สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเพื่อความเสมอภาคทางโอกาส และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เส้นทางแห่งการปฏิรูปที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ร่วมกัน ในครั้งนี้เป็นผลมาจากประชาธิปไตยทางการเมืองที่ล้มลุก มีการเลือกตั้ง หยุดยั้งการเลือกตั้ง เลือกตั้งใหม่ หยุดยั้งการเลือกตั้งใหม่ ดูเหมือนจะเป็นวงจร อยู่เช่นนี้ อาจจะมีองค์ประกอบหลายประการที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์เช่นว่านี้ แต่สิ่งสําคัญ สิ่งหนึ่งที่ทําให้ประชาธิปไตยทางการเมืองไม่ได้ราบรื่น ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ปรารถนา เพราะว่าเราขาดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ตราบใดที่ยังไม่มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาประชาธิปไตยทางการเมืองก็จะเป็นอยู่เช่นนี้ การปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ เป็นหนทางที่สําคัญในการนําไปสู่ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ สังคมไทยยังมีความเหลื่อมล้ํา อยู่มาก ยังมีความเสมอภาคในโอกาสทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอยู่มาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือยังไม่มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้เองจึงจําเป็นที่จะต้องปฏิรูป เพื่อนําไปสู่ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจ เพราะตราบใดที่ยังมีความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจ ตราบนั้นความเสมอภาคทางโอกาส ในด้านอื่น ไม่ว่าทางด้านสังคม เช่น เรื่องการศึกษา เรื่องการสาธารณสุข ที่ไม่อาจจะ เสมอภาคได้ รวมกระทั่งเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง ที่ถ้าหากว่าปราศจากประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจผู้เลือกตั้งส่วนหนึ่งก็ยังตัดสินใจเลือกตั้งโดยอามิสสินจ้าง เพราะว่า ยังมีความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจที่จําเป็นอยู่ ประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๓๗ ๒๐ ปีที่แล้ว มีคนยากจนอยู่ประมาณ ๒๐ ล้านคน ๒๐ ปีให้หลังคนยากจนลดลงเหลือ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ความแตกต่างระหว่างผู้มีรายได้สูงกับผู้มีรายได้น้อยยังห่างกัน ๑๒ เท่าเหมือนเดิม ๒๐ ปี ที่ผ่านไป จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ํานี้เพื่อให้มีประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจ แต่การมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหรือการมีความเสมอภาคทางโอกาส ที่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจนั้นจะต้องกระทําควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ มิเช่นนั้นแล้วเรากําลังจะสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจ สังคมที่จนเท่า ๆ กัน เราต้องสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันเป็นสังคมที่เติบโต ทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เติบโตไปในทิศทางนั้น เมื่อก่อนกล่าวถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เราบอกว่าเราจะก้าวไป เป็นเสือตัวที่ ๕ ต่อจากฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ในระดับสากลเมื่อมองประเทศไทย มองว่าเราจะเป็นเสือตัวที่ ๕ แต่เราไม่ได้เป็น ในวันนี้ ระดับสากลถ้ามองเข้ามาในประเทศไทยก็จัดให้ประเทศไทยอยู่ในอีกกลุ่มหนึ่ง แทนที่จะ เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ มีเสือ ๔ ตัวอย่างที่ว่าและเราจะเป็นเสือตัวที่ ๕ จัดให้เรา อยู่ในอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่ากลุ่มทิป (TIP) คือกลุ่มไทยแลนด์ อินโดนีเชีย และฟิลิปปินส์ แสดงว่า ในระดับสากลแล้วแทนที่เราจะก้าวไปข้างหน้าเรากลับให้ผู้ที่อยู่ข้างหลังเดินตามเข้ามาทัน ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปความหวังของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่จะยืนอยู่บนเวทีโลก อย่างมีศักดิ์ศรีทางเศรษฐกิจก็จะเป็นไปไม่ได้ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูปทางด้าน เศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วโดยเร็วที่สุด ประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นประชากร ต่อคนต้องมีรายได้ต่อคนต่อปีประมาณ ๑๒,๗๐๐ เหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้เรามีรายได้ต่อคน ต่อเหรียญสหรัฐต่อปีประมาณ ๕,๔๐๐ เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี ถ้าเราพัฒนาเศรษฐกิจแบบ ไปเรื่อย ๆ เช่นนี้โดยไม่เร่งปฏิรูป อีกประมาณ ๑๗-๒๐ ปี เราจึงจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เราจึงจําเป็นจะต้องเร่งปฏิรูปเพื่อให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เร็วกว่านั้นเพื่อจะได้กลายเป็น เสือตัวที่ ๕ อย่างแท้จริง แต่การพัฒนาไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นตามมาด้วยการพัฒนา ทางด้านอุตสาหกรรม พัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ตามไปด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างเร่งรีบ ซึ่งก็จะทําให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมตามมา การพัฒนาที่ทําให้เกิดสังคมเมือง