สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

วิเชียร ชวลิต หารือเรื่องการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ และเตรียมการรองรับด้านอื่น ๆ รวมถึงการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม โดยเฉพาะเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ โดยเสนอแนวทางในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน เพื่อให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคราชการเข้าไปดูแลผู้สูงอายุในชุมชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการสร้างหลักประกันรายได้ชราภาพ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสในการทำงานให้กับคนสูงอายุ

นายวิเชียร ชวลิต กรรมาธิการ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายวิเชียร ชวลิต สปท. ลําดับที่ ๑๔๐ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนถึง ประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัยและผู้ด้อยโอกาส ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตกราบเรียนขออนุญาตท่านประธาน มีแก้ไขเอกสารในส่วนที่เป็นสําเนา ของภาพถ่ายสไลด์ (Slide) ๒ จุด คือเรื่องคําว่า สิทธิ กับเรื่องของคําว่า กลไก แล้วก็ ในเนื้อหานี้ขออนุญาตเรียนเพื่อความเข้าใจร่วมกันว่าชื่อของหัวข้อว่าสังคมสูงวัย และผู้ด้อยโอกาสนี้เราได้พิจารณาเห็นว่าถ้าเราระบุกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มไว้ในชื่อก็คงจะเป็น ปัญหาในการที่จะอธิบายแล้วก็ขยายความ ก็เลยรวบรวมความหมายของคําว่า ผู้ด้อยโอกาส ไว้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เป็นเยาวชน เป็นสตรี และเป็นผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ รวมอยู่ในประเด็นของการดูแลด้านนี้ทั้งหมด ก็ขออนุญาตเรียนเพื่อความเข้าใจในเบื้องต้น ทีนี้จากสไลด์ (Slide) ที่จะขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ได้ฉายนี้ผมขออนุญาตนําเรียน ท่านทั้งหลายเพื่อรับทราบร่วมกันว่าภาวะของสังคมสูงวัยที่เป็นปัญหาขณะนี้ ประการแรกเลย เรามีการเริ่มคุมกําเนิดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ แล้วเราก็เป็นประเทศที่ ประสบผลสําเร็จมากในการคุมกําเนิด แล้วอีกอย่างหนึ่งที่เป็นปัจจัยสําคัญก็คือเราดูแล ด้านสาธารณสุขกับผู้คนเรานี้ดีมาก วันนี้ผู้คนอายุยืนแล้วก็มีชีวิตอยู่ยืนยาว ท่านจะเห็น ในสไลด์ (Slide) ก็จะเห็นภาพของคลื่นมหาชนของเราสีแดง ยอดสีแดงที่เห็นนี้กําลัง คืบคลานเคลื่อนเข้ามาสู่วัยของ ๖๐ ปี หรือผู้สูงอายุ เราคาดการณ์หรือทํานายประชากรไว้ว่า คนที่เป็นผู้สูงอายุในนิยามขณะนี้ ๖๐ ปีนี้เราเริ่มสู่ภาวะของประเทศที่มีผู้สูงอายุก็คือ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ อันนี้เป็นมาตรฐานของยูเอ็น (UN) ก็คือประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเรามี ๘.๖ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๔ อีก ๖ ปีข้างหน้าเราจะมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าเราจะมี ประชากรผู้สูงอายุถึงร้อยละ ๓๐ ซึ่งก็แปลว่าคลื่นสีแดงนี้เคลื่อนเข้าไปเต็มรูปแบบ นี่คือภาวะ ที่เกิดขึ้นและขณะนี้ก็คงจะมีคําถามว่าเรามีอยู่สักเท่าไร ตอนนี้ปี ๒๕๕๘ เรามีอยู่ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าบอกเป็นตัวเลขก็ประมาณ ๑๐ ล้านคน นี่คือภาวะที่เกิดขึ้น กับลักษณะหรือสภาพการณ์ทางประชาชนที่กําลังเข้าสู่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เกิดผลกระทบซึ่งเราต้องคิดและเตรียมการในการปฏิรูปหรือขับเคลื่อนโดยเร่งด่วนนี้ ก็คือว่า เราจะมีภาระในการดูแลผู้สูงอายุทั้งเรื่องของด้านสังคม ด้านการเลี้ยงดู ด้านสาธารณสุข และด้านอื่น ๆ ที่เป็นภาระที่เราจะต้องดูแล สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือกําลังผลิต ด้านแรงงาน ท่านดูสัดส่วนแล้วคงจะเห็นภาพว่าเราจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่แล้ว และอีกเรื่องหนึ่งก็คือภาวะทางเศรษฐกิจก็จะถดถอย เพราะว่าเราผลิต หรือกําลังการผลิตลดลงนะครับ นี่คือภาวะที่เกิดขึ้นและต้องเรียนข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า ผู้พิการที่มีอยู่ในเมืองไทยตอนนี้จดทะเบียนไว้ประมาณ ๑.๖ ล้านคน ครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ นี่คือข้อสังเกต แล้วก็ผลกระทบที่เกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เกิดปัญหาอะไรขึ้นมาบ้าง

