คุรุจิต นาครทรรพ เสนอการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นการปฏิรูปภาษี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ และการเป็นศูนย์กลางอาเซียน พร้อมเรียกร้องปฏิรูปโครงสร้างภาษีอากรที่สำคัญ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก่อนอื่นก็ต้องขอให้กําลังใจคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจนะครับ เพราะว่าท่านมีหลากหลายสาขาอยู่ในคณะเดียวกัน ดูเรื่องที่ท่านเสนอ ปฏิรูปถึง ๒๔ เรื่อง ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะทําเสร็จใน ๑๘ เดือนหรือเปล่า ผมก็จะขออภิปราย เฉพาะเรื่องที่ผมสนใจนะครับ ก็คือเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายแข่งขันทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ (Logistics) แล้วก็การเป็นศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN) แต่ก่อนที่จะไปทั้ง ๓ เรื่องก็ขอแวะไปที่เรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างภาษีอากรสักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ แล้วในสภาปฏิรูปแห่งชาติชุดที่แล้วที่ท่านสมชัย เป็นประธานด้านเศรษฐกิจท่านก็ได้นําเสนอ ก็คือประเทศเราจะปฏิรูประบบภาษีก็ต้อง ใช้จังหวะเวลาช่วงนี้ เพราะว่ามันก็ต้องกระทบหลายส่วน ทุกสเปเชียล อินเทอเรสต์ กรุ๊ป (Special Interest Group) แล้วก็ต้องมีความกล้า แล้วก็ถ้าจะดูแผนภูมิของท่านประธาน ที่นําเสนอว่าเป้าหมายของการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจจะนําไปสู่การก้าวสู่การเป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้ว การลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวินัยทางการคลัง การเงิน การปฏิรูประบบภาษีก็จะเป็นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา เช่นเดียวกัน คนรวยก็ควรจะเสียภาษีมาก ขณะเดียวกันระบบภาษีที่ประเทศเราไม่ได้ใช้เสียที ไม่ว่าภาษีที่ดิน ภาษีมรดก หรือจะปรับภาษีแวต (VAT) เพิ่มขึ้น ผมคิดว่าสภาเราไม่มีเรื่องติดยึด เพราะเราไม่มีอํานาจบริหาร เพราะฉะนั้นเสนอผลงานทางวิชาการให้รัฐบาล ถ้าเห็นจังหวะ เหมาะสมเขาก็จะได้เอามาใช้ได้นะครับ สําหรับเรื่องการปฏิรูปกฎหมายแข่งขันทางการค้า ผมอ่านดูพลิกเร็ว ๆ ก็อยู่ในหน้า ๑๒๗ ของรายงานก็มีไว้นิดเดียวมี ๓-๔ หน้าเท่านั้นเอง ก็เลยไม่แน่ใจว่าขอบข่ายท่านจะนําไปสู่อะไรนะครับ ผมก็อยากจะฝากว่าประเทศที่เจริญ แล้วก็ควรจะมีกฎหมายที่แข่งขันอย่างเป็นธรรมนี่ใช่นะครับ แต่ว่าป้องกันการผูกขาด การทุ่มตลาดแอนไททรัสต์ อันแฟร์ คอมเพทิชัน (Antitrust unfair competition) เหมือนอย่างบริษัทข้ามชาติเวลาเขาจะเมอเจอร์ (Merger) เขาต้องไปขออนุมัติ จากคอมมิสชัน (Commission) ของอียู (EU) หรือของเทรดเรกูเลเตอร์ (Trade regulator) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ของเราถ้าทําได้ในระดับอาเซียน (ASEAN) ก็จะดีนะครับ แต่ประเทศไทยเราผมก็ยังไม่แน่ใจ เพราะว่าท่านเขียนไว้สั้นมาก ก็อยากจะสนับสนุนในเรื่อง กฎหมายแข่งขันทางการค้าว่าต้องเริ่มทํา แล้วก็เป็นเรื่องของประเทศที่เจริญแล้วเขาใช้เป็น