อย่างมากมาย ก่อให้เกิดปัญหามูลขยะเต็มบ้านเต็มเมือง ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ํา ไม่ว่าจะมาจากชุมชน จากโรงงานอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดการตัดไม้ทําลายป่าซึ่งเป็นต้นเหตุ ของการที่น้ําไหลหลากมาโดยไม่มีต้นไม้ตามธรรมชาติขวางกั้น นี่ยังไม่ได้พูดถึงการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทําให้โลกร้อนขึ้น น้ําทะเลสูงขึ้น อากาศแปรปรวน ทําลายระบบ นิเวศริมฝั่งทะเล ทําลายระบบเกษตรกรรม ทําลายระบบประมง เพราะฉะนั้นในการพัฒนาที่ จะนําไปสู่ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ นําไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องพัฒนาโดยเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม โดยทําให้สิ่งแวดล้อมที่ดีนั้นยังคงอยู่ ทําให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ยังคงอยู่ ไม่ใช่พัฒนาโดยการทําให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่หมดสิ้นไปไม่เหลืออะไรไว้ให้กับ คนรุ่นหลัง การพัฒนาเช่นนี้จึงเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการ ของคนรุ่นปัจจุบัน ในขณะเดียวกันไม่เป็นอุปสรรคในการที่คนรุ่นต่อ ๆ ไปจะได้มีความสามารถในการตอบสนอง ความต้องการของคนรุ่นของตนเอง โดยทรัพยากรยังคงอยู่รักษาไว้สําหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป แนวคิดของการพัฒนาที่ยั่งยืนดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนี้เป็นแนวคิดที่นํามาสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจ ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ คือจะต้องพัฒนาทั้งในเรื่อง เศรษฐกิจที่จะต้องเติบโต พัฒนาทั้งในเรื่องเศรษฐกิจที่จะต้องเสมอภาค พัฒนาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สําคัญการพัฒนาทั้ง ๓ อย่างนี้ต้องสมดุลกัน และอยู่บนรากฐาน ของความมั่นคงทางการคลังและการเงิน ทางด้านการคลังจะต้องมีระบบภาษีที่ดีที่มีรายได้ ที่ยั่งยืน ต้องมีระบบการบริหารงบประมาณรายรับรายจ่ายที่ตรงเป้าหมายไปสู่การพัฒนา เพื่อการเติบโต เพื่อลดความเหลื่อมล้ํา เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการใช้จ่าย ที่โปร่งใส มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการควบคุมให้การใช้จ่ายนั้นมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ในเรื่องของความมั่นคงทางการเงินนั้นสถาบันการเงินพาณิชย์จะต้องมีกองทุนต่อสินทรัพย์ เสี่ยงที่เพียงพอ จะต้องมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่มากจนเป็นอันตรายต่อระบบสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้นจะต้องทําหน้าที่ในฐานะเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา มิใช่สถาบันการเงินเชิงพาณิชย์ที่แข่งกับสถาบันการเงินพาณิชย์ที่มีอยู่แล้ว และจะต้องเร่ง สร้างความเข้าใจความรู้พื้นฐานทางด้านการเงินให้กับประชาชนโดยทั่วไป เพื่อจะได้ สร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวสําหรับตนเองทั้งในช่วงทํางานและในช่วงสูงวัย ที่เกษียณอายุไปแล้ว แนวทางของการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจจึงเป็นทั้งเพื่อการเติบโต เพื่อลดความเหลื่อมล้ํา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บนรากฐานของความมั่นคงทางการคลัง และการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้โชคดีที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ มีผู้ทรงคุณวุฒิที่สําคัญกรุณารับมาเป็นประธานในแต่ละด้านเพื่อที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูป เศรษฐกิจดังที่ได้กล่าวแล้ว ท่านแรก คือท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ท่านได้กรุณามาดูแลภารกิจ ทางด้านความมั่นคงทางการคลังและการเงิน ท่านมนู เลียวไพโรจน์ ท่านได้กรุณาเข้ามาดูแล ในเรื่องของอุตสาหกรรมและบริการ ท่านเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ได้กรุณาเข้ามาดูแลในเรื่องของ เกษตรกรรม และท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ได้กรุณาเข้ามาดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจ กระแสใหม่ ทั้งนี้และทั้งนั้นมีคณะกรรมาธิการทั้งหมดในชุดนี้ได้ร่วมกันระดมความคิด เพื่อที่จะเสนอแผนปฏิรูป รวมทั้งเรื่องที่จะปฏิรูป วิธีการปฏิรูป งบประมาณที่จะปฏิรูป ระยะเวลาที่จะปฏิรูป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูป ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวนี้ เป็นการดําเนินการที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๙/๒ ประกอบมาตรา ๒๗ ซึ่งบัญญัติให้สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศดําเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ สืบต่อสภาปฏิรูป แห่งชาติ โดยคํานึงถึงความสําคัญเร่งด่วนและสัมฤทธิผลของการปฏิรูปประเทศในระยะเวลา ที่เหลืออยู่ และเป็นไปตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๗๓ (๖) ณ บัดนี้ ผมอยากขออนุญาต ท่านประธานเพื่อที่จะอนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่ดูแลภารกิจแต่ละด้าน ได้นําเสนอการปฏิรูปเพื่อขับเคลื่อนประเทศด้านเศรษฐกิจต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
- ๕๔/๑