เรื่องแรก ก็คือว่าเราก็หยิบปัญหาในสิ่งที่เผชิญหน้า เรามีปัญหาคือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นหลายที่หลายแห่งที่มีอยู่ในขณะนี้อยากจะเข้าไปทํางานในการดูแล ผู้สูงอายุหรือผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย ปรากฏว่าข้อจํากัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยปัญหาทางเทคนิค ด้วยข้อกฎหมาย ด้วยระเบียบต่าง ๆ ก็ทําให้ท้องถิ่นทําได้เพียงไปจัดกิจกรรม หรือโฆษณา หรือเชิญชวนในวาระโอกาสวันต่าง ๆ แต่เรื่องที่จะเข้าไปขับเคลื่อนหรือไปทํางานจริงจัง เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ถ้ามองว่าเป็นเรื่องเล็กแต่ก็จะเป็นเรื่องที่ใหญ่ต่อไป เพราะว่าท้องถิ่นไม่สามารถจะเข้าไปทํางานตรงส่วนนี้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไปทําแล้ว ก็ถูกเรียกเงินคืนบ้าง สตง. ตรวจพบแล้วก็ต้องยกเลิกโครงการบ้าง ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นปัญหา สําคัญนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมเรียนแล้วว่าภาวะผู้สูงอายุในสังคมนี้มีมาก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สภาพแวดล้อม สิ่งอํานวยความสะดวก บริการสาธารณะต่าง ๆ เดิมเรามีปัญหากับ คนพิการ ปัจจุบันนี้เมื่อเราเป็นสังคมผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุก็จะได้รับผลกระทบตรงนี้ไปด้วย สิ่งที่เกิดผลกระทบก็กระเทือนไปถึงหน่วยงานที่ดูแลด้านสาธารณสุข ก็คือว่าคนจากเดิม ที่พึ่งพาตนเองได้เมื่อไปหกล้มบ้าง ไปบาดเจ็บ ไปเกิดผลกระทบจากการเดินทาง เคลื่อนย้าย ต่าง ๆ จากสิ่งอํานวยความสะดวกที่ไม่เอื้อ รวมทั้งบ้านเรือน การใช้ทั้งบริการส่วนตน แล้วก็ บริการสาธารณะ ก็ทําให้พวกนี้กลายเป็นคนบาดเจ็บพึ่งพาตนเองไม่ได้ ต้องเป็นคนติดเตียงต้องอะไรต่อไป ซึ่งเป็นภาระใหญ่หลวงนะครับ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ ๓ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากก็คือว่าผู้ที่เป็นผู้สูงอายุขาดหลักประกัน ทางรายได้ ก็จะมีอยู่ ๓ ประการใหญ่ ๆ ที่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ

ประการแรก ก็คือเราบริหารแบบแยกส่วน ก็คือการดูแลผู้สูงอายุเมื่อเป็น ระบบบํานาญ พ้นจากการทํางานแล้วแต่ละส่วนก็จะแยกกันไป ข้าราชการบํานาญก็ไปอย่าง ประกันสังคมก็ไปอย่างหนึ่ง แต่ละกลุ่มแยกกันหมดไม่ได้บูรณาการรวมกันคิดแบบองค์รวมว่า จะจัดการอย่างไร

