สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

คณิต สุวรรณเนตร หารือเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการครอบครองคลื่นความถี่โดยรัฐวิสาหกิจและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้มีการประมูลใหม่และปรับปรุง พ.ร.บ. โทรคมนาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศชาติได้ใช้เทคโนโลยีได้เสมอภาคและไม่ผูกขาด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้คลื่นความถี่และฟุตพรินต์ของดาวเทียม รวมถึงบทบาทของกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทย และการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับอวกาศ และเรียกร้องการการสร้างกฎหมายที่ชัดเจนในการควบคุมกิจการดาวเทียมสื่อสาร

พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ วิดีโอ (Video) นี้ทางคณะกรรมาธิการได้จัดทําขึ้นก่อนที่จะมีการประมูลคลื่น ๙๐๐ เป็นเวลา ๔ วัน แล้วก็ได้รับเงินมาอีก ๑๕๑,๙๕๒ ล้านบาท เป็นคลื่น ๙๐๐ นะครับ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลื่นความถี่ที่ยังจัดสรร ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่นเรามีคลื่น ๑๘๐๐ ขอภาพฉายเลยครับ อีก ๔๕ เมกะเฮิรตซ์ ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนครับว่าที่เรากําลังจะคุยกันนี้จะคุยกันเฉพาะคลื่นความถี่ ที่มาเหมาะในการทําด้านธุรกิจคือคอมเมอร์เชียล (Commercial) ทํามือถือเท่านั้น คลื่นความถี่ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจการบินที่เป็นการติดต่อสื่อสารกันระหว่างนักบิน กับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ทุ่งมหาเมฆนะครับ อยู่ในย่านอื่นไม่เกี่ยวกันนะครับ คลื่นความถี่ด้านความมั่นคงที่กระทรวงต่าง ๆ เขาใช้อยู่นั้นก็ได้แยกออกไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของความถี่คอมเมอร์เชียล (Commercial) ในอดีตส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจได้รับการจัดสรรคลื่นต่าง ๆ เหล่านี้จากกรมไปรษณีย์โทรเลข เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ จึงเกิดองค์กรอิสระ กสทช. ขึ้น แต่สิทธิ ตามกฎหมายในการครอบครองคลื่นของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เหล่านั้น กฎหมายยังให้สิทธิคุ้มครองอยู่ในรูปแบบของสัมปทานหรือที่เรียกว่าคอนเซสชัน (Concession) ดังนั้นจึงต้องคอยครับ คอยไปถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๑ บ้าง ปี ๒๕๖๒ บ้าง ปี ๒๕๖๘ บ้าง ให้หมดสัญญาสัมปทานก่อน กสทช. จึงจะสามารถนําคลื่นนั้นกลับมาประมูลใหม่ ในข้อเท็จจริงแล้วประเทศไทยควรจะได้ประโยชน์จากทุกแถบความถี่ที่มีอยู่ในอากาศ เรื่องคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติที่ไม่ต้องลงทุนต่างกับเซกเตอร์ (Sector) พลังงาน ของท่านคุรุจิตนะครับ ในด้านพลังงานจะต้องมีการออกใบอนุญาตให้ไปสํารวจขุดเจาะ แค่เซอร์เวย์ (Survey) ขุดเจาะใช้เวลา ๕ ปีแล้วจึงลงมือขุดในบริเวณที่มั่นใจว่าจะมี ขุดแล้วอีก ๕ ปี รวมเป็น ๑๐ ปีเจอหรือไม่เจอยังไม่ทราบ ท่านประธาน ขณะนี้รอบ ๆ ตัวกระผม รอบ ๆ ท่านสมาชิกทุก ๆ คน ก็มีคลื่นความถี่อยู่ตลอดตั้งแต่ประมาณ ๓๐ กิโลเฮิรตซ์ เรื่อยไปจนกระทั่งถึง ๓๐๐ กิกะเฮิรตซ์ ทําไมเราไม่เอามาทําให้เกิดประโยชน์สูงสุดละครับ มีบทความของคุณเปลว ศรีเงิน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้เขียนไว้ในคอลัมน์ (Column) ลงมา ประมาณ ๒ สัปดาห์แล้วเขียนไว้น่าสนใจ จากเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) คลื่น ๑๘๐๐ จะพบว่าดีแทค (DTAC) ถือไว้ ๔๕ เมกะเฮิรตซ์ แล้วก็ใช้งานจริง ๆ ๒๕ เมกะเฮิรตซ์ อีก ๒๐ เมกะเฮิรตซ์เราถือไว้เฉย ๆ ท่านดูนะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ วันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ ประมูลคลื่นความถี่ ๒ ก้อน ก้อนละ ๑๐ เมกะเฮิรตซ์ ได้มา ๑๕๑,๙๕๒ ล้านบาท แต่นี่ ๒๐ เมกะเฮิรตซ์อยู่ที่ดีแทค (DTAC) แต่เขาถือครองไว้ตามสิทธิกฎหมายที่ยังคงคุ้มครองเขาอยู่

มาดูแผ่น ๒๓๐๐ บ้างครับ คลื่น ๒๓๐๐ ท่านประธาน ท่านสมาชิกดูตาม กระผมไปนะครับ สีส้ม ๔๕ เมกะเฮิรตซ์ ปตท. สํารวจและผลิตใช้อยู่ ใช้ที่ไหน ใช้นอกชายฝั่ง ใช้อยู่ในบริเวณฐานขุดเจาะในทะเล ถ้าจะนําคลื่นนี้มาใช้บนบกได้ทําการศึกษาแล้ว ไม่รบกวนกัน สีเทาทีโอที (TOT) ๘๐ เมกะเฮิรตซ์ เยอะเลยนะครับ ใช้ที่ไหน ใช้ในทางไกลชนบท ใช้เป็นพอยท์ ทู พอยท์ (Point to point) ใช้เป็นบางพื้นที่ สีชมพู ๑๐ เมกะเฮิรตซ์ บริษัทแคท (CAT) กสท. ใช้ที่ไหนครับ ใช้ที่สถานีประตูน้ําพระอินทร์ ใช้เป็นไมโครเวฟ (Microwave) เชื่อมเป็นพอยท์ ทู พอยท์ (Point to point) สีฟ้า ๑๕ เมกะเฮิรตซ์ เป็น ๕๕๕ ของบริษัทสามารถ อันนี้เขาเลิกใช้เอาคืนมาแล้ว สีม่วงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๒๐ เมกะเฮิรตซ์ อันนี้ย้ายออกไปแล้วนะครับ สีเหลืองของ ปตท. เมื่อสักครู่ ปตท. สผ. อันนี้ ปทต. อันนี้ ๒๐ เมกะเฮิรตซ์ เป็นพอยท์ ทู พอยท์ (Point to point) คล้าย ๆ กับ ของทีโอที (TOT) สีชมพูเป็นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๕ เมกะเฮิรตซ์ ใช้ที่ไหนครับ ใช้จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใน กทม. เชื่อมไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่กําแพงแสน ใช้แค่นี้เองครับ

