อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านสังคม โดยนำเสนอแผนการปฏิรูปที่ครอบคลุมหลายประเด็น รวมถึงการปฏิรูประบบชุมชนเข้มแข็ง การปฏิรูปแรงงานและระบบคุ้มครองผู้บริโภค และการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัยและผู้ด้อยโอกาส โดยขออนุญาตตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่ 4 เพื่อปฏิรูปเชิงประเด็น
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน กระผม นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม ขอนําเสนอแผนการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมดังต่อไปนี้ครับ ตามที่ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ วันอังคารที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมนั้น ตามข้อบังคับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๗๓ วรรคสอง (๑๐) โดยให้มีอํานาจหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทาง แผนการปฏิรูป วิธีการปฏิรูป พร้อมกําหนดเวลาการปฏิรูป และข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส การจัดการด้านแรงงาน และคุ้มครองผู้บริโภคให้สัมฤทธิผล รวมทั้งมีอํานาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมายนั้น ภายหลัง ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าวมาแล้ว คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมได้มีการประชุมเพื่อพิจารณากําหนดแผนการดําเนินงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๙ ครั้งเพื่อให้ตกผลึก ซึ่งหลังจากการพิจารณาตามกรอบ อํานาจหน้าที่ข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น เราจะเห็นว่าเป็นงานที่รวมของ คณะกรรมาธิการ ๓ คณะกรรมาธิการของสภาปฏิรูปแห่งชาติไว้ ก็คือคณะกรรมาธิการด้านสังคม คณะกรรมาธิการด้านการแรงงาน และคณะกรรมาธิการด้านคุ้มครองผู้บริโภค เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการด้านสังคมจะมีภารกิจที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องสังคม แรงงาน และการคุ้มครองผู้บริโภค หากพิจารณาจากวาระปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้มีการจัดทํา รายงานและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้วนั้น จํานวนทั้งหมด ๓๗ วาระปฏิรูป ด้านสังคมจะมีวาระปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกันจํานวน ๕ วาระ ได้แก่ วาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบ เพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง ๒. วาระปฏิรูปที่ ๒๙ สวัสดิการสังคมเรื่องการปฏิรูประบบสวัสดิการ สังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย ๓. วาระปฏิรูปที่ ๓๐ สังคมสูงวัย ๔. วาระปฏิรูปที่ ๓๑ การคุ้มครองผู้บริโภค ๕. วาระปฏิรูปที่ ๓๗ การปฏิรูปการแรงงาน ดังนั้นในการพิจารณา กําหนดแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมคณะกรรมาธิการจะยึดตาม หลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๙ วรรคสอง ที่กําหนดไว้ว่าให้สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศดําเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ สืบต่อจากสภาปฏิรูป แห่งชาติ โดยให้คํานึงถึงความสําคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในระยะเวลา ที่เหลืออยู่ พร้อมทั้งต้องให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการดําเนินงานของรัฐบาล ที่ได้มีการดําเนินงานอยู่ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศสามารถเกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง คณะกรรมาธิการจึงได้มีการพิจารณากําหนดและจัดทําแผนการปฏิรูปเพื่อเสนอต่อสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๘๗ ประกอบด้วย ๓ เรื่องใหญ่ ดังต่อไปนี้ครับ
๑. การปฏิรูประบบการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งประกอบด้วย ๔ เสาหลัก คือ ๑. ปฏิรูปการจัดการที่ดินชุมชน กรณีพระราชบัญญัติโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน ๒. ปฏิรูปการจัดการแหล่งน้ําชุมชนขนาดเล็ก ผมขอย้ําอีกสักนิดหนึ่งนะครับ เป็นแหล่งน้ํา ชุมชนขนาดเล็ก ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติผ่านประชารัฐ ๓. ปฏิรูปการจัดการเศรษฐกิจ ฐานราก ผลักดันกลไกประสานสนับสนุนผ่านประชารัฐ ๔. ปฏิรูประบบสวัสดิการชุมชน โดยเชื่อมโยงการทํางานร่วมกันระหว่างรัฐกับชุมชนแบบหุ้นส่วน กรณีแก้ไขพระราชบัญญัติ สวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติวิสาหกิจเพื่อสังคม