ประการที่ ๒ ก็คือในระบบบํานาญที่เกิดขึ้นก็จะมีความเหลื่อมล้ําไม่เท่าเทียมกัน บางส่วนก็ได้มาก บางส่วนก็ได้น้อย

ประการที่ ๓ ก็คือว่าถ้าเรายังเดินต่อไปอย่างนี้ ภาระทางการเงินในอนาคต ไม่ว่าจะเติบโตมากในทางสาธารณสุขเพราะว่าผู้สูงอายุมาก ภาระการใช้จ่ายทางด้าน การดูแล ทางแพทย์ ทางพยาบาล ทางสาธารณสุข ก็จะมีมากตามมานะครับ รวมทั้งคนที่จะ ดูแลผู้สูงอายุในภาวะที่เราไม่ได้เตรียมการก็จะเกิดภาระต่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป คําว่า เกิดภาระ ก็เพราะว่าจํานวนคนที่จะดูแลผู้สูงอายุจะมีน้อยลงก็จะมีภาระมากขึ้นนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็คิดว่านี่คือในภาพรวมเป็นปัญหาหรือภาระทางการเงิน ในอนาคต

เรื่องที่ ๔ ก็คือว่าสังคมไทยซึ่งเราดูเหมือนว่าที่ผ่านมาเราก็จะดูแลผู้สูงอายุ อย่างดีนะครับ จะเรียกว่าเรามีความกตัญญู คนแก่ไม่ถูกทอดทิ้งอะไรประมาณนี้นะครับ แต่ขณะนี้ภาวะที่ไปสู่ก็คือว่าสภาพทางสังคมชักจะไม่เอื้ออํานวยพร้อมที่จะรองรับสังคม ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นเด็กก็เริ่มรังเกียจว่าผู้สูงอายุมีมากขึ้นจะเลี้ยงไหวไหม จะดูแลไหวไหม เป็นภาระมากน้อยขนาดไหน นี่คือภาระที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วการเตรียมการรองรับ ด้านอื่น ๆ ก็มีไม่เพียงพอ อันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมการนะครับ

เรื่องที่ ๕ ก็คือข้อจํากัดในการเข้าถึงและเรียกร้องสิทธิของผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุนี่นะครับ คือมันก็ผูกพันไปถึงเรื่องชุมชนเข้มแข็ง เรื่องของ ประชาสังคม ก็คือว่าการรวมกลุ่มที่จะดูแลตนเอง ที่จะขับเคลื่อน ที่จะทํางานก็เป็นไปอย่าง จํากัด กลุ่มที่ดูแลหรือที่รวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็งก็คือเฉพาะกลุ่มผู้นํา แล้วก็ขับเคลื่อน ในลักษณะขององค์รวมที่เป็นในภาพของการมีกลุ่มแล้วก็มีสมาชิกที่เข้มแข็งนี่ยังอ่อนแออยู่นะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คืออันนี้เป็นตัวอย่างสําหรับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสนะครับ ผู้พิการของเรามีปัญหาเรื่องการศึกษามาก ครึ่งหนึ่งเรามีสักประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ของผู้พิการที่เรียนจบชั้นปริญญาตรี นอกนั้นก็พึ่งพาได้ในลักษณะพึ่งพาตนเองได้น้อย นี่คือปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ได้ขยายการศึกษาในส่วนนี้เพื่อรองรับให้ได้ เราก็จะมีผู้ด้อยโอกาสที่เป็นสิ่งที่จะแบกภาระกับสังคมอย่างมากมายนะครับ

เรื่องที่ ๓ ซึ่งอันนี้ต้องถือว่าทําไปได้ดีแต่ก็จะเป็นปัญหา เป็นภาระก็คือบริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุข คําว่าทําได้ดีก็คือจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้น ถ้าการจัดการไม่ดี การเตรียมความพร้อมไม่ดี สิ่งที่ตามมาก็คือเราจะมีผู้สูงอายุที่ติดเตียง แล้วก็จะเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้ แล้วก็จะมีปัญหาในการใช้ค่าใช้จ่ายมากในเรื่องของ การดูแลด้านการแพทย์สาธารณสุขนะครับ