เรามาดูในแผ่นของคลื่น ๒๖๐๐ ในคลื่น ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ สีเขียวท่านจะเห็น ๑๐ เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัทเชฟรอน บริษัทเชฟรอนใช้ที่ไหนครับ บริษัทเชฟรอน ใช้ใน ๔๐๐ แท่นขุดเจาะแหล่งพลังงานบงกชบนฐานปลาทอง ต้องบินออกจาก จังหวัดนครศรีธรรมราชไป ๑ ชั่วโมงด้วยเฮลิคอปเตอร์ เขาใช้ในการบริหารงานของ บริษัทเชฟรอนในทะเล แล้วก็ ๒๐ เมกะเฮิรตซ์เป็นของกรมประชาสัมพันธ์ อสมท. อีก ๑๔๔ เมกะเฮิรตซ์ใช้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและในต่างจังหวัด ท่านประธานครับ จากทุก ๆ ตารางที่ผมได้กราบเรียนทั้งคลื่น ๑๘๐๐ ๒๓๐๐ และ ๒๖๐๐ ทุก ๆ ตาราง ถ้านํามาจัดระเบียบย้ายที่อยู่ใหม่แต่ยังคงมีใช้เหมือนเดิมหรือคืนบางส่วนอย่างที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้แถลงผลงานเมื่อเช้าเวลา ๙ โมง ๑๐ นาที ท่านมีแผน ที่จะนําชุมชนแออัดพวกที่อยู่ริมคลองย้ายขึ้นมาอยู่บนตึก อยู่บนอาคาร อยู่บนแฟลต อยู่บนอพาร์ตเมนต์ (Apartment) เป็นการเจรจาแล้วก็ให้ที่อยู่เขาใหม่นะครับ การใช้ประโยชน์โดยทั่ว ๆ ไปคลื่นความถี่นี้ ๕ เมกะเฮิรตซ์ไม่กว้างพอ อย่างน้อยควรจะสัก ๑๐-๑๕ เมกะเฮิรตซ์บริษัทธุรกิจก็จะนิยม โดยสรุปแล้วในปี ๒๕๕๘ กสทช. ได้จัดประมูล ๒ ครั้ง วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๑ ครั้ง ได้เงินมา ๘๐,๗๗๘ ล้านบาท และวันที่ ๑๕ วันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ ประมูลค้างคืนกันอยู่ที่ กสทช. พหลโยธิน ซอย ๘ ได้เงินมาอีก ๑๕๑,๙๕๒ ล้านบาท ๒ รายการนี้เป็นเงิน ๒๓๒,๗๓๐ ล้านบาท นี่เป็นการเอาคลื่นมาใช้เพียงแค่ ๔๐ เมกะเฮิรตซ์ เท่านั้นเอง ทีนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เราเสนออะไร เราเสนอขอแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๓ เพียงบางมาตรา โดยสรุปก็คือ ขณะนี้มีบอร์ด (Board) ด้านกระจายเสียงที่ท่านนทีดูแลอยู่ มีบอร์ด (Board) ด้านโทรคมนาคมที่ท่าน พันเอก ดอกเตอร์เศรษฐพงค์ดูแลอยู่ รวม ๒ บอร์ด (Board) นี้ เข้าด้วยกัน องค์ประกอบของบอร์ด (Board) ยังอยู่ครบ แต่แทนที่จะแยกทํากระจายเสียง และโทรทัศน์ แยกทําโทรคมนาคม ท่านก็ทําด้วยกันเพราะเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ มันคอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) แล้วนะครับ

ข้อ ๒ ขอเพิ่มอํานาจหน้าที่ให้มีการไปเจรจาทํารีเฟรมิง (Reframing) เราไปเจรจาเจ้าไหนเขาจะให้หรือไม่ให้ก็อยู่ที่การเจรจา ทํารีเฟรมิง (Reframing) เหมือนการเจรจาเวนคืนที่ดินที่รัฐจะเวนคืนทําถนน ทําเขื่อน ทํารถไฟฟ้าความเร็วสูง ก็ต้องไปเจรจาขอเวนคืน

แล้วข้อสุดท้าย ก็คือเมื่อไปเจรจาแล้วขอให้มีการเยียวยาครับ เยียวยากัน อย่างสมเหตุสมผลว่าเมื่อมาขอคืนก่อนแล้วทําให้ธุรกิจเขากระทบอะไร อย่างไร เราคํานวณได้ แล้วก็เยียวยาไปนะครับ ซึ่ง พ.ร.บ. ที่คณะกรรมการสื่อสารมวลชนนี้ได้เสนอผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มีท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้วครับ โฟกัสกรุ๊ป (Focus group) เรียบร้อยแล้ว พับลิกเฮียริง (Public hearing) เรียบร้อยแล้ว ทีนี้สมมุติ มีการเสนอแก้ไขกฎหมายเสร็จแล้วประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร ข้อ ๑ ก็คือ ประเทศจะไม่เสียโอกาส ขณะนี้ท่านคงเห็นเราติดต่อโทรศัพท์เราอัปโหลด (Upload) ดาวน์โหลด (Download) ข้อมูลกันในเทคโนโลยี ๓ จี (3G) แล้วก็ ๔ จี (4G) ที่กําลังจะปักเสา พาดสายกันอยู่นี้คลื่นความถี่ไม่พอครับท่าน แต่ถ้าเผื่อว่าได้มีการขอคลื่นคืนเพิ่มมาประมูล แล้วเยียวยาเราก็จะได้คลื่น ถนนเราจะกว้างขึ้นครับ เราก็จะมีที่ติดต่อ ประเทศชาติ จะไม่เสียโอกาส ๒ บริษัทมาแข่งขันประมูลอย่างที่ท่านเห็น เมื่อประมูลแล้วเขาก็ได้คลื่นความถี่ไป ตามใบอนุญาต ๑๕ ปี เขาก็ไปประกอบการเกิดการปักเสาพาดสายหรือเอาสายลงดิน สายเคเบิล (Cable) ลงดิน ติดเสาอากาศ เกิดการสร้างงาน เกิดการจ้างงาน

อันสุดท้ายประชาชนจะได้ใช้บริการที่ถูกลง เกิดการแข่งขันตามกลไกตลาด ไม่ผูกขาดระบบโทรคมนาคม จะมีความเสถียรมากขึ้น แล้วก็เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนสามารถ เข้าถึงเทคโนโลยีได้เสมอภาคนะครับ สําหรับระยะเวลาในการดําเนินการก็น่าจะประมาณ ๓ เดือนเสร็จ เพราะขณะนี้ พ.ร.บ. พร้อมครับ ถ้าท่านประธานอนุญาตผมก็จะให้เจ้าหน้าที่ พิมพ์แจกได้เลยเราเปรียบเทียบไว้หมด แล้วก็อย่างที่กราบเรียน พ.ร.บ. ที่ขอแก้นี้ได้ผ่าน คณะกรรมการกฤษฎีกาของท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ เรียบร้อยแล้ว งบประมาณไม่ต้องใช้เลย กระผมขอจบในเรื่องที่ ๑

ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของกิจการวิทยุกระจายเสียง กราบเรียน ท่านประธานท่านดูในตารางแผ่นขวาง หน้า ๑๒ และหน้า ๑๖ ในเรื่องของกิจการ วิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ดาวเทียมแบบบอกรับเป็นสมาชิก ท่านประธานครับ หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม และหลังจากนั้นประมาณ ๓ สัปดาห์ ท่านสมาชิกก็มารายงานตนกัน ผ่านไป ๓ สัปดาห์ ท่านประธาน ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ได้ให้หน้าห้องของท่านไปพบท่าน ที่ชั้น ๓ กระผมก็ไปพบกับท่านประธาน และท่านประธานก็ให้โจทย์คณะผมมา ๔ ข้อ คือ ๑. วิทยุแท็กซี่ วิทยุที่ติดในแท็กซี่ครับ จะมีวิทยุที่ติดในแท็กซี่และมีเบสสเตชัน (Base station) ๒. วิทยุชุมชน ๓. โทรทัศน์ดาวเทียม ๔. เคเบิลทีวี (Cable TV) แบบบอกรับเป็นสมาชิก ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๔๐ ได้บัญญัติให้มีองค์กรอิสระ ๒ องค์กร องค์กรแรกคือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ใช้ย่อว่า กทช. อันนี้ตั้งเรียบร้อยนะครับ อีกคณะหนึ่งคือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ กสช. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็น พ.ร.บ. ออกตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นเวลาผ่านมา ๑๔ ปี กสช. ตั้งไม่ได้จะด้วยเหตุผลอันใดก็แล้วแต่นะครับ พอ กสช. ตั้งไม่ได้จึงไม่มีใครมากํากับกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ก็ทําให้เกิดวิทยุชุมชนขึ้นเกือบ ๑๐,๐๐๐ สถานีทั่วประเทศไทย ไร้การกํากับ ไร้กฎกติกา จนกระทั่งวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ จึงมี พ.ร.บ. กสทช. ปี ๒๕๕๓ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็มีคณะกรรมการขึ้น ๒ คณะ คือท่าน พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ดูในด้านโทรคมนาคม ท่านนที ศุกลรัตน์ ดูในด้านกระจายเสียง จากวันนั้นจึงแก้ปัญหา ๑๔ ปีที่หมักหมมสะสมมาอยู่นะครับ โจทย์ที่ท่านประธาน ร้อยเอก ทินพันธุ์ท่านมอบก็คือทําอย่างไรจะลดการพูดจารายการ ที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ครอบครัวเดียวกันออกจากบ้านมาด้วยกัน รถคันเดียวกัน ลงจากรถ คนหนึ่งไปสีหนึ่ง คุณพ่อไปสีหนึ่ง แม่บ้านไปอีกสีหนึ่ง เนื้อหา และสาระที่ออกอากาศนั้นขัดต่อความมั่นคง เกิดการดูหมิ่น มีเนื้อหาที่ล้มล้างสถาบัน การโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ พวกยา อาหารเสริม เครื่องออกกําลังกาย ขายพวกเครื่องปรุง อาหาร อะไรต่ออะไรอย่างนี้ครับ ขายยาแก้ปวดเมื่อยให้กับเกษตรกร ขายปุ๋ยเอาไปใส่ในนา ที่ดี ๆ ก็เยอะนะครับ แต่การโฆษณาเกินความเป็นจริง หลอกลวงประชาชน ซึ่งคณะกรรมการ อาหารและยาก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้อยู่นะครับ ดังนั้นคณะกรรมการสื่อสารมวลชน จึงได้ค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อที่จะแก้ไข แล้วก็พบว่าแก้ได้ครับ ในข้อแรก ก็คือจะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี ๒๕๕๑ รวมไปถึงการกํากับ ในกิจการดาวเทียมและเคเบิลทีวี (Cable TV) แบบบอกรับเป็นสมาชิกด้วย การดําเนินการเร่งด่วน ที่ได้ดําเนินการไปแล้วก็คือสัญญาณของสถานีวิทยุชุมชนที่ไปรบกวนกับสัญญาณของสายการบิน ในอดีตนักบินของทุก ๆ สายการบิน ไม่ว่าจะเป็นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเอมิเรตส์ ไม่ว่าจะเป็นของไทยเอง ทีจี (TG) นกแอร์ แอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ ทุกสายการบิน พอบินเข้ามาในเขตประเทศไทยปุ๊บจะมีเสียงรบกวนเข้ามา ซึ่งเสียงนี้อยู่ในย่านความถี่ ของวิทยุการบินที่ประมาณ ๑๒๐ กว่า ๆ ถึง ๒๐๐ กว่า ๆ ทั้งยูเอชเอฟ (UHF) และวีเอชเอฟ (VHF) เสียงนี้จะเข้ามารบกวน ก็จะทําให้เกิดการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมบริการการบินที่ทุ่งมหาเมฆกับนักบินพูดกันไม่รู้เรื่อง หรือต้องพูดซ้ําซาก เพราะว่ามันมีเสียงรบกวน กวนทั้งนอยส์ (Noise) ที่เป็นเสียงฮัมฮือ และบางทีก็มีเสียงเพลง เข้ามาด้วยครับ ก็ตั้งแต่ภาคเหนือมีเจ้า ๆ มาด้วย มีเด้อด้วยทางอีสาน มีหมดครับ จนกระทั่ง ต่างชาติเขาบอกว่าบินเข้ามาเมืองไทยมีวิทยุฟังด้วย และพอเขาบินออกจากเขตประเทศไทย ไม่มีเพลงพวกนี้ฟัง ก็แสดงว่าวิทยุของเรานี่นะครับมีการรบกวน ซึ่งในเรื่องนี้ทางไอเคโอ (ICAO) ก็ได้เน้นย้ําในเรื่องของความปลอดภัยด้วยว่าปัญหาในเรื่องนี้ประเทศไทยจะต้อง แก้ไขปัญหาเพราะว่าเป็นมาตรฐานของโลก ดังนั้นการแก้ปัญหาในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ พนักงานของ กสทช. ที่พหลโยธิน ซอย ๘ ซอยสายลม ก็ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย และร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติไปด้วยกันครับ ไปเสร็จปุ๊บก็จะเจอสถานีวิทยุ บางสถานี ก็ได้รับใบอนุญาตบ้าง บางสถานีก็ไม่ได้รับ เรียกว่าหลุมดํา เราก็ปิดนะครับ เราเอาเครื่องส่ง มาตรวจคุณภาพ เขาไม่ได้ส่งในย่านวิทยุการบินหรอกครับ เขาส่งในย่านอื่น ๆ เขาส่ง นอกแบนด์ (Brand) ครับ แต่ความที่คุณภาพในการส่งเครื่องไม่ดีมันไม่ออก