาย การจัดทํานโยบายต่าง ๆ เพื่อที่จะให้สนองตอบต่อความต้องการของคนเหล่านี้อย่างที่ดิฉันได้บอกไปแล้ว แล้วนอกจากนี้การคิดถึงความแตกต่างของคนโดยคํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะแตกต่างทางภาษาพูด หรือศาสนา หรือเพศ ดิฉันคิดว่าตรงนี้ต้องปฏิรูปเพื่อที่จะให้เราเกิดการยอมรับ แล้วนอกจากนี้สิ่งที่ดูเหมือนว่าเราจะลืมกันไปเลยก็คือการผลักดันนโยบายที่เป็นจริงว่า เราไปเซ็นสัญญาอะไรไว้ เราไปตกปากรับคํากับใครไว้ว่าเราเป็นประเทศซิวิไลซ์ (Civilize) เราเป็นประเทศที่มีอารยะ เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ แต่เราลืมผลักดัน ให้เป็นจริง เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเสนอว่าจะต้องมีการผลักดันโดยผ่านช่องทาง เช่นการร่าง รัฐธรรมนูญที่กําลังทํากันอยู่ตอนนี้ ให้บรรจุมิติของความเสมอภาค เสริมบทบาทของผู้หญิงในทางการเมือง มีมาตรการส่งเสริมพรรคการเมืองและภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็มีแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่กําหนดให้มีการคํานึงถึง ความเสมอภาคทางเพศโดยการจัดสรรงบประมาณที่คํานึงถึงมิติหญิงชายด้วย เพื่อป้องกัน การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของคนที่มีความแตกต่างกัน นั่นคือสิ่งที่ ควรจะทํา

แล้วสุดท้าย สิ่งที่ดิฉันเห็นว่า สปช. ชุดที่แล้วได้ทําไว้ดีแล้ว แล้วก็น่าจะเอามา ดําเนินการต่อก็คือในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเขามีการเน้นไว้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น องค์การอิสระ หรือว่าในเรื่องของการที่เคยร่างรัฐธรรมนูญไว้ว่าให้องค์การอิสระนี้ สามารถที่จะฟ้องแทนประชาชนได้ ดิฉันคิดว่าเรื่องเหล่านั้นก็น่าจะเอามาปฏิรูปได้ เพราะว่า ดูในแผนการปฏิรูปของท่านก็จะมีการปฏิรูปของหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่มีการปฏิรูป พลังของประชาชนเพื่อที่จะให้คุ้มครองตัวเองได้เลยค่ะ ขอบพระคุณ