เรื่องที่ ๔ ใหญ่โตมากก็คือเรื่องอาชีพและรายได้ ทั้งผู้พิการแล้วก็ทั้ง ผู้ด้อยโอกาสทั้งหมดก็จะต้องพึ่งพิง แล้วก็จะต้องอาศัยการจัดการที่เข้าไปดูแล

ทั้ง ๕ ประการนี่ก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาและเป็นภาระอันยิ่งใหญ่เรื่องของ ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสนะครับ ฉะนั้นในคณะกรรมาธิการก็ขออนุญาตนําเสนอว่าเรามี การดําเนินการปฏิรูป ซึ่งท่านประธานได้บอกไปแล้วว่าเรามีอยู่ ๑๑ ประเด็นที่เราจะขับเคลื่อน แล้วก็ให้ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมนะครับ ผมขอหยิบยกมาในประเด็นที่มีความสําคัญ ๆ ตามลําดับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องการปรับปรุงระเบียบกฎหมาย ซึ่งอันนี้เราจํากัดกรอบ เรื่องเร่งด่วน ก็คือเราจะดูว่าการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขให้ท้องถิ่นสามารถเข้าไปดูแล เข้าไป ดําเนินการได้อย่างเต็มรูป อันนี้ไม่ต้องไปแก้กฎหมาย แก้กฎ ระเบียบภายใน ซึ่งคิดว่า การดําเนินการในระยะเร่งด่วนนี่เป็น ๑ ในหัวข้อลําดับแรก เรื่องเร่งด่วนที่จะทําให้สามารถ ดําเนินการได้

เรื่องที่ ๒ ก็คือการปรับสภาพแวดล้อม สิ่งอํานวยความสะดวก และบริการ สาธารณะ ซึ่งอันนี้ก็เป็นปัญหาเรื่องกฎ ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่ระดับพระราชบัญญัติ ก็สามารถดําเนินการได้โดยเร่งด่วน

เรื่องที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราขับเคลื่อนกระทรวง ทบวง กรม และฝ่ายรัฐบาล ขับเคลื่อนไปแล้ว แต่ว่าสิ่งที่ตามมาก็คือทําอย่างไรเราถึงจะขยายขอบเขตให้สามารถ ดําเนินการได้ อันนี้ผูกพันกับเรื่องของชุมชนเข้มแข็ง เรื่องของภาคประชาสังคม ก็คือ การจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน ซึ่งต้องถือว่าเหมือนกับการรวมประชารัฐ ก็คือว่าภาคประชาชน ภาคประชาสังคม รวมกับภาคราชการ ก็เข้าไปดูแลศูนย์การดูแล ผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อที่จะทําให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ลงไปทํางานสามารถผนึกกําลังกัน สักประมาณ ๗ กระทรวงก็สามารถเข้าไปทํางานในพื้นที่ แล้วก็ดูแลชุมชน ดูแลสังคม ได้อย่างดี ในขณะเดียวกันภาคของชุมชนหรือภาคของผู้สูงอายุที่จะไปรวมกลุ่มก็สามารถ ไปประสานและทํางานร่วมกัน อันนี้เป็นงานเร่งด่วน ๓ เรื่องที่ผมกล่าวนี้นะครับ ก็จะ ขับเคลื่อนภายใน ๓ เดือนให้ไปสู่ความสําเร็จ อยู่ในโรดแมป (Road map) เร่งด่วนที่เราเสนอ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม

เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ซึ่งอันนี้เรามีข้อจํากัด ก็คือวันนี้เราโต้แย้งโต้เถียงกันว่า ๖๐ ปีแบบผมแล้วยังพอที่จะทํางานขยันขันแข็งอะไร ได้ไหมนะครับ แต่เขาบอกว่าต้องเกษียณอายุราชการ ก็โต้แย้งกันว่าจะต่อเวลาจะอะไรไหม ในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุกําหนดไว้ ๖๐ ปี ซึ่งผูกกับเรื่องอื่น ๆ ไว้หมดเลย เพราะฉะนั้น เราอยากจะเสนอว่าเราจะปลดล็อกตรงนี้ แล้วในแต่ละกลุ่มแต่ละประเภทก็จะสามารถ ไปจัดการว่าอายุเท่าไรควรจะทําอย่างไร ก็จะแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ได้ในรายละเอียดต่อ ๆ ไป ก็จะทําให้เป็นการแก้ไขที่สามารถจะทําให้ทุกฝ่ายขับเคลื่อนองคาพยพในส่วนที่จะไปแก้ไข ปัญหาได้อย่างสําเร็จ ได้เร็ว อันนี้ก็เป็นเรื่องในลําดับที่ ๒ ที่เราอยากทําให้เร็ว