ในความถี่นี้ครับ มันเกิดไซด์โลบ (Side lobe) มันเกิดอินเทอร์เฟอเรนซ์ (Interference) มันไปกวน เสาอากาศสูงเกินเกณฑ์ เรากําหนด ๒๐ เมตร ตั้ง ๖๐ เมตร เอาต์พุต (Output) กําหนดสูงสุด ๕๐๐ วัตต์ อยากให้ไปไกลส่ง ๑ กิโลวัตต์ อะไรพวกนี้ครับ ที่ตั้งของสถานี เรื่องใบอนุญาตก็ได้ผลครับ ๓ กลุ่มนี้ก็ไปด้วยกัน แล้วก็จับดู ตรวจค้น เอาเครื่องมือ เอาเครื่องส่งมาตรวจสอบ ถ้าดีเราก็ให้ไปติดตั้งใหม่ ถ้าไม่ดีเราก็ให้เปลี่ยน อันนี้หมายถึง ที่มีใบอนุญาตนะครับ แต่ถ้าไม่มีเราก็ปิดเลยครับ รื้อเสาลงแล้วก็ห้องส่งอะไรต่ออะไร ก็ไปทําอย่างอื่นเพราะเขาผิดนะครับ นั่นคือในระยะสั้น ทีนี้ในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ก็ทําการปรับปรุง ก็คือในเรื่องของการขออนุญาตประกอบกิจการเราก็จะพิจารณาดูว่า ผู้ที่มาขอนั้นควรจะมีพื้นฐานในอาชีพนี้ มีความเป็นมืออาชีพ มีทุนประกอบการ มีความมั่นคงพอ ไม่ใช่ฉาบฉวยมาขอ ขอเสร็จแล้วก็ทําไม่ได้ อะไรอย่างนี้นะครับ เราจะมีการแบ่งหมวดหมู่ช่องรายการและผังรายการครับ คือเราพบว่าในบางสถานี ขออนุญาตประกอบการในกลุ่มของสาธารณประโยชน์ วันเวลาผ่านไปท่านเอาไปพูด ในเรื่องของการเมือง มันทําให้เจ้าหน้าที่หรือกลุ่มงานที่คอยมอนิเตอร์ (Monitor) เนื้อหาก็ไม่ได้มอนิเตอร์ (Monitor) เพราะว่าเขาขอในด้านสาธารณประโยชน์แต่ดันไปพูด ทางการเมือง เพราะฉะนั้นเราจะแบ่งหมวดหมู่อะไรต่ออะไรให้ชัดเจนนะครับ มาตรการ บังคับทางกฎหมายก็จะกําหนดไว้ในเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต ทั้งนี้เพราะว่าในปัจจุบัน ประกาศของ กสทช. นั้นเป็นคําสั่งทางปกครอง หมายถึงว่าอะไรครับ คือเมื่อ กสทช. พบผู้กระทําไม่ถูกต้องเราจะมี ๔ มาตรการในการดําเนินการจากเบาไปหาหนัก คือ ๑. ตักเตือน ๒. สั่งปรับ ปรับเป็นบาทนะครับ เพราะฉะนั้นที่มีข่าวว่าไปออกทีวี (TV) รายการโน้นนี้อะไร เราปรับเลย ๓. พักใช้ใบอนุญาต พัก ๑ สัปดาห์ ๒ สัปดาห์ พัก ๑ เดือน แล้วแต่ความผิด จนกระทั่งถึงขั้นที่ ๔ ก็คือเพิกถอนใบอนุญาต ทั้ง ๔ ข้อนั้นคือคําสั่งทางปกครอง ซึ่งผู้ประกอบการไม่ค่อยกลัวเราจึงจะเพิ่มให้เป็นความผิดทางอาญาเข้าไปด้วย แต่ทั้งนี้ และทั้งนั้นท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ การดําเนินการต่าง ๆ ของ คณะกรรมาธิการเรานั้นจะดําเนินการอย่างรอบคอบ เราจะมีการทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus group) เชิญมาถกกัน เราจะมีการทําประชาพิจารณ์อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าทั้งทาง ไปรษณีย์ ทางอีเมล (e-Mail) ทางโทรศัพท์ ทางเอกสาร หรือเปิดเวทีสด ๆ ขึ้นตามภูมิภาค ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และไม่กระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน แล้วก็ในทางธุรกิจ ลําดับต่อไปก็จะส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ กสทช. มีกองทุนครับ กองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ กองทุนนี้ก็จะสามารถสนับสนุนให้มีการอบรม ให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ให้ความเข้าใจในกฎหมาย ให้ผลิตรายการที่ดี ๆ แล้วก็จะ ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันในธุรกิจนี้ ส่งเสริมผู้ผลิตรายการให้มีขีดความสามารถ แล้วก็อัป (Up) คุณภาพในระดับส่งออกเป็นระดับนานาชาติ ท่านประธานครับ กระผมเคยถูกถาม จากต่างชาติชาวฝรั่งเศสครับ ชาวฝรั่งเศสมาถามผมถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งเป็น ภาพยนตร์ไทยที่ส่งเข้าประกวดแข่งขันภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ปรากฏว่าภาพยนตร์ไทยเรื่องนั้นชนะเลิศการประกวด แต่ผมไม่เคยได้ยินชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เลยนะครับ แต่ไปชนะการประกวด เพราะฉะนั้น การส่งเสริมในอุตสาหกรรมในเซกเตอร์ (Sector) นี้เป็นสิ่งซึ่งควรสนับสนุน ทุกวันนี้เราอิมพอร์ต (Import) ภาพยนตร์เข้ามาเราเสียเงินไปซื้อลิขสิทธิ์ ซื้ออะไรต่ออะไรมาเยอะ ทําไมเรา ไม่ส่งเสริมแล้วก็ส่งออกเหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศ ไป ๒ หน้าสุดท้ายครับ คือส่งเสริมและการรู้เท่าทันสื่อ และการส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยี คือสนับสนุนให้มีการใช้ อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย จะได้ผลิตมีประสิทธิภาพ ภาพชัด เสียงเพราะ อะไรต่ออะไร อย่างนี้นะครับ การดําเนินการในเรื่องนี้จะใช้เวลา ๔-๖ เดือนในการแก้กฎหมายนะครับ ปี ๒๕๕๑ งบประมาณไม่ต้องใช้ผมจะขออนุญาตใช้ของ กสทช. ที่ท่าน พลอากาศเอก ธเรศ นี่นะครับ ในเรื่องต่อไปในหัวข้อที่ ๔ คือนโยบายการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของ โครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญยิ่งยวดของประเทศด้านสารสนเทศ ถ้าดูตามเอกสารแผ่นขวาง หน้า ๑๙ นะครับ ชื่อภาษาอังกฤษยาวหน่อยนะครับ เนชันนัล คริติคัล อินฟอร์เมชัน อินฟราสตรักเจอร์ โพรเทกชัน โพลิซี แอนด์ สตราทีจี แพลน (National critical information infrastructure protection