สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

กษิต ภิรมย์ ระบุถึงปัญหาการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยที่ไม่สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ เนื่องจากเทคโนโลยีที่ไม่ดี และส่งผลให้การส่งออกลดลงอย่างมาก และเรียกร้องให้คณะรัฐบาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงทิศทางเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับสังคมไทย

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ต้องขอประทานโทษที่มาเป็นคนสุดท้าย เพราะติดประชุมคณะอนุกรรมาธิการอยู่ครับ แต่ว่า ไม่มีโอกาสพูดก็คงจะน่าเสียดาย ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปที่คณะกรรมาธิการดังนี้ว่า เมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วรัฐบาลไทยได้ตัดสินใจที่จะเลิกการผลิตเพื่อทดแทนการนําเข้า แล้วก็ ๕๐ ปี ให้หลังมาเราเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก เพราะฉะนั้นที่เรียกว่าโกรทโฟลเดอร์ (Growth folder) กลไกหรือว่ารูปแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีตัวเลขของจีดีพี (GDP) สูง ๆ ขึ้น ก็จะพึ่งพาการส่งออก คราวนี้มาถึงวันนี้เป็นอะไร เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ณ วันนี้ของผม คุณสมพงษ์ ท่าน สปท. ก็ได้บอกว่าเกิดความเหลื่อมล้ําในสังคม หลังจาก ๕๐ ปีไปแล้ว ตัวเลขจีดีพี (GDP) ทุกปีโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของท่านประธานองคมนตรี ท่านอดีตรัฐมนตรี พลเอก เปรมก็ ๘-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ระยะหลัง ๆ ก็เหลือประมาณ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ มาเป็นเวลาหลายปี แล้วการส่งออกในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาค่อนข้างจะแย่มากลดอย่างมากมาย ขีดความสามารถในการแข่งขันที่อยู่บนพื้นฐานของภาคแขนงอุตสาหกรรมหรือว่าผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ นั้นของเราแข่งขันไม่ได้แล้ว เทคโนโลยีไม่ดี

- ๗๕/๑  ตลาดแคบลง ค่าแรงเราสูงขึ้น และในช่วงที่แล้วมาผมก็ได้กล่าวถึงทิศทางใหม่ ของคณะรัฐบาลนี้โดยทีมเศรษฐกิจคือดอกเตอร์สมคิดนะครับ ที่จะไปโรบอต (Robot) ไปเรื่องเอวิเอชัน (Aviation) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไว้เป็นการบ้าน ก็คือว่าเราไม่สามารถที่จะพัฒนาประเทศด้วยการพึ่งพาการส่งออกโดยเฉพาะสินค้า ที่ค่อนข้างจะล้าสมัย หรือไม่มีเทคโนโลยี หรือว่าองค์ความรู้ หรือว่าการออกแบบของเราเอง ในขณะเดียวกันการพัฒนาในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมานอกเหนือจากความเหลื่อมล้ําในสังคม ที่ห่างขึ้นไป ความมั่งมีศรีสุขมันกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ และต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นปัญหาสังคม แล้วขณะเดียวกันใน ๕๐ ปีที่ผ่านมาก็เป็นสังคมแห่งการบริโภค ขอใช้ภาษาอังกฤษนะครับ คอนซูเมอริซึม (Consumerism) ก็มีบัตรเครดิต มีโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ห้องน้ําสาธารณะยังไม่มี การขุดลอกคลองสาธารณูปโภคต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังล้าสมัย ขณะที่เราจะมีการประมูลโทรศัพท์มือถือเป็นเท่าไรครับ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันห่างกันมากระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยกับสภาพสังคมที่ส้วมก็ยังไม่มี น้ําประปา ก็ยังไม่ถึง ไฟฟ้าก็ยังไม่ทั่วถึง โรงเรียนก็มีความต่างกันมาก การศึกษาต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเรา ก็ใช้จ่ายกันเกินตัวเพราะเรามีบัตรเครดิต เราอยู่ในลัทธิของบริโภคนิยม ฝรั่งเขาอยู่กันอย่างไร เราก็อยากจะอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่าเราไม่สามารถที่จะดําเนินเศรษฐกิจ ดังที่เราได้มีมา ๕๐ ปี ใช้ไม่ได้แล้วสังคมไทย มันจะสร้างความแตกแยกในสังคม ความเหลื่อมล้ํา แล้วก็จะเป็นปัญหาของการขัดแย้งที่อาจจะรุนแรงก็ได้ เพราะฉะนั้น ที่ผมจะเรียนถามก็คือว่าแล้วที่ได้เสนอมาทั้งหมดนี้ ๔ ด้าน ๒๔-๒๕ โครงการนี้ ค่อนเป็นข้างในรายละเอียด แต่ไม่ได้ตอบปัญหาภาคกว้างว่าเรายังต้องการที่จะเป็น เอกซ์พอร์ตเลดอีโคโนมี (Export-led economy) หรือไม่ หรือเราจะหันกลับมาดู ตลาดภายใน ตลาดชายแดน ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ตลาดอาเซียน (ASEAN) เป็นสําคัญ แล้วก็พึ่งสติปัญญาของเราเอง แทนที่จะต้องไปซื้ออะไรครับ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมาย การค้าจากต่างประเทศ นั่นก็เป็นประเด็นหลักที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการไว้

ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าที่รัฐบาลจะมีมติ แล้วก็ที่ สนช. จะออกกฎหมาย จะเป็นเรื่องจีเอ็มโอ (GMOs) หรือว่าจะตัดสินใจเข้าร่วมในข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ภาคพื้นแปซิฟิก ทีพีพี (TPP) หรือจะไปลงทุนที่ทวาย หรือจะทํารถไฟความเร็วสูงต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจะเรียนถามว่าสิ่งต่าง ๆ ในขณะที่ทางฝ่ายบริหารหรือ สนช. จะไปออกกฎหมาย สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านคิดอยากที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทยหรือไม่ ๒ อย่าง ต่างคนต่างไป ไปด้วยกันไม่ได้ รวมทั้งทฤษฎีคลัสเตอร์ (Cluster) ของดอกเตอร์สมคิดด้วย อาจจะเป็นสิ่งที่ล้าสมัย เพราะว่าที่จังหวัดมิกาของประเทศญี่ปุ่นเขาเคยทําอันนี้กับบริษัท เข้าใจว่าบริษัท ชาร์ป ในที่สุดก็ไปไม่ได้ที่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างของอุตสาหกรรมแขนงใดแขนงหนึ่ง ไปกระจุกตัวไว้ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแล้วก็ไปไม่ได้ เพราะสมัยนี้เป็นเรื่องของซัพพลายเชน (Supply chain) ใช่ไหมครับ ลูกโซ่ของการที่ผลิต แล้วก็โรงงานอยู่ทั่วโลกมาประกอบที่แห่งหนึ่ง แล้วก็มีการแข่งขันกันอย่างสูง ต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ความคิดบางอันบางอย่างอาจจะ ไม่ทันสมัย และผมคิดว่าจะปล่อยให้รัฐบาลทําไปทางหนึ่ง สนช. ออกกฎหมายไปทางหนึ่ง แล้วขณะเดียวกันเรามีความเหลื่อมล้ําในสังคม และเราก็ยังคิดที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจบนพื้นฐาน แล้วก็แนวความคิดเดิม ๆ ผมคิดว่าจะทําให้เราไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ขอบคุณมากครับ