สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ หารือเรื่องการปฏิรูปสื่อออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการแพร่กระจายข้อมูลเท็จและขาดความร่วมมือของผู้ให้บริการ และเสนอแนวทางการปฏิรูป รวมถึงการสร้างอํานาจในการต่อรองกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ในต่างประเทศ และการสร้างกรอบเวลาในการปฏิรูป เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลหรือภาพที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สปท. ๑๐๙ ในฐานะกรรมาธิการและประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) เราพบว่า เรื่องสื่อออนไลน์ (Online) ปัจจุบันเป็นปัญหาสําคัญเร่งด่วนที่สุดในสังคมไทย ประกอบกับ ในรายงานการศึกษาเรื่องการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนของ สปช. ก็มิได้มีการศึกษา ในเรื่องนี้ไว้ ทางคณะกรรมาธิการเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสําคัญ จึงให้ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) ทําการศึกษาโดยภาพรวม แล้วก็ ทําแผนการปฏิรูป รวมทั้งเริ่มดําเนินการจัดทําแผนการปฏิรูปให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๘ เดือน เราพบว่าคุณสมบัติของสื่อออนไลน์ (Online) จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากสื่อวิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากวิทยุโทรทัศน์ก็ดี สื่อสิ่งพิมพ์ก็ดี ในการผลิตเนื้อหานําสู่ผู้บริโภค ก็จะมีการกลั่นกรองจากบรรณาธิการ รวมทั้งมีการควบคุมในองค์กรวิชาชีพสื่อ แต่สื่อออนไลน์ (Online) มีลักษณะพิเศษ ก็คือผู้ผลิตเป็นผู้นําเสนอไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยมีผู้ให้บริการเป็นตัวนําไปสู่ผู้บริโภค เราพบว่าในช่วงที่ผ่านมาปัญหาในการกํากับดูแล สื่อออนไลน์ (Online) มีหลายด้าน

ด้านที่ ๑ ด้านกฎหมายและกลไกในการกํากับดูแล เราพบว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ ที่เป็นหลักก็คือเรื่องพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ กฎหมายฉบับนี้ใช้มา ๘ ปีเต็ม จะขึ้นปีที่ ๙ ยังไม่เคยมีการแก้ไขปรับปรุง ซึ่งจะสวนทางกับการพัฒนาของเทคโนโลยี ซึ่งมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก็ทําให้กฎหมายฉบับนี้มีปัญหาในการบังคับใช้ค่อนข้างมาก คณะกรรมาธิการเราก็เล็งเห็นปัญหาตรงนี้

ประการที่ ๒ ในเรื่องปัญหากฎหมายและหน่วยงาน หน่วยงานที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องหลัก ๆ ก็จะมีกระทรวงไอซีที (ICT) กสทช. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เราพบว่า กระทรวงไอซีที (ICT) กําลังจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นกระทรวงดิจิทัล (Digital) เพื่อเศรษฐกิจ และสังคมทําหน้าที่ในการกํากับดูแลการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ขณะนี้เราพบว่า เมื่อกระทรวงไอซีที (ICT) เปลี่ยนบทบาททําให้อํานาจหน้าที่ตรงนี้เราคงต้องหาเจ้าภาพให้ได้ ว่าจะเป็นหน่วยงานใด

ปัญหาประการที่ ๒ ในด้านผู้ใช้งาน เราพบว่าผู้ใช้งานในสังคมไทยมีส่วน ไม่ใช่ส่วนใหญ่นะครับ มีส่วนหนึ่งขาดจริยธรรม ขาดคุณธรรม ขาดความรับผิดชอบในการใช้งาน เราพบว่ามีการส่งข้อมูลออนไลน์ (Online) ไปในสื่อต่าง ๆ สื่อโซเชียลมีเดีย (Social media) ต่าง ๆ ในลักษณะของการให้ข้อมูลเท็จบิดเบือน ประกอบกับคุณลักษณะของสื่อออนไลน์ (Online) มีการแพร่ขยายตัวค่อนข้างรวดเร็วทําให้ถ้าเป็นข้อมูลที่เท็จแล้วก่อความเสียหาย กับสังคม ต่อประเทศชาติ ก็จะทําให้การแพร่กระจายเป็นไปอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยาก

ปัญหาประการที่ ๓ การขาดความร่วมมือของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) เราก็จะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ก็คือ ๑. กลุ่มผู้ให้บริการในประเทศ ตรงนี้ปัญหาค่อนข้างน้อย ความร่วมมือของผู้ให้บริการในประเทศส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่ไม่ทันเวลา ไม่ทันเหตุการณ์ เมื่อมีความเสียหาย ประการแรกในการระงับยับยั้งความเสียหายคือการปิดกั้น ไม่ให้ความเสียหายแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว กระบวนการในการปิดกั้นต้องใช้อํานาจ คําสั่งศาลตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา ๒๐ กระบวนการในการขอคําสั่งศาล แล้วประมาณสัก ๗ วันนะครับ ๗ วันความเสียหายการแพร่กระจายของข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่ถูกต้องก็จะไปรวดเร็วมาก

ข้อสําคัญอีกประหนึ่ง สําคัญที่สุดก็คือเรื่องผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ในต่างประเทศ ตรงนี้เราขาดความร่วมมืออย่างจริงจัง เนื่องจากว่าการให้ข้อมูลของสื่อออนไลน์ (Online) ในต่างประเทศก็จะสวนทางกับนโยบายทางการค้าของผู้ให้บริการซึ่งมีการแข่งขันกัน ถ้าสื่อผู้ให้บริการในต่างประเทศรายใดเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ลูกค้าก็จะหนีไปอยู่ ในผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหา ประกอบกับกฎหมายในต่างประเทศก็ไม่ได้เกื้อกูล ในการที่จะสนับสนุนข้อมูลในการกํากับดูแลสื่อออนไลน์ (Online) ในประเทศ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แผนการปฏิรูปกรรมาธิการเห็นว่าให้เพิ่มวาระการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) เป็นวาระเร่งด่วนเนื่องจากเห็นว่าสื่อออนไลน์ (Online) เป็นสื่อที่ได้ข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชน ได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว เกิดวิกฤติใหม่ในช่วงความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ทางความคิดกลายเป็นปัญหาของสังคมไทย สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ประเด็น ในการขับเคลื่อน เราเน้นการขับเคลื่อนในการปฏิรูปการกํากับสื่อออนไลน์ (Online) โดยเน้นให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกํากับดูแลนะครับ โดยเรากําหนดแนวทางการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) ไว้ ๔ ด้าน

ด้านที่ ๑ ด้านกฎหมาย อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกไปแล้วว่า กฎหมายมีปัญหาก็คือเราไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์คงต้อง มีการแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยสามารถแก้ปัญหาในการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เราพบว่ากฎหมายเกี่ยวกับในเรื่องสื่อออนไลน์ (Online) มีหน่วยงาน ทางภาครัฐได้พยายามผลักดันให้เกิดกฎหมายที่สามารถกํากับดูแลการใช้สื่อออนไลน์ (Online) หลายฉบับ แต่ว่ากฎหมายฉบับต่าง ๆ เหล่านั้นขณะนี้ยังถูกแช่แข็งไว้ที่หน่วยงาน ทางคณะกรรมาธิการเราก็จะหยิบยกกฎหมายเหล่านั้นมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุง และจะผลักดันให้เกิดผลโดยเร็วนะครับ ร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการเราเห็นว่า เป็นร่างกฎหมายที่มีความสําคัญคือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) แห่งชาติ ซึ่งตรงนี้จะมีคณะกรรมการกํากับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) แห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่กําหนดยุทธศาสตร์ในการวางแผน ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนกําหนดนโยบายในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ของหน่วยงานและของหน่วยธุรกิจ ซึ่งจะรวมกันหลาย ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทางด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจะอยู่ในการกํากับดูแล ของคณะกรรมการนโยบายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงไซเบอร์ (Cyber) แห่งชาตินะครับ ร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตรงนี้ ก็จะกําหนดแนวทางในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าทางภาครัฐก็ดี เอกชนก็ดี จะไม่ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