policy and strategy plan) ในภาพท่านจะเห็น ธุรกิจต่าง ๆ ในหลาย ๆ เซกเตอร์ (Sector) ในภาพจะชัดเจนอยู่แล้วนะครับ แต่จะเน้น ในเซกเตอร์ (Sector) หลัก ๆ ของโลก ทุก ๆ เซกเตอร์ (Sector) ที่ท่านประธานและสมาชิก ได้ดูจะต้องอาศัยการสื่อสารทั้งสิ้น การสื่อสารในที่นี้หมายรวมถึงทุกมิติที่หลอมรวมกัน คอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) นะครับ การใช้คลื่นความถี่ก็ใช้ตลอดย่านตั้งแต่ประมาณ ๓๐ กิโลเฮิรตซ์ถึง ๓,๐๐๐ กิกะเฮิรตซ์ แต่ภาพที่ ๒ ท่านจะเห็นคริติคัลอินฟราสตรักเจอร์ (Critical infrastructure) ท่านดูจากแท่งทางซ้ายนะครับ แท่งทางซ้ายคือพลังงาน ถัดมาทางขวาคือคอมมูนิเคชัน (Communication) ถัดออกมาคือการขนส่ง ถัดมาคือแบงกิง (Banking) และถัดมาในแท่งที่ ๕ คือกัฟเวิร์นเมนต์เซอร์วิส (Government service) ซึ่งในภาพนี้มีทั้งที่วิกฤติและไม่วิกฤตินะครับ คณะกรรมการเสนอเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เรามีตัวอย่าง ในอดีตท่านคงได้ข่าวว่าที่สนามบินฮีทโธรว์ (Heathrow) ประเทศอังกฤษ เครื่องบินลงสนามไม่ได้ครับ เครื่องบินไม่ได้เสีย นักบินอยู่ครบ แต่เครื่องบินลงสนามไม่ได้ วิ่งขึ้นจากสนามบินไม่ได้เพราะระบบแอร์ ทราฟฟิก คอนโทรล (Air traffic control) ล่ม พอระบบล่มเครื่องก็แท็กซี (Taxi) ไม่ได้ วิ่งขึ้นไม่ได้ เครื่องจะลงก็ลงไม่ได้ต้องรอ ตัวอย่างที่ ๒ คือท่านคงเห็นธนาคารในเมืองไทยระบบล่ม ประชาชนเดือดร้อนฝากถอนเงินไม่ได้ ท่านลองนึกดูครับถ้าฝากถอนเงินไม่ได้แล้วคนที่กําลังเดือดร้อนอะไรมันจะเกิดขึ้น ตัวอย่างที่ ๓ สนามบินในเมืองไทยท่านคงเห็นมีระบบล่ม การเช็กอิน (Check in) ด้วยคอมพิวเตอร์ ทําไม่ได้ต้องใช้แมนวล (Manual) ผู้โดยสารต้องรอเป็น ๑-๒ ชั่วโมง อันนี้สมมุติการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนะครับ ถ้าระบบไอที (IT) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยล่ม ซับสเตชัน (Substation) ในการที่จะเชื่อมไฟตัดไฟไปไลน์ (Line) นี้ ไปเส้นนั้นเส้นนี้แล้ว ไม่มีไฟฟ้าใช้ แผ่นที่ ๓ เพราะฉะนั้นแนวทางในการป้องกันทุก ๆ องค์กรและทุก ๆ ธุรกิจ จึงสร้างระบบฐานข้อมูลในธุรกิจของตนเอง สร้างระบบป้องกันหรือที่เรียกว่าไฟร์วอลล์ (Firewall) ธุรกิจยิ่งสําคัญสร้างซูเปอร์ไฟร์วอลล์ (Super firewall) ขึ้นมาอีกนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผู้สันทัดกรณีกล่าวว่าถึงท่านจะป้องกันอย่างไรแฮกเกอร์ (Hacker) ก็จะพยายามหาทางเจาะเข้ามาจนได้ ดังนั้นจึงควรที่จะมีเบสิก (Basic) คือไฟร์วอลล์ (Firewall) ของระบบและค้นหาวิธีตรวจสอบและตอบโต้กับแฮกเกอร์ (Hacker) เหล่านั้น รวมทั้งมีมาตรการเตือนภัยหรือบรรเทาผลกระทบในกรณีที่มันเกิด เราควรจะมีการนําข้อมูล ที่สําคัญมาก ๆ และส่งผลกระทบรุนแรงนําไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย และเมื่อถูกแฮก (Hack) ก็จะต้องกู้ระบบนั้นกลับมาคืนได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง คณะกรรมการได้ศึกษาว่าเราควรที่จะสร้างความตระหนักรู้ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า อะแวร์เนสส์ (Awareness) ให้ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง ให้ทุก ๆ โหนด (Node) ที่มีความเสี่ยง ทําอย่างไรเราจะลดความเสี่ยงและผลกระทบ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุก ๆ คน ในเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ต่อไปภาพนี้เป็นโมเดล (Model) จากต่างประเทศนะครับ วิธีเรียนลัด คือเราดูโมเดล (Model) ของคนอื่นแล้วก็มาศึกษาอะแดปต์ (Adapt) ใช้กับของเรา จะเห็นนะครับ มีเซกเตอร์ (Sector) ของพลังงาน เรื่องของระบบน้ํา ระบบน้ํานี่ทั้งน้ําดี และน้ําเสีย เพราะน้ําเสียต้องมีที่ไป ต้องได้รับการบําบัด ระบบสื่อสาร ระบบคมนาคม ระบบห่วงโซ่อาหาร ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาคิดฟู้ด แอนด์ ซัพพลาย เชน (Food and supply chain) ระบบสุขภาพ ธนาคารและการเงิน และทางด้านขวาคือกระทรวง ที่รับผิดชอบ มีโฮมแลนด์ซีคิวริตี (Homeland security) มีกระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพลังงาน วิธีดําเนินการในเรื่องนี้เราก็จะศึกษากฎหมาย กฎ ระเบียบ แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน ประเมินความพร้อมและศักยภาพ จากนั้นก็จะจัดทํานโยบายกําหนดยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรฐานสากลที่โลกเขากําหนดไว้ แต่มาประยุกต์ให้เหมาะกับประเทศของเรา แล้วก็ทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus group) ทําพับลิกเฮียริง (Public hearing) แล้วก็สร้างกลไกที่ปฏิบัติได้ เกิดความร่วมมือ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนะครับ สุดท้ายก็เป็นขั้นตอนในการดําเนินการ คือสร้างอะแวร์เนส (Awareness) กําหนดองค์ประกอบ แล้วก็สร้างกลไกขึ้นมา ระยะเวลา ในการดําเนินการก็รวมแล้ว ๙ เดือน ข้อ ๑ คืออะแวร์เนส (Awareness) ๓ เดือน วิเคราะห์ระบบ ๔ เดือน แล้วก็สร้างนโยบาย ๒ เดือน งบประมาณใช้ที่ กสทช.

