สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

คุรุจิต นาครทรรพ เสนอแผนการปฏิรูปด้านพลังงาน โดยมี 18 ประเด็น เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม โดยยึดกลไกตลาด และมีการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกำหนดนโยบายและติดตาม การปฏิรูปด้านพลังงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน และยังหารือเรื่องการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการออกแบบอาคารที่มีประสิทธิภาพ

นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ๐๒๓ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงาน ขอนําเสนอแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดังที่จะได้นําเสนอในแผ่นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ที่ได้สําเนาแจกท่านสมาชิก ก็ขออารัมภบทสักนิดหนึ่งว่าตามที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้แต่งตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญชุดต่าง ๆ รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ประกอบด้วยสมาชิก ๑๕ คน ดังรายชื่อ ที่ปรากฏอยู่ในแผ่นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นั้นนะครับ ตามข้อบังคับ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ข้อ ๗๓ วรรคสี่ กําหนดให้กรรมาธิการสามัญทุกคณะ จะต้องเสนอแผนการปฏิรูปเร่งด่วนภายใน ๓๐ วันนับจากวันที่ท่านประธานกําหนด ก็คือ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ นะครับ ก็ครบวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันหยุด ท่านประธานก็เลยกําหนดว่าเป็นวันที่ ๙ ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานก็ได้มีการศึกษารายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้ศึกษาวาระปฏิรูปไว้ ๓๗ วาระ ในวาระเรื่องของพลังงานก็จะเป็นวาระปฏิรูปที่ ๑๐ คือระบบพลังงานตามที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติได้จัดทํารายงานส่งไว้ให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นชอบเมื่อเดือนสิงหาคม แล้วก็ส่งให้รัฐบาลไปแล้ว แล้วท่าน สปท. เมื่อมารับตําแหน่งก็จะมีหีบเอกสาร เล่มนี้จะเป็นเล่มหนึ่ง ที่อยู่ในหีบเอกสารนะครับ คือวาระปฏิรูปที่ ๑๐ ระบบพลังงาน ในวาระปฏิรูปที่ ๑๐ ระบบ พลังงานก็จะประกอบด้วยประเด็นปฏิรูปด้านพลังงาน ๑๘ ประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ก็คือ

เรื่องที่ ๑ ระบบราคาเชื้อเพลิงที่มีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม โดยยึดกลไกตลาด

เรื่องที่ ๒ ก็คือบทบาทหน้าที่และการใช้ประโยชน์ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง

เรื่องที่ ๓ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกําหนดนโยบายและติดตาม การกํากับกิจการพลังงาน

เรื่องที่ ๔ การพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลางด้านพลังงานของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือของทุกภาคส่วนในข้อมูลพลังงาน

เรื่องที่ ๕ การกํากับกิจการพลังงานทุกประเภทที่มีลักษณะผูกขาด โดยธรรมชาติหรือมีอํานาจเหนือตลาดให้เป็นไปอย่างเป็นธรรม

เรื่องที่ ๖ การจัดตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคม

เรื่องที่ ๗ การจัดทําค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า

เรื่องที่ ๘ การจัดทําแผนพัฒนากําลังการผลิตไฟฟ้า หรือแผนเพาเวอร์ ดีวิลอปเมนต์ แพลน (Power development plan) ของประเทศ ก็คือการสร้างโรงไฟฟ้า ปลดโรงไฟฟ้า แล้วก็สร้างสายส่งต่าง ๆ

เรื่องที่ ๙ การผลิตและซื้อขายไฟฟ้าอย่างเสรี โดยเฉพาะในระดับประชาชน

เรื่องที่ ๑๐ ก็คือการบริหารจัดการกิจการสายส่งและศูนย์ควบคุมระบบ โครงข่ายไฟฟ้าซิสเต็มโอเปอเรเตอร์ (System operator) และนําไปสู่การเป็นตลาดกลาง ซื้อขายไฟฟ้าของอาเซียน (ASEAN) ภายในช่วงของแผนพีดีพี (PDP) ๒๑ ปีข้างหน้านี้

เรื่องที่ ๑๑ เรื่องของโครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้าในกลุ่มประชาคมอาเซียน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงหรือจีเอ็มเอส (GMS) และภูมิภาคข้างเคียงรวมทั้งจีนด้วย

เรื่องที่ ๑๒ กองทุนพัฒนาไฟฟ้ารอบโรงไฟฟ้า

เรื่องที่ ๑๓ การปฏิรูปการอนุรักษ์พลังงานในอาคารภาครัฐและเอกชน ในระบบ ที่เรียกว่าบริษัทจัดการพลังงานหรือเอสโก (ESCO) และข้อบัญญัติของการประหยัด พลังงานในอาคาร ที่เรียกว่าบิลดิง เอเนอร์จี โคด (Building Energy Code)