วิธีการปฏิรูปประการที่ ๒ ข้อที่ ๒ หน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแล ผมได้เรียน ไปแล้วว่ามีหน่วยงานหลายหน่วยที่มีหน้าที่กระทรวงไอซีที (ICT) เมื่อกระทรวงไอซีที (ICT) จะแปรสภาพเปลี่ยนบทบาทเป็นกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) เพื่อเศรษฐกิจ สังคม อํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแลการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ท่านจะมอบให้หน่วยงานใดตรงนี้ ก็ต้องลงไปพูดคุยกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ในการกํากับดูแลรักษากฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ สามารถรองรับภารกิจที่กระทรวงไอซีที (ICT) จะไม่ดูแล มาได้หรือไม่ ถ้ารองรับภารกิจตรงนั้นตัวสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะเปลี่ยนบทบาท หรือเพิ่มอํานาจหน้าที่หน่วยงานอย่างไร ตรงนี้ก็ต้องพิจารณาดูนะครับ

วิธีการปฏิรูปประการที่ ๓ การปฏิรูปในด้านกิจการบวกในเชิงสร้างสรรค์ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญที่สุดที่สามารถดําเนินการได้อย่างเร่งด่วน ก็คือการปลูกฝัง ให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ (Online) จะใช้สื่อออนไลน์ (Online) อย่างไรให้มีจริยธรรม สร้างสรรค์ ไม่ละเมิดสิทธิบุคคลอื่น รวมทั้งไม่ไปกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ

วิธีการปฏิรูปด้านที่ ๔ ช่องทางการประสานงานกับผู้ให้บริการทั้งใน และต่างประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าสําหรับผู้ให้บริการ ในประเทศความร่วมมือค่อนข้างดีแต่ไม่ทันเวลา ตรงนี้เราจะต้องไปพิจารณาว่าในการที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอในการปิดกั้น ระงับยับยั้ง ความเสียหาย รวมทั้งขอข้อมูลในการใช้สื่อออนไลน์ (Online) จะทําได้รวดเร็วอย่างไร ที่จะให้ทันเวลา ที่สําคัญผู้ให้บริการในต่างประเทศ ตรงนี้อํานาจทางกฎหมายของประเทศไทย ก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับกับผู้ให้บริการในต่างประเทศได้ ที่มองเห็นก็คือทําอย่างไรเราจะได้ ความร่วมมือจากผู้ให้บริการในต่างประเทศตรงนี้ เท่าที่ผ่านมาเราใช้การร้องขอ แต่เท่าที่ตรวจสอบดูพบว่าการตอบสนองของผู้ให้บริการสื่อต่างประเทศก็ประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หลาย ๆ ท่านก็คงจะเห็นข้อมูลหรือภาพที่ไม่เหมาะสม ที่ผิดกฎหมาย ยังปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์ (Online) อันนั้นเป็นจากสาเหตุ ๒ ประการครับ ประการที่ ๑ ความร่วมมือของผู้ให้บริการในต่างประเทศ อันที่ ๒ ปัญหาทางเทคนิค ซึ่งปัจจุบัน เราคงยอมรับว่าเทคโนโลยีเราติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายในการใช้เทคโนโลยีที่จะไป ระงับยับยั้งสิ่งที่ไม่ดีในสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เหล่านั้น สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ สื่อออนไลน์ (Online) ได้ดําเนินการไปแล้วคือในเรื่องการเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการ ในต่างประเทศ อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าการให้ความร่วมมือน้อยมากจากผู้ให้บริการ ในต่างประเทศ ทางคณะอนุกรรมาธิการเราทดลองนะครับ ผมทดลองใช้มาตรการสร้างอํานาจ การต่อรองกับผู้ให้บริการในต่างประเทศ ทดลองแล้วก็ดูผลตอบเสียงสะท้อนกลับ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ผมใช้อํานาจต่อรองอย่างไรครับ เราพบว่าผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ในต่างประเทศมองเห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ การใช้ยูทูบ (Youtube) อัตราการอัปโหลด (Upload) ดาวน์โหลด (Download) ของยูทูบ (Youtube) เป็นอันดับ ๙ ในโลก คนใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) มีจํานวนยอดผู้ใช้ปีละ ๓๔ ล้านคน ในจํานวนประชากร ของไทย ๗๐ ล้านคนอัตราการเจริญเติบโตปีละประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วยิ่งเรามี นโยบายในการใช้ ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) ทําให้อัตราการเจริญเติบโตในการใช้สื่อออนไลน์ (Online) สูงขึ้นเป็นเท่าตัว เราพบว่าการใช้สื่อออนไลน์ (Online) ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก เราพบว่าเมื่อเสพข่าวหรือข้อมูลในสื่อออนไลน์ (Online) ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็ดี ไลน์ (Line) ก็ดี เราพบว่าจะมีโฆษณาแฝงมาซึ่งเราไม่ต้องการรับสิ่งเหล่านั้น แต่สิ่งเหล่านั้นมาถึงท่าน ก็คือหน่วยธุรกิจในประเทศไทยเรารู้ว่าสื่อออนไลน์ (Online) เป็นสื่อที่สามารถส่งตรงถึงตัวผู้เสพสื่อ ท่านไม่ตั้งใจรับท่านอยู่ในห้องน้ํา ท่านนอนอยู่ ก็สามารถส่งถึงท่านได้ ส่งข้อมูลทางเสียงก็ดี ปลุกให้ท่านตื่นมาดูว่าคืออะไร ทางคณะกรรมาธิการเราทดลองพูดคุยในลักษณะว่าผู้ที่จ้างสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เหล่านั้นโฆษณา ในการจ้างโฆษณา เสียค่าโฆษณาโดยผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทาง การชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เงินค่าจ้างโฆษณาก็จะส่งถึงผู้ให้บริการโดยตรง ประเทศไทยเรา ขาดรายได้ เรามีแนวความคิดว่าทําอย่างไรจะออกกฎหมาย หรือระเบียบ ข้อบังคับ ให้ผู้จ้างโฆษณาหักภาษี ณ ที่จ่ายส่งรัฐโดยตรง รวมทั้งเก็บภาษีการซื้อขายออนไลน์ (Online) ซึ่งตรงนี้ทางผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกนะครับ มีความกังวลและยินดีจะส่งตัวแทนมาให้ข้อมูลในคณะกรรมาธิการ แล้วอาจจะเป็นครั้งแรก ของสภาแห่งนี้ที่เราเชิญผู้ให้ข้อมูลมาจากต่างประเทศ ซึ่งเขายินดีจะบินมาให้การกับเรา ในวันที่ ๑๕ มกราคม รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ยักษ์ใหญ่ ส่งรองประธานบริษัทมาจากประเทศสหรัฐอเมริกามาขอคุยด้วยในเรื่องนี้ แล้วยินดีที่จะ สนับสนุนโครงการในการฝึกให้ความรู้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ (Online) ในประเทศไทย อย่างสร้างสรรค์ อันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่คณะกรรมาธิการเราได้ดําเนินการไปส่วนหนึ่ง แล้วนะครับ กําหนดกรอบเวลาในการปฏิรูป ระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๙ ๓ เดือน และ ๔ เดือนจะซ้อนกันอยู่ ก็คือเราจะร่างแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายการรักษา ความปลอดภัยบนไซเบอร์ (Cyber) รวมทั้งการศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทําแผนปฏิรูปและส่งต่อไประยะที่ ๓ เป็นเวลาที่เหลือ ๑๔ เดือน ตั้งแต่ ๒๓ มีนาคม ถึงพฤษภาคม ๒๕๖๐ ให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิรูปที่ศึกษาไว้ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แหล่งที่มาของงบประมาณในการดําเนินการตามวาระการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐ ที่รับผิดชอบตามกฎหมายบวกงบประมาณจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะต้องร่วมในการปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม หรือ กสทช. และอาจจะมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เราจะต้องดําเนินการ ร่วมกัน ก็ขออนุญาตนําเสนอท่านประธานเท่านี้ ขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ สื่อสิ่งพิมพ์ได้นําเสนอต่อครับ ขอบพระคุณครับ