สุดท้ายครับ สุดท้ายในกลุ่มของวิทยุโทรทัศน์และดาวเทียมนะครับ ก็คือ เรื่องดาวเทียม กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านดูตามเอกสาร แผ่นขวางหน้า ๒๔ ข้อ ๖ หน้า ๒๔ เป็นเรื่องของกิจการดาวเทียม ก่อนที่กระผมจะกราบเรียน ถึงปัญหาว่าทําไมคณะของเราจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ผมขออนุญาตปูพื้นให้กับ ท่านประธานและสมาชิกสักเล็กน้อยพอสังเขปดังนี้นะครับ ดาวเทียมคืออะไร ดาวเทียมคือ สิ่งที่มนุษย์คิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นแล้วก็ยิงออกไปนอกโลก ยิงไปที่ไหน ยิงไปที่ตําแหน่งหนึ่ง ที่อาศัยแรงดึงดูดของโลกแล้วก็ให้ดาวเทียมนี้โคจรรอบโลกได้ เช่นเดียวกับที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก โลกของเราโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวเทียมแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ ๑. สื่อสาร ๒. สํารวจ ๓. อุตุนิยมวิทยา ๔. บอกตําแหน่งจีพีเอส (GPS) ๕. เตรียมการทหาร ที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกในวันนี้ก็คือข้อ ๑ ดาวเทียมสื่อสารเท่านั้น ดาวเทียมสื่อสารใช้ เพื่อการโทรคมนาคม โดยทั่ว ๆ ไปมีอายุ ๑๕ ปี นับจากลอนช์ (Launch) เมื่อครบ มันไปไหนครับ เมื่อครบ ๑๕ ปีระบบจะมีดินขับเฉพาะเมื่อครบอายุ จะมีดินขับอันนี้ผลักให้ ดาวเทียมดวงนี้ที่หมดอายุสูงขึ้นไปอีก ๒๐๐ กิโลเมตร แล้วก็ไปอยู่ที่นั่น บริเวณนั้นคือสุสาน ดาวเทียม มันก็จะวนกันอยู่อย่างนั้นเรียกว่าเกรฟยาร์ด (Graveyard) โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ดาวเทียมสื่อสารจะโคจรอยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตรที่ระยะสูงจากพื้นโลก ๓๕,๗๘๖ กิโลเมตร ตีเสีย ๓๖,๐๐๐ กิโลเมตรครับ ดาวเทียมมี ๒ ลักษณะ ดาวเทียมสื่อสารคือไฮออร์บิต (High orbit) อยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ กิโลเมตร และอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร แต่ถ้าเผื่อเป็นดาวเทียมโลว์ออร์บิต (Low orbit) พวกสํารวจวิจัย พวกถ่ายภาพ พวกอะไรต่ออะไร ดาวเทียมโลว์ออร์บิต (Low orbit) จะอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐-๒,๐๐๐ กิโลเมตร ดาวเทียมในกลุ่มนี้อยู่แถว ๆ ๓ ปี ๕ ปี พอเลิกใช้งานหมดอายุก็จะตกกลับมาสู่โลก แต่ในระหว่างที่กลับมาสู่โลก มันจะทําลายตัวเองแล้วก็ไม่มีอะไรมาถึงพื้นโลกนะครับ ในภาพท่านจะเห็นนะครับ สีขาวในทางตั้งคือโลว์ออร์บิต (Low orbit) แล้วก็สีฟ้า ในแนวนอนนั่นก็คือไฮออร์บิต (High orbit) ที่ ๓๖,๐๐๐ กิโลเมตรสูงจากพื้นดิน ในดาวเทียมก็จะมีทรานสปอนเดอร์ (Transponder) ที่จะส่งสัญญาณมาที่ภาคพื้น สถานีภาคพื้นก็จะมีจานรับสัญญาณการโคจรของดาวเทียมกลุ่มนี้เรียกว่าดาวเทียมค้างฟ้า แผ่นต่อไปเลยครับ ท่านประธานครับ จะเห็นข้อมูลจากบริษัท โบอิง แผ่นนี้เป็นคอมเมอร์เชียล คอมมูนิเคชัน แซเทลไลต์ (Commercial communication satellite) จากคุณลักษณะ ที่ต้องการให้เป็นดาวเทียมค้างฟ้าจําเป็นจะต้องโคจรอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตร และจะต้องอยู่ที่ ความสูง ๓๕,๗๘๖ กิโลเมตรจากพื้น แล้วก็หมุนรอบโลกด้วยความเร็วเดียวกับ ที่โลกหมุนรอบตัวเองคือ ๒๓ ชั่วโมง ๕๖ นาที โลกหมุนรอบตัวเองดาวเทียมก็หมุน พอมันหมุนด้วยความเร็วเดียวกันดาวเทียมดวงนี้จึงนิ่งอยู่เหมือนกับว่าเป็นดาวเทียมที่อยู่กับ ประเทศไทยนะครับ จากภาพนี้จะเห็นว่าเพราะมันต้องมาออร์บิต (Orbit) อยู่ที่ เส้นศูนย์สูตรเท่านั้นจึงมีดาวเทียมอยู่หนาแน่นตามภาพนี่นะครับ และทุก ๆ ๑ องศาที่ต่างกัน ที่ระยะสูง ๓๖,๐๐๐ กิโลเมตร มันจะมีความห่างกัน ๔๐๐ กิโลเมตร ดาวเทียมจึงไม่ชนกัน แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการประสาน มีการเจรจากันระหว่างประเทศที่เป็นเจ้าของดาวเทียม ถ้าดาวเทียมอยู่ใกล้กันและความถี่เดียวกันท่านต้องประสานคลื่นความถี่ ดาวเทียมอยู่ใกล้กัน แต่คนละความถี่ไม่เป็นอะไร แต่เป็นอะไรเรื่องอย่าให้มันชนกันนะครับ ปัจจุบันเรามี ดาวเทียมค้างฟ้าอยู่ในโลกของเรา ๓๖๕ ดาวเทียม

อันดับต่อไปเป็นการให้บริการเกี่ยวข้องกับรัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ผมไปเร็ว ๆ เลยนะครับ ในเรื่องของการใช้คลื่นความถี่ ในเรื่องของฟุตพรินต์ (Footprint) ฟุตพรินต์ (Footprint) ก็คือที่ที่สัญญาณดาวเทียมส่งสัญญาณมาที่พื้น ซึ่งดาวเทียมนั้น จะเหมาะกับพื้นที่ที่เป็นป่าเขา เหมาะกับพื้นที่ที่เป็นเกาะ เพราะว่าพื้นที่ ๒ ลักษณะนี้ ในการวางสายไม่ว่าจะเป็นสายทองแดงหรือสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber optic) นี่มันกระทํา ได้ยากนะครับ การลงทุนในธุรกิจนี้จะสูงและระยะเวลาในการคืนทุนนาน และมีข้อจํากัด ในเรื่องของจํานวนดาวเทียม