เรื่องที่ ๑๔ การปฏิรูปกฎหมายด้านพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทนโดยเฉพาะในระดับชุมชน

เรื่องที่ ๑๕ การปฏิรูปพลังงานชีวภาพ พลังงานชีวภาพในที่นี้ก็หมายถึง เชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) เอทานอล (Ethanol) หรือไบโอดีเซล (Biodiesel) ต่าง ๆ รวมทั้งไบโอแก๊ส (Biogas) ที่ทําแก๊สจากน้ําเสียหรือฟาร์มสุกรต่าง ๆ เหล่านี้

เรื่องที่ ๑๖ การปรับโครงสร้างส่วนราชการ โดยการแยกกรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงานตามภารกิจเป็นกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และกรมอนุรักษ์พลังงาน

เรื่องที่ ๑๗ วาระปฏิรูปเร็ว ควิกวิน (Quick win) คือการติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar roof) การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือที่เรียกว่าโซลาร์รูฟท็อป (Solar rooftop) อย่างเสรี

เรื่องที่ ๑๘ เป็นโครงการปฏิรูปเร็วก็คือส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย ซึ่งทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑๗ เรื่องที่ ๑๘ นี้ก็ได้ทําเสร็จโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ และได้นําเสนอรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว จะมีหมายเหตุสักนิดหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูป พลังงานของ สปช. ก็มีประเด็นศึกษาที่รัฐบาลได้มอบหมายไว้คือเรื่องของสัมปทาน ปิโตรเลียมรอบที่ ๒๑ ซึ่งใน สปช. คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานก็ได้ดําเนินการศึกษาเสร็จ และนําเสนอ สปช. แล้วก็ได้จัดส่งความเห็นไปให้กับรัฐบาลตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว จึงไม่ได้อยู่ในวาระการปฏิรูป ๑๘ ประเด็นนี้ และคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานก็ไม่ได้หยิบยกมาศึกษาต่อเพราะถือว่าได้ส่งให้รัฐบาลแล้ว

สําหรับในช่วงเวลา ๑ เดือนที่ผ่านมาที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านพลังงานได้ทํางาน เราก็มีการทํางานเป็นคณะอนุกรรมาธิการซึ่งแบ่งเป็น ๒ คณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการแรกก็คือคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป การบริหารและกํากับกิจการพลังงานและทรัพยากรปิโตรเลียม ซึ่งมีท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ท่านก็ได้พิจารณาหยิบจาก ๑๘ วาระปฏิรูปที่ สปช. ได้ทํา และคิดว่าเรื่องที่มีความสําคัญเร่งด่วนและมีโอกาสทําได้สําเร็จเร็วก็คือเรื่องที่ ๑ บทบาท หน้าที่ และการใช้ประโยชน์จากกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง และเรื่องที่ ๒ คือการพัฒนา ศูนย์ข้อมูลกลางด้านพลังงาน หรือเนชันนัล เอเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เซนเตอร์ (National Energy Information Center) หรือ เนชันนัล เอเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เอเจนซี (National Energy Information Agency) นอกจากนั้นก็มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการคณะที่ ๒ ชื่อว่า คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการไฟฟ้า พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม เป็นประธานอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการนี้ ก็ได้หยิบยกเรื่องวาระประเด็นปฏิรูปด้านพลังงานมาที่คิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและคิดว่า จะทําได้สําเร็จในอีก ๑๘ เดือนข้างหน้าก็คือ

เรื่องที่ ๑ การส่งเสริม การผลิตพลังงานทดแทนของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน

เรื่องที่ ๒ ก็คือการส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน หรือการประหยัดพลังงาน ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมาตรการที่เรียกว่าบริษัทจัดการพลังงาน หรือเอเนอร์จี เซอร์วิส คัมพานี เอสโก (Energy Service Company : ESCO) และเรื่องของการออกแบบอาคาร ในอนาคตเพื่อประหยัดพลังงานโดยมีข้อบัญญัติที่เรียกว่าบิลดิง เอเนอร์จี โคด (Building Energy Code) ซึ่งประเด็นเหล่านี้ผมก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ แต่ละคณะใน ๒ เรื่องแรก คือเรื่องกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง แล้วก็เรื่องของศูนย์ข้อมูลพลังงานคือ พลเอก เลิศรัตน์ และในเรื่องที่ ๓-๔ คือเรื่องพลังงานทดแทนของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน และการอนุรักษ์พลังงานโดยระบบเอสโก (ESCO) และบีอีซี (BEC) นี้ก็จะขอให้ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต และ พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา เป็นผู้นําเสนอ และกระผมจะได้กล่าวสรุปต่อไป ขอบพระคุณครับ