เรื่องที่ ๕ ก็คือการปฏิรูปการสร้างหลักประกันรายได้ชราภาพ ซึ่งอันนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก เรามีการดําเนินการในหลาย ๆ ส่วน ๑ ในปัญหาของผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสก็คือการมีรายได้ที่จะเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งอันนี้เป็นหลักประกัน การสร้าง หลักประกันทางรายได้ชราภาพจะทําเมื่ออายุ ๖๐ ปี หรือเมื่ออีก ๑๐ ปีจะเกษียณอายุ หรือจะพ้นจากการทํางานไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างที่เรียนแล้ว จากสภาพปัญหาก็คือต่างฝ่ายต่างทํา แยกไว้หมดนะครับ เพราะฉะนั้นเราอยากจะมี กรรมการดูแลเรื่องบําเหน็จบํานาญแห่งชาติ ดูจัดการในทุก ๆ ส่วนเพื่อสามารถเดินไป แบบเป็นองค์รวมได้

อันที่ ๒ ก็คือเรื่องการเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสในการทํางาน ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่เราโต้เถียงแล้วก็มีผู้คนให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่เราขาดวันนี้ ก็คือ ๖๐ ปีแล้วยังอยากทํางานแต่ไม่มีเวทีให้ทํา หรือโต้กันว่า ๖๐ ปีแล้วควรจะต่อเป็น ๖๕ ปี หรือ ๗๐ ปีดี หรือ ๖๓ ปีแล้วไม่ไหวแล้วอะไรนี่ ก็ควรจะพิจารณาให้สามารถจะนํา คนเหล่านี้กลับมาใช้ ทั้งเรื่องของคลังสมอง ทั้งเรื่องคนที่สามารถทํางานใช้แรงงานได้ ทั้งคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในสาขาอาชีพที่ขาดแคลน อาชีพไหน เรื่องไหนควรจะให้ ผู้สูงอายุทํา อะไรอย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นเรื่องราวที่จะต้องไปดูเป็นการเร่งด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้กฎหมายแล้วก็รัฐบาลเดินไปแล้วก็คือเรื่องกองทุนการออม แห่งชาติ แต่ว่ายังไม่มั่นคง ยังเตาะแตะ ยังเห็นภาพที่ไม่ชัดเจน เราอยากจะให้มี การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม เพราะนี่คือความยั่งยืนในการสร้างหลักประกันรายได้ในอนาคต และอันนั้นก็จะแปลว่าคนรุ่นนี้อายุ ๒๐-๓๐ ปี ก็จะต้องเตรียมการเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือรักษา หรือสร้างเงินออมไว้ใช้ในอนาคต เพราะว่าเมื่อคลื่นสีแดงไปถึงจะเป็นปัญหาใหญ่ กับประเทศ อันนี้ก็เป็นประเด็นสําคัญในระยะกลาง

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรามีร่างพระราชบัญญัติการศึกษาสําหรับคนพิการอยู่ใน กระบวนการอะไรแล้ว เราอยากจะเร่งผลักดัน ๑ ในปัญหาที่ผมหยิบยกแล้วก็คือ เรื่องคนพิการขาดเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นก็จะเป็นภาระที่ถึงแม้วันนี้กฎหมายส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะบังคับว่าให้สถานประกอบการทุกแห่ง ต้องจ้างคนพิการเข้าไปทํางานในอัตรา ๑๐๐ คนต้องจ้างคนพิการ ๑ คน แต่ว่าคนพิการ ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้หรือการศึกษาก็ไม่สามารถจะเข้าสู่ระบบตลาดแรงงานได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการผลักดันเรื่องการศึกษาสําหรับคนพิการก็เป็นเรื่องใหญ่นะครับ