มาตรการกีดกันทางการค้าของเราด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีกฎหมายที่จะคุ้มครองของเราด้วย คือแข่งขันเป็นธรรม แต่ว่าไม่ใช่คนอื่นมากีดกันเรา แล้วก็บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่ทั้งหลายไปซื้อ บริษัทยักษ์ใหญ่เป็นที่ ๒ อย่างนี้ก็ครองตลาด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็กําหนดราคาค่าบริการได้ เพราะฉะนั้นท่านจะมีมาตรการอย่างไร มาตรการอันหนึ่งที่ผมเห็นว่าสําคัญก็คือ ท่านต้องมีเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่เป็นอิสระพอสมควรเหมือนแบงก์ชาติ เหมือน ก.ล.ต. ไม่ใช่เป็นกระทรวงพาณิชย์ กรมอะไรก็ไม่รู้ ไม่ทําตามก็ย้ายอธิบดีไปอย่างนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ (Logistics) ผมก็เห็นว่า สําคัญมากนะครับ ก็อยากจะสนับสนุนคณะอนุกรรมาธิการที่ท่านมนูเป็นประธานว่า ต้องพยายามชี้ประเด็นให้เห็นว่าประเทศเราสูญเสียทรัพยากรและต้นทุนมหาศาลไปกับ การมีระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ หรือไม่มีประสิทธิภาพเอาเลย ผมไปดูงานที่ประเทศเยอรมนี เมืองฮัมบูร์ก เขามีท่าเรือแล้วก็มีสถานีรถไฟไปอยู่ตรงท่าเรือ เขายกลงจากเรือทีเดียวขึ้นรถไฟเลยนะครับ ไม่ต้องมายกลงที่โกดังแล้วก็ขนขึ้นรถแล้วก็ ไปใส่รถไฟ เพราะฉะนั้นของเราถ้าเป็นแบบนี้ก็เสียค่าขน ค่าเช่า ๓ ต่อ ของเขาต่อเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) เป็นฮิดเดนคอสต์ (Hidden cost) มหาศาล แล้วก็ผูกไปถึงเรื่องกฎระเบียบด้านศุลกากร ด้านสรรพสามิต หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านก็ต้อง พยายามชี้ประเด็นให้เห็น เพราะเราทําแบบบูรณาการแล้ว ก็สนับสนุนท่านเต็มที่เรื่อง โลจิสติกส์ (Logistics) นะครับ
เรื่องการเป็นศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN) ก็เช่นเดียวกัน ชีวิตผมรับราชการมา ก็นิยมที่อยากจะให้เราเป็นประเทศศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN) แต่ได้บทเรียนอันหนึ่งก็คือ การประกาศว่าจะเป็น ไม่ได้เป็นได้ง่าย ๆ แถมประเทศเพื่อนบ้านเขาหมั่นไส้เอาด้วย การจะเป็นได้ ก็ต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้ดี เตรียมคนให้ดีแล้วก็จะเป็นเอง เพราะฉะนั้นประการหนึ่ง ผมกับท่านรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศก็คุ้นเคยกันนะครับ ผมคิดว่าเราก็ต้องทํากฎ กติกาของประเทศเราให้เป็นที่น่าเชื่อถือของต่างประเทศก่อน ไม่ใช่ไปร่วมประชุมที่ไหนแล้วก็ ลงนามไม่ได้เพราะว่าต้องรอสนธิสัญญาเข้าสภา มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๓ อะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเขาถ่ายทอดไปถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าเรื่องที่ ซิมเพิล (Simple) ก็ควรจะลงนามไม่อย่างนั้นใครเขาจะมาเชื่อถือ ไม่ใช่ ๑๐ คน ๙ ประเทศ ลงนามเราไปจับปากกาแห้ง ๆ อยู่ไม่กล้าลงนามอย่างนี้ก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับศูนย์อาเซียนฮับ (ASEAN Hub) อะไรของท่าน ก็อยากจะฝากใน ๓ ประเด็น แล้วก็เอาใจช่วยว่าท่านจะทํา ทั้ง ๒๔ เรื่องไม่รู้ว่าท่านจะทําเสร็จหรือเปล่า ก็ขอให้ท่านทําเสร็จสัก ๔ เรื่อง ผมก็ชื่นใจแล้วครับ ขอบคุณครับ