สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

สุวัฒน์ จิราพันธุ์ พูดถึงแผนปฏิรูปเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยมี 3 เรื่องที่เน้น คือ การส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม การปรับโครงสร้างการบริการ และการพัฒนาบุคลากร

นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สปท. หมายเลข ๑๗๕ ขอนําเรียนเสนอแผนปฏิรูป ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN) อย่างที่ท่านประธาน และท่านประธานอนุกรรมาธิการได้อธิบายไปแล้วว่าเป้าหมายอย่างหนึ่งในการปฏิรูปของเราคือ เพื่อที่จะสร้างให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นกับดักรายได้ปานกลาง เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นเรื่องของการที่เราจะสามารถนําผลประโยชน์ในฐานะที่ประเทศไทยเราเป็นศูนย์กลาง ในแง่ของอินแลนด์อาเซียน (Inland ASEAN) มีโลเคชัน (Location) มีจุดยุทธศาสตร์ในที่ตั้ง ที่เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงได้ โดยเฉพาะกับการที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี (CLMV) ก็จะเป็นประโยชน์ อันนี้คือเป้าหมายหลักที่ทําให้ ทําไมเราถึงอยากจะต้องมีการปฏิรูปให้ประเทศไทยเป็นอาเซียนฮับ (ASEAN Hub) หรือเป็น ศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ขอเรียนว่าเราก็ได้ศึกษาต่อเนื่อง มาจากการที่ สปช. ได้เคยมีข้อเสนอแนะไว้ ๕-๖ ด้านด้วยกัน โดยที่เพื่อเป็นวาระเร่งด่วน ในการที่จะปฏิรูปเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN) นั้น ก็จึงเน้นในเรื่องของ ๓ เรื่องหลัก อันแรก คือการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม และ ๒. คือการปรับ โครงสร้างการบริการ ซึ่งอันนี้ก็จะแบ่งออกเป็น ๒ เรื่องย่อยนะครับ ก็คือการจัดตั้งหน่วยงาน และการจัดทํายุทธศาสตร์ของประเทศไทย ที่จริงแล้วมีอีก ๓ เรื่องที่จะเป็นระยะสั้น เป็นระยะกลาง และระยะยาว ก็คือการพัฒนาบุคลากร แล้วอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของ ครอสคัตติง (Cross cutting) ที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนและรวมทั้ง ยุทธศาสตร์รายอุตสาหกรรม ใน ๒-๓ ประเด็นหลังนั้นก็เป็นเรื่องที่จะนําเสนอในโอกาสต่อ ๆ ไป ในชั้นนี้ก็จะนําเสนอเฉพาะใน ๓ เรื่องที่เรียนไว้ก็คือ เรื่องศูนย์กลางคมนาคม แล้วก็ เรื่องการปรับโครงสร้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ หัวข้อย่อย ก็คือการจัดตั้งหน่วยงานบริหาร การขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน แล้วก็รวมถึงการจัดทํายุทธศาสตร์ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ผมขอเรียนเป็นข้อมูลให้ที่ประชุมได้รับทราบนิดหนึ่งว่าหลังจากที่ สปช. ได้เคยมีข้อเสนอแนะ เอาไว้แล้ว พัฒนาการต่อมาในกรอบประชาคมอาเซียนนั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการที่ก็คง จะทราบดีว่าเรื่องของการดําเนินการเรื่องประชาคมอาเซียนนั้นก็คงไม่ใช่ประเทศไทย แต่เพียงผู้เดียวที่จะดําเนินการเป้าหมายของการสร้างประชาคมอาเซียนซึ่งภายในสัปดาห์ หน้าก็จะถือว่าเป็นการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน กล่าวคือเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ได้มีการประชุมสุดยอดของผู้นําอาเซียน (ASEAN) ก็ได้มีการวางยุทธศาสตร์ที่เขาเรียกว่า อาเซียนวิชัน (ASEAN Vision) หรือวิสัยทัศน์ ถึงปี ๒๐๒๕ อันนั้นก็เป็นการต่อยอดซึ่งเขา เรียกว่าเป็นวิสัยทัศน์ก้าวหน้าไปด้วยกัน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการที่จะต้องมีการวางแผน ที่เรียกว่าเอ็มแพก (MPAC) หรือแผนแม่บทในการพัฒนาความเชื่อมโยงของอาเซียน (ASEAN) อันนี้จะเป็นสิ่งที่นํามาประกอบในแง่ของคณะอนุกรรมาธิการนําไปประกอบเป็นการต่อยอด จากข้อเสนอของ สปช. สําหรับวาระหรือแผนปฏิรูปที่จะนําเสนอนั้น อันแรกที่ผมเรียนไปแล้ว คือการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางคมนาคมในอาเซียน (ASEAN) อันนี้ก็จะพูดถึงในเรื่องของทั้ง การเชื่อมโยงทางด้านกายภาพคือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็คงจะทราบกันดีที่มี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเรียลลิงก์ (Real link) หรือการทําเชื่อมโยงอีสต์ เวสต์ คอริดอร์ (East-West Corridor) อีโคโนมิกคอริดอร์ (Economic