ต่อไปบทบาทของกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทยก็มีประวัติคือ มีการให้บริการที่มีคุณภาพ เร็ว ทันเวลา หลากหลายรูปแบบ ต่อยอดธุรกิจได้ เกิดการลงทุน เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอันสุดท้ายก็คือสนับสนุนนโยบายบรอดแบนด์ (Broadband) แห่งชาติ แต่ในการสื่อสารด้วยดาวเทียมความเสถียรสู้เคเบิล (Cable) ไม่ได้ ไฟเบอร์ออปติก (Fiber optic) ชัวร์ (Sure) กว่าเยอะ ยิ่งเคเบิล (Cable) ใต้น้ําชัวร์ (Sure) ที่สุดครับ เรามาดูนิดหนึ่งกฎหมายระหว่างประเทศในกิจการอวกาศที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย มีทั้งหมด ๕ ฉบับ ประเทศไทยได้ลงสัตยาบันแล้ว ๒ ฉบับ ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๖๗ หรือปี ๒๕๑๐ อีก ๓ ฉบับเรายังไม่ได้ลงสัตยาบันนะครับ นิดหนึ่งครับ ไอทียู (ITU) ไอทียู (ITU) คืออะไร ไอทียู (ITU) คือ อินเตอร์เนชันนัล เทเลคอมมูนิเคชัน ยูเนียน (International Telecommunication Union) ไอทียู (ITU) ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไอทียู (ITU) เกิดเมื่อปี ๑๘๖๕ ปีนี้เขาฉลองครบ ๑๕๐ ปี ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกมาแล้ว ๑๓๒ ปี เราเป็นสมาชิก ตั้งแต่ปี ๒๔๒๖ ประเทศไทย ซึ่งธรรมนูญของไอทียู (ITU) ได้ระบุไว้ว่าคลื่นความถี่วิทยุ และวงโคจรดาวเทียมเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจํากัดจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกประเทศต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้าถึงทรัพยากรนี้และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ วิทยุระหว่างประเทศ

ต่อไปท่านมาดูขั้นตอนในการขอนะครับ ออร์บิทัลสลอต (Orbital slot) เชิญเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ต่อไปเลยครับ ก่อนหน้านี้ครับ โอเคครับ จากเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ท่านจะเห็นแบ่งอยู่เป็น ๓ กลุ่มนะครับ สี่เหลี่ยมแรก ซ้ายมือสีแดงนะครับ เป็นคําย่อเอพีไอ (API) อันนี้ก็คือการขอใช้วงโคจรนี้นะครับ ก็คือในนี้ กรอกไปว่าประเทศนี้ สมมุติประเทศไทยจะใช้ความถี่ใดกรอกลงไป จะใช้ที่ตําแหน่งไหน กรอกละติจูดและลองจิจูดไป แล้วก็ส่งคําขอนี้ในนามของรัฐบาลไปยังไอทียู (ITU) ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันกลางสีน้ําเงินหรือสีฟ้า คือซีอาร์ (CR) คือโคออร์ดิเนชันรีเควสต์ (Coordination Request) อันนี้ต้องทําล่วงหน้า ๖ เดือนถึง ๒ ปีเป็นหน้าที่ของรัฐบาลนั้น จะต้องประสานคลื่นความถี่ ประสานไปที่ไหนครับ คือคลื่นความถี่วิทยุนี่เรามองไม่เห็น ที่ดาวเทียมใช้แถวกิกะเฮิรตซ์นะครับ ความถี่สูงมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มีฟุตพรินต์ (Footprint) ของดาวเทียมดวงอื่นอยู่ในประเทศไทยด้วย และดาวเทียวของเราเองก็มี ฟุตพรินต์ (Footprint) เลยไปถึงประเทศบังกลาเทศ เลยลงทางใต้เลยประเทศมาเลเซียไปอีก ทางซ้ายอาจจะถึงประเทศมาเลเซีย ทางเหนือก็ขึ้นไปแล้วฟุตพรินต์ (Footprint) ที่ของ ดาวเทียมท่านมองไม่เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นดาวเทียมถ้าฟุตพรินต์ (Footprint) ของเรานี่ เราจะลอนช์ (Launch) นะครับ ฟุตพรินต์ (Footprint) ของเราไปเข้าประเทศไทย อะไรต่ออะไรต้องประสานว่าเราจะลอนช์ (Launch) เราใช้ความถี่นี้ จะเข้าไปประเทศยู (You) มันควรกันไหมต้องไปประสานนะครับนั่นคือประสานประเทศข้างเคียง

ข้อ ๒ ต้องประสานกับดาวเทียมดวงข้างเคียงที่มันอยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ กิโลเมตร ด้วยนะครับว่ามันอยู่ตรงไหน มันจะไปกระทบกันไหม มันจะไปกวนกันในเรื่องความถี่ไหม เพราะฉะนั้นต้องประสานข้างเคียง เมื่อดําเนินการในบล็อกสีแดงเอพีไอ (API) ทางซ้ายแล้ว บล็อกกลางคือซีอาร์ (CR) เรียบร้อยแล้วจึงจะได้สิทธิในช่องขวาสุดนะครับ คือเอ็มไอเอฟอาร์ (MIFR) ได้สิทธิในวงโคจรนั้น แล้วสิทธิที่ได้นั้นเป็นของประเทศ การขอเป็นแบบเฟิสต์ คัม เฟิสต์ เสิร์ฟ (First come first served) ขอก่อนได้ก่อน เมื่อได้สิทธิมาแล้วต้องลอนช์ (Launch) ภายใน ๒ ปี ไม่ใช่เอามากอดไว้เฉย ๆ นะครับ ถ้าไม่ลอนช์ (Launch) ใน ๒ ปี ไอทียู (ITU) ขอคืนนะครับ ทีนี้มาดูปัญหาที่เรายก คณะกรรมาธิการคณะนี้ได้ยกขึ้นมาก็คือ องค์ประกอบในการให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ท่านดูในบรรทัดแรกครับ วงโคจรหรือไฟลิง (Filings) เป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีที (ICT) เพราะเขากําหนดโดยไอทียู (ITU) กําหนดเลยว่า ขอโดยประเทศ ขอโดยรัฐบาล พอมาดูในประเภทการประกอบกิจการมันไปเข้า พ.ร.บ. โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ของ กสทช. ดูข้อ ๓ ความถี่ ความถี่ที่ว่านี่คือความถี่ ที่จะควบคุมดาวเทียมดวงนี้ให้อยู่ตรงนั้นนะครับ เป็นไปตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ อันสุดท้ายความถี่ในการอัปลิงก์ (Uplink) และดาวน์ลิงก์ (Downlink) เป็นไปตาม พ.