เรื่องที่ ๗ คือการส่งเสริมการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนพิการ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งคนพิการ ทั้งผู้สูงอายุก็จะอยู่ในหัวข้อ ของการส่งเสริมเพื่อให้มีการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ก็จะดูแลตนเองได้ก็จะไม่เกิด ภาวะพึ่งพิงนะครับ เรื่องที่ ๗ เป็นเรื่องเร่งด่วนปานกลาง มีเรื่องใหญ่ที่จะต้องดําเนินการ ในระยะยาว ซึ่งผมขอเสนอโดยย่อเพื่อที่จะได้ไม่ใช้เวลากับท่านมากนะครับ ก็คือเรื่อง การส่งเสริมการวางแผนชีวิตครอบครัวแนวใหม่ ชื่อเป็นวิชาการมากนะครับ แต่ขออนุญาต เรียนว่าเป้าหมายก็คือว่าวันนี้ปัญหาที่ผมเรียนแล้วว่าคนเริ่มรังเกียจคนสูงอายุ เพราะฉะนั้น ทําอย่างไรถึงจะพัฒนาหรือปรับปรุง หรือทําให้ครอบครัวหรือชุมชนของเราเห็นใจ เข้าใจ แล้วก็ดูแลผู้สูงอายุนะครับ เรามีตัวอย่างในโลกนี้หลายประเทศที่ทํามาแล้วไปสร้างที่อยู่ สร้างชุมชนให้ผู้สูงอายุไปอยู่แล้วก็เป็นปัญหาเป็นภาระ เพราะฉะนั้นครอบครัวหรือชุมชน จะต้องดูแล ผู้สูงอายุอยู่ในชุมชนก็จะไม่เป็นภาระ แล้วก็จะไม่เกิดภาวะพึ่งพิง ไม่เกิดภาระทางการเงิน ทางการดูแลอะไรมากมาย เพราะฉะนั้นครอบครัวต้องรองรับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าพอผู้สูงอายุมากขึ้นอีก ๒๐ ปี เราจะมี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการเตรียมการเรื่องของการทําอย่างไรถึงจะมีบุตร ทําอย่างไรถึงจะเพิ่มอัตรา การเกิดของประชากร หลังจากเมื่อปี ๒๕๑๓ เราทําดีมากตอนนั้นวางแผนครอบครัวดี วันนี้ ต้องย้อนกลับว่าทําอย่างไรจะส่งเสริมการมีบุตรเพื่อที่จะทําให้เรามีสัดส่วนประชากร ที่เหมาะสมนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราไปส่งเสริมอย่างเดียวก็อาจจะมีปัญหาครอบครัว ที่ไม่พร้อม มีบุตรอย่างไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็คือว่าการมีบุตรในครอบครัวอย่างมี คุณภาพเป็นเรื่องที่มีความสําคัญคือต้องส่งเสริม อันนี้ก็เป็นเรื่องระยะยาว

และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกมาเรียนนอกจาก ๑๑ เรื่องในการ ดําเนินการขับเคลื่อนก็คือการพัฒนาระบบหลักประกันการดํารงชีพสําหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องขับเคลื่อนในหลาย ๆ แง่มุมเพื่อที่จะสร้าง หลักประกัน ก็คือเรื่องของการมีงานทํา การมีอาชีพ การมีรายได้ในส่วนต่าง ๆ ซึ่งก็อยู่ใน ข้อเสนอในรายละเอียด ผมก็อยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าจากที่กล่าวมานี่นะครับเราได้กําหนดว่า เรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วน ๓ เดือน เรื่องใดเป็นเรื่องภายใน ๑ ปี เรื่องใดที่จะต้องขับเคลื่อน ในระยะยาว ที่ได้เรียนกับท่านทางเอกสารนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนโดยสรุปเพื่อจะได้ ไม่รบกวนเวลาท่านมาก แล้วก็การดําเนินการใช้แหล่งงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในข้อเสนอของเรา ก็คิดว่าการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ก็จะ สามารถดําเนินการไปได้ประสบความสําเร็จ ขออนุญาตเรียนสรุปโดยย่อเพื่อที่ประชุม ได้โปรดทราบ ขอบพระคุณครับ