Corridor) อันนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่จะต้องเร่งรัดในการที่จะให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นเรื่องต่อเนื่องไปถึงเรื่องของ การหาแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแหล่งเงินทุนของภายในภูมิภาค หรือแม้กระทั่ง การจัดเอาระบบพีพีพี (PPPs) เข้ามาใช้ การเป็นศูนย์กลางคมนาคมในอาเซียน (ASEAN) นั้น จะสําเร็จได้อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของความเชื่อมโยงทางด้านกายภาพ อันนี้ก็มีเรื่องกฎ ระเบียบ อย่างเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านประธานสมชัยได้พูดถึงการผ่านด่านต่าง ๆ อันนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ทางคณะอนุกรรมาธิการแล้วก็รวมทั้งคณะกรรมาธิการคิดว่าจะต้องเป็นการผลักดัน เพื่อให้เกิดมีหน่วยงานหรือการมอบหมายหน่วยงานเพื่อดูแลโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องครอส บอร์เดอร์ (Cross border) จริงอยู่ขณะนี้ทางกรมศุลกากรของเราได้รับผิดชอบในเรื่อง ของการที่จะทําในเรื่องของเนชันนัล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) ซึ่งอันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทําให้ในการผ่านแดน ไม่ว่าจะเป็นคน ของ หรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับเรื่อง การันตี (Guarantee) มีหน่วยงานที่จะดูแลในเรื่องของครอส บอร์เดอร์ เมเนจเมนต์ (Cross border management) อย่างชัดเจนอีกอันหนึ่ง เมื่อเช้านี้ผมก็มีโอกาสได้ร่วมการเปิดบ้าน ศูนย์อาเซียน (ASEAN) ของสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งขอชื่นชม อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในการที่จะโน้มนําและปรับทัศนคติ แล้วก็เป็นแหล่งในการเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนคนไทย รู้จักความเป็นอาเซียน (ASEAN) มากขึ้น แล้วจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการที่เรารู้เขา รู้เรา อันนี้ก็ขอชื่นชมอย่างยิ่ง แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมได้รับฟังจากท่านรองประธาน สนช. คนที่หนึ่ง ท่านได้เน้นย้ําถึงในเรื่องของบริบททางกฎหมายที่ สนช. เอง นอกเหนือจากการออกกฎหมายต่าง ๆ โดยคํานึงถึงบริบทภายในประเทศแล้ว การออกกฎหมายที่คํานึงถึงบริบท การออกกฎหมาย ที่มีมาตรฐานกับต่างประเทศโดยเฉพาะกับอาเซียน (ASEAN) ด้วยแล้วนั้น ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทําให้ ประเทศไทยไม่ตกอยู่ในปัญหาที่คงจะทราบกันดีในหลาย ๆ เรื่องว่าหลายสิ่งหลายอย่าง เราต่ํากว่ามาตรฐานของต่างประเทศ ถัดไปที่ผมจะเป็น ๒ หัวข้อย่อย ซึ่งจริง ๆ อยู่ในกลุ่ม หัวข้อใหญ่ก็คือเรื่องการปรับโครงสร้าง อย่างที่เรียนไว้นะครับ ณ ขณะนี้มีกลไกที่ดูแล เรื่องการขับเคลื่อนอาเซียน (ASEAN) อยู่เพียง ๒ หน่วย ซึ่งทั้ง ๒ หน่วยนี้อยู่ที่ กระทรวงการต่างประเทศ อันหนึ่งคือเรียกคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ซึ่งทุกประเทศ ของอาเซียน (ASEAN) จะมีอยู่ และอีกอันหนึ่งคือเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการศูนย์อํานวยการ เพื่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยที่ ณ ขณะนี้ได้ผ่านจุดนั้นไปแล้ว ข้อเสนอก็คือการปรับอินทีเกรต (Integrate) หรือการบูรณาการคณะกรรมการเหล่านี้ เพื่อให้เป็นกลไกที่มีในแง่ของสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน แล้วก็รวมถึงซึ่งจะต่อเนื่อง ไปสู่ประเด็นสุดท้ายที่ผมจะนําเรียนก็คือการที่ประเทศไทยจําเป็นต้องมียุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนอาเซียน (ASEAN) เพราะในก่อนหน้าจนกระทั่งถึงสัปดาห์หน้านั้น เรามียุทธศาสตร์อยู่แล้วคือยุทธศาสตร์การเข้าสู่การเป็นประชาคม แต่ถัดไปอย่างที่ผม ได้เรียนแล้วว่าในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาผู้นําอาเซียน (ASEAN) ทั้ง ๑๐ ประเทศได้มีการกําหนดเรียกว่าวิสัยทัศน์อาเซียน (ASEAN) ที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่ากัวลาลัมเปอร์ ดีคลาเรชัน (Kuala Lumpur Declaration) โดยตั้งเป็นธีม (Theme) ว่าเป็นฟอร์จิง อะเฮด ทูเกตเตอร์ (Forging Ahead Together) หรือการมูฟ (Move) การเคลื่อนไปสู่ข้างหน้าด้วยกัน อันนี้ก็ขอนําเสนอเพื่อสู่ที่ประชุม ได้รับทราบไว้ ณ ที่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