๒. การปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัยและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งประกอบด้วย ประเด็นเพื่อพิจารณาดําเนินการขับเคลื่อนในเบื้องต้น ๑๑ ประเด็น ได้แก่ ๑. ปรับปรุงกฎ ระเบียบในการทํางานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการในพื้นที่ ๒. สนับสนุน การปรับสภาพแวดล้อม จัดสิ่งอํานวยความสะดวกและบริการสาธารณะเพื่อรองรับสังคม สูงวัย ๓. ขับเคลื่อนต้นแบบฐานบูรณาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการใช้ชุมชน เป็นพื้นฐาน ๔. แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ให้รองรับสถานการณ์ สังคมสูงวัย ๕. ปฏิรูประบบเพื่อสร้างหลักประกันทางรายได้สําหรับผู้สูงอายุและประชากร รุ่นใหม่ ๖. ปรับปรุงระบบกลไกการศึกษาสําหรับคนพิการไทย โดยการผลักดันพระราชบัญญัติ การศึกษาสําหรับคนพิการ ๗. ส่งเสริมและพัฒนาด้านการประกอบอาชีพ และการมีงานทํา ของคนพิการ ๘. การเตรียมความพร้อมเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ และส่งเสริมการวางแผน ชีวิตครอบครัวแนวใหม่ ๙. สร้างการมีส่วนร่วมในสังคม ๑๐. การพัฒนาระบบหลักประกัน การดํารงชีวิตสําหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ ๑๑. การส่งเสริมภาคประชาสังคม
๓. การปฏิรูประบบแรงงานและระบบคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบด้วย ๔ ประเด็นหลัก ได้แก่ ๑. การพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของแรงงานไทย การมีงานทําที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ๒. การปฏิรูป การบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่เรานําเป็นข้อสรุปที่จะทํา แรงงานเรื่องแรกนะครับ ในหัวข้อที่ ๒ ๓. การจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูล ๔. การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค
โดยทั้ง ๓ เรื่องจะประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อน ในประเด็นต่าง ๆ ที่มีความครอบคลุมตามกรอบอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการอย่างครบถ้วน
ในการดําเนินงานตามแผนปฏิรูปดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการ จํานวน ๓ คณะ เพื่อทําการพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทาง แผนการปฏิรูป วิธีการปฏิรูป พร้อมกําหนดเวลาการปฏิรูปและข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อน ในประเด็นต่าง ๆ ใน ๓ เรื่องข้างต้น ดังนี้คือ
๑. คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งมีนายแพทย์อําพล จินดาวัฒนะ รองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นประธาน อนุกรรมาธิการ แต่วันนี้ท่านติดภารกิจสําคัญ ผมอาจจะให้ท่าน พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก เป็นผู้อภิปราย
๒. คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัย และผู้ด้อยโอกาส มีนายวิเชียร ชวลิต รองประธานกรรมาธิการ คนที่สอง เป็นประธานอนุกรรมาธิการ
๓. คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบแรงงานและระบบคุ้มครอง ผู้บริโภค มีนายศิริชัย ไม้งาม เลขานุการกรรมาธิการ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ นอกจากนี้ ดังที่ได้เรียนไปแล้วว่าเราเป็นคณะกรรมาธิการที่มีถึง ๓ คณะกรรมาธิการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ มารวมกันไว้ ซึ่งใน ๓ คณะกรรมาธิการนั้นที่ผ่านมามีรวมกันทั้งหมด ๑๕ คณะอนุกรรมาธิการ เราได้ขออนุญาตจากท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ที่ ๔ ขึ้นมาเพิ่มเติมอีก ๑ คณะ ชื่อว่า คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงประเด็น ควิกวิน (Quick win) ซึ่งจริง ๆ แล้วคณะนี้จะทําในเชิงประเด็นซึ่งเป็นลักษณะทางแนวราบ ซึ่งสามารถทําได้ทุกเรื่องที่คิดว่าเป็นเชิงปฏิรูปที่ไม่ซ้ําซ้อน ไม่ต้องไปแก้กฎหมาย เป็นผลกระทบ ต่อสังคมที่มีความชัดเจนว่าถ้าเราดําเนินการในขณะนั้นให้เป็นไปตามข้อกฎหมายแล้วจะทําให้ สังคมมีความสงบสุข มีความมั่นคง มีความสามัคคีเกิดขึ้น กระผมใคร่ขออนุญาตเรียนเชิญ ประธานอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะเป็นผู้นําเสนอแผนปฏิรูปใน ๓ เรื่องข้างต้นต่อที่ประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามลําดับ โดยจะเริ่มจากระบบการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ขอเชิญท่าน พลตํารวจเอก ดอกเตอร์เรืองศักดิ์ จริตเอก แทนท่านคุณหมออําพล ขอบพระคุณครับ