ร.บ. องค์กร กสทช. พ.ศ. ๒๕๕๓ นี่ละครับ นี่คือปัญหาเราก็ได้ศึกษา และหยิบยกขึ้นมาว่าทําอย่างไร ผลประโยชน์ของประเทศเราจะไม่ตกสํารวจ เราจะไม่ไปขอเขาช้า จนกระทั่งวงโคจรประเทศอื่นเขาขอไปหมด เพราะอันนี้เป็นการเฟิสต์ คัม เฟิสต์ เสิร์ฟ (First come first served) นะครับ ปัญหาในปัจจุบันยังไม่มีองค์กรทําหน้าที่กํากับดูแล ในกิจการอวกาศ ให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๖๗ หรือ พ.ศ. ๒๕๑๐ ยังไม่มีการร่างกฎหมายของไทยเกี่ยวกับดาวเทียมจึงเกิดความไม่ชัดเจน การจะไปจอง ตําแหน่งต้องรู้ครับ ต้องรู้ว่าที่จะไปจองตอนนั้นเราจะลอนช์ (Launch) ดาวเทียมขึ้นไปทําอะไร ไปทําธุรกิจอะไร แล้วทําที่ไหน แล้วฟุตพรินต์ (Footprint) ของดาวเทียมนี้มันจะไปคัฟเวอร์ (Cover) ประเทศใดบ้าง แล้วมันต้องใช้เงินลงทุนสูงในการติดต่อประสานกับประเทศที่ ฟุตพรินต์ (Footprint) เราไปกระทบเขา แล้วก็ดาวเทียมดวงข้าง ๆ ซึ่งเราจะไปอยู่ตรงนั้น ถ้ารัฐจะทําเองก็ต้องจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาแฮนเดิล (Handle) ในเรื่องนี้ ต้องจัดเตรียม งบประมาณเหมือนกับของท่านคุรุจิตนะครับ เรื่องการขุดเจาะก็มีการถกกันตั้งแต่ สปช. แล้วว่าทําไมเราไม่ไปเซอร์เวย์ (Survey) เอง เราไม่ไปสํารวจเอง ขุดเจาะเองเพราะมันใช้ทุนสูง เราจึงใช้ให้กับบริษัทธุรกิจทางปิโตรเลียมเขาไปรับความเสี่ยงตรงนี้ เขาก็ไปเซอร์เวย์ (Survey) เอง ขุดเอง พอเขาขุดเจอหรือไม่เจอไม่รู้ เมื่อเขาเจอจึงมารายงานให้ จะเป็นระบบคอนเซสชัน (Concession) หรือจะเป็นระบบพีเอสซี (PSC) อะไรก็แล้วแต่นะครับ เพราะฉะนั้นเซกเตอร์ (Sector) ของพลังงานจึงจะไม่ลงทุนในเรื่องนี้ ดาวเทียมก็เหมือนกันครับ ค่าลงทุนต้องลงทุนสูง ปัญหาในปัจจุบัน สุดท้ายแล้วนะครับ ยังไม่มีกฎหมาย เราจะศึกษากันแล้วก็เชิญผู้รู้ ในเรื่องนี้จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งรู้ในเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ได้ทาบทามผู้แทนจาก คณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะมาร่วมกับเราด้วยแล้วก็มาประชุม เพราะจะได้ครบทั้งไซเคิล (Cycle) นะครับ พ.ร.บ. องค์กร กสทช. ปี ๒๕๕๓ บอกว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติ ต้องประมูลเท่านั้น คือหลังจากวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ก็มีอดีตปลัดกระทรวงกลาโหมท่านหนึ่ง เจอผมที่ชั้นล่างในนิทรรศการ ผมชื่อช้างนะครับ ท่านก็บอกว่าเฮ้ยช้างเห็นไหม ได้มาตั้ง ๘๐,๗๗๘ ล้านบาท คลื่นดาวเทียมทําไมไม่เอามาประมูล ได้เงินเข้าประเทศอีกเยอะเลย ตรงนี้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดระเบียบเสีย กฎ กติกาชัดเจนก็เอามาประมูลครับ จะประมูลวงโคจร ประมูลคลื่นอะไรก็จัดระเบียบเสียเถอะครับ ท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ในอดีตก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีการให้ข้อมูลผิด ๆ ให้ข้อมูลบิดเบือน เกิดเฮตสปีช (Hate speech) เกิดสีต่าง ๆ สีแดง สีเหลือง สีขาว ก็เพราะว่าสัญญาณอัปลิงก์ (Uplink) ขึ้นไปยังไทยคมมันไปอัปลิงก์ (Uplink) นอกประเทศ แล้วก็ดาวน์ลิงก์ (Downlink) ลงมายังสีต่าง ๆ ก็เกิดการพูดให้ชวนเชื่อกัน เกิดการแตกแยก เกิดอะไรกัน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ แล้วก็กลุ่มคนเกิดความแตกแยก เพราะฉะนั้นควรมีการผลักดันให้เกิดกฎหมายที่จะใช้ในการกํากับดูแลกิจการ ดาวเทียมสื่อสารให้สอดคล้องกับนานาประเทศ เกิดความชัดเจน มีเอกภาพ เกิดการแข่งขัน เสรีและเป็นธรรม และผลักดันขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) แล้วอันนี้เป็น ผลประโยชน์ของประเทศ เป็นผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุก ๆ คน ในโครงการนี้ จะใช้เวลาในการดําเนินการ ๖ เดือน คือเราจะศึกษาแค่ ๒ เดือน เตรียมทีมร่างกฎหมายไว้แล้ว ใช้เวลาอีก ๒ เดือน เป็น ๔ เดือน แล้วก็ ๒ เดือนสุดท้ายคือทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus group) ทําพับลิกเฮียริง (Public hearing) อันนี้ก็เหมือนกันครับ ขออนุญาตไม่รบกวน งบประมาณของทางสภาจะใช้งบประมาณของ กสทช. นะครับ และกระผมได้กราบเรียน ท่านประธาน สปท. ท่าน ร้อยเอก ทินพันธุ์ ท่านได้เห็นความสําคัญในเรื่องนี้ ท่านได้อนุมัติ ในหลักการด้วยวาจาให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นศึกษาเรื่องนี้โดยตรงเลย ซึ่งผม ได้กราบเรียนว่าจะไม่ของบประมาณเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งหมดนั้นเป็น ๔ เรื่อง ในกลุ่มของวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ลําดับต่อไปกระผมขอกราบเรียนเชิญท่าน พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ซึ่งท่านได้ดูในเรื่องสื่อ ซึ่งสื่อถึงบ้านท่านทุกเวลาทุกนาทีนะครับ สื่อออนไลน์ (Online) ครับ กราบเรียนเชิญครับ