สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ขอบคุณกษิต ภิรมย์ และเรืองศักดิ์ จริตเอกอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกล่าวถึงการพัฒนาการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างหัวใจที่ดีในผู้บริหาร ครู และนักเรียน พร้อมหารือเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของครู นักเรียน และสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาคนไทยให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณท่านกษิต ภิรมย์ ท่านสุดท้าย ท่าน พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก เป็นอดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เชิญค่ะ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธาน และคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สปท. หมายเลข ๑๒๔ ผมเป็นตํารวจแล้วก็ขอบคุณคณะกรรมาธิการซึ่งส่วนมากเป็นทหาร ก็อยู่กับแข็ง ๆ แต่ได้มาทําเรื่องอ่อน ๆ อ่อนที่เป็นหัวใจของชาติ หัวใจในการพัฒนาประเทศชาติ และสังคมอย่างยิ่ง ครั้งหนึ่งผมเคยรับราชการเป็นผู้บัญชาการการศึกษา และครั้งหนึ่ง เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตํารวจ ๕ ปีนะครับ หัวใจทางด้านการศึกษานอกจาก ตัวผมเองแล้ว ครอบครัวผมเองแล้ว คุณพ่อผมเป็นครูประชาบาล ภรรยาผมก็เป็นครูส่วนหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ผมคาดหวังและขอบคุณคณะกรรมาธิการอย่างมากที่ผมได้อ่านเอกสารนี้นะครับ ทีนี้ผมขอบคุณที่เราบอกว่าเราจะยืนตรงไหน เราจะเตรียมคนอย่างไร ผมเรียนตรง ๆ เลยว่า ผมขอพูดสั้น ๆ นั่งในห้องนี้ผมคิดว่าไตรสตรองเกอร์ (Tri stronger) คือต้องทํา ๓ กลุ่ม ๓ คนนี้ให้เข้มแข็งขึ้น เพราะตอนนี้เราอ่อนแอครับ หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายมา อ่อนแอคนที่ ๑ คือผู้บริหาร ผู้บริหารตั้งแต่กระทรวง ผู้บริหารระดับ ถ้าเป็นเขตก็เขต การศึกษาลงไปถึงผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัยหรือระดับสถานการศึกษาแล้วกัน ลงไปถึง โรงเรียน จะเป็นโรงเรียนอะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะที่เราเรียกว่า ผอ. หรือผู้ช่วย ผอ. อะไรพวกนี้นะครับ ส่วนที่ ๒ คือตัวครู ครูนี่สําคัญจริง ๆ เลยครับ ๓. คือนักเรียน แต่ทั้ง ๑ ๒ ๓ เอาต์พุต (Output) จะต้องออกที่นักเรียน ๑. ดี ผู้บริหารดี ครูดี อานิสงส์ก็เกิดขึ้น กับเด็กชัด ๆ เลย แต่ทําอย่างไรจะเกิด ๑. ผู้บริหารต้องนั่งอยู่บนหัวใจของคน คือไม่ใช่มองแต่ ข้างบน เอาใจแต่ข้างบน ผู้บริหารต้องเก่ง มีความเก่ง มีความดี และสําคัญที่สุดตรงนี้ต้องเน้นเลย มีความกล้า มิใช่แต่รับนโยบายรับครับผม ๆ ครับท่านแล้วมาส่งให้ครูทําบอกว่าเรียบร้อย ถามไปก็เรียบร้อยครูเขาอกตรม เอกสารเยอะแยะ ยังไม่พูดถึงการประเมินผล ประเมินผลงาน วิชาการ บางคนไม่เคยเรียนวิจัยแม้แต่นิดน้อย ผู้บริหารทุกระดับต้องนั่งอยู่ในหัวใจคน หัวใจคนพวกนี้ก็คือรวมไปถึงทุกคน นักการหรืออะไรต่าง ๆ แม้แต่ไกลไปอีกหน่อย ก็คือผู้ปกครอง เพราะบ้านก็มีส่วนที่จะส่งเสริม ที่จะทําให้ดี เพราะทําไมคนที่มีฐานะ จะได้เปรียบนะครับ เราพูดจริง ๆ ต้องมองภาพรวมว่าเด็กที่ห่างไกลในอีสานหรืออะไรต่าง ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศยังเป็นโรงเรียนที่ ผมเพิ่งกลับมาจากจังหวัดเชียงรายหลายแห่งไม่ถึง ๒๐๐ ก็ขาดแคลนนะครับ เราอย่าเอาตัวเลขนี้เป็นตัวกําหนด เพราะฉะนั้นสั้น ๆ ว่าผู้บริหาร อย่ามองแต่ข้างบน มองแต่ข้างล่าง เมื่อสักครู่นี้ท่านได้ถามว่าไปดูที่โรงเรียนดี ๆ ยกตัวอย่าง เช่นประเทศญี่ปุ่น ผอ. หรือผู้บริหารเขาแต่งชุดเป็นภารโรง เด็ก ๆ ก็จะมาไหว้ตลอดเวลา เขาไม่ใช่นั่งสั่งการชี้นิ้วนะครับ ถามโน่น ถามนี่ ตัวเองไม่เคยมีจิตวิญญาณความเป็นครูเลย ไม่เคยผ่านมาด้วย แต่วิ่งเต้นเก่ง แล้วก็ไปเอาใจฝ่ายไหนก็ไม่รู้มาเป็นผู้บริหาร โดยเฉพาะ ผู้ช่วยหรือรองจะขึ้นเป็นหัวหน้าท็อป (Top) ระดับ วิ่งเต้นจริง ๆ พวกนี้ ผมพูดตรง ๆ เลย ผมกล้ารับผิดชอบ คือไม่ใช่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเลย แล้วก็ไม่มีอะไรที่จะทํา มองแต่ประโยชน์ตัวเอง ลูกหลานเราถึงเป็นอย่างนี้ ชาติเราถึงเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นลองไปดูครู ที่โรงเรียนดี ๆ เขาเป็นครูจริง ๆ น่าไหว้ ไหว้ด้วยหัวใจ ผมนี่ไหว้ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์แล้ว ก็ที่อยากจะกราบไหว้ จนกระทั่งแม้แต่ท่านสิ้นชีวิตแล้วเราก็ยังกราบไหว้กันอยู่ ต้องได้ผู้บริหาร แบบนี้ ๒. ครู หนี้สินเยอะแยะไม่เป็นไร แต่ใจต้องรัก คราวนี้เราอาจจะต้องเปิดสอบครูทีหนึ่ง คนก็มาบรรจุกันเยอะแยะ คนมาสอบกันเยอะแยะ แต่ต้องได้ครูดี ๆ ครูที่มีคุณภาพชีวิต ที่ดีด้วย ครูดีต้องพื้นฐานจากคุณภาพชีวิตที่ดีก่อน หนี้สินเยอแยะ เงินออมไม่มี ขวัญกําลังใจไม่มี อย่างนี้ทุกวินาทีคิดแต่ดอกเบี้ย คิดแต่อะไร หัวใจไม่มีอยู่กับเด็กแล้วครับ หัวใจไปอยู่นอกห้อง อยู่ไหน เตลิดไปแล้ว เพราะฉะนั้นครูต้องมีเวลาที่ดี ไม่ใช่เอกสารเยอะแยะ สอนในห้องเรียน เยอะแยะไปแล้ว กลับไปบ้านต้องแบกไปอีกเยอะแยะ ไม่ต้องหลับต้องนอนไปทําผลงานอะไร ต่าง ๆ ลําบาก แล้วต้องมีฝึกอบรมบ้าง ชีวิตครูไม่ค่อยได้เปิดโลกทัศน์หรอกครับ ต้องให้เขา ฝึกอบรมเทรนนิง (Training) เยอะ ๆ จะฝึกเด็กดีครูต้องดีก่อน ครูต้องเก่ง ต้องดี ต้องมีหัวใจ ที่มีความสุขก่อนนะครับ

แล้วอันที่ ๓ นักเรียน นักเรียนที่เราบอกเอาต์พุต (Output) ที่ดีก็จะต้อง มีความเป็นเลิศทางวิชาการทิ้งไม่ได้แน่ แต่ต้องมีคุณธรรมด้วยเด็กนี่ เราพูดอยู่เสมอ ที่จริยธรรม ผมจําได้ว่าเดิมจริยธรรมเราเข้มนะครับ เข้มมาแต่เดิม ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี เราเพิ่ม ให้เด็กเข้มมาแต่เดิม แต่ทําไมว่าโลกเราจะไปถึงขนาดไหนแล้ว เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านี้ก็ต้อง มีความเข้มในเชิงคุณธรรมด้วย สรุปแล้วทั้งไตรสตรองเกอร์ (Tri stronger) ท่านกรรมาธิการ ทําอะไรมาเยอะแยะ ทางอะคาเดมิก (Academic) ดีสวยหรู ผมดูท่านค้นคว้าเยอะมาก แต่ท่านลองมาทําเบสเบสิก (Base basic) ซึ่งสังคมเราเป็นสังคมแบ่ง อุดมด้วยปัญญา และอุดมด้วยความรู้ มีทักษะ เมืองเราทั่วโลกยอมรับเรื่องการใช้มือ วิจิตรและมีความประณีต เพียงแต่เขามีโอกาสหรือไม่ โอกาสในชีวิต เด็กเหล่านี้นะครับ ผมถามอยู่เสมอเลย ผมเป็นตํารวจออกไปตรวจช่วงหลัง ๆ ถามว่าเด็กเหล่านี้ในอาชีวะต่าง ๆ มายืนปุ๊บปั๊บ ๆ มาขายบางแห่งปั๊บเดี๋ยวไปเป็นพริตตี้ (Pretty) แล้ว พริตตี้ (Pretty) แล้วไปไหน ผมถาม อย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ก็คือว่าผมบอกไปแล้ว เพราะฉะนั้นสรุปสั้น ๆ เราต้องหันมาดู ๓ หลักนี้ให้ดี คือผู้บริหารทุกระดับต้องอยู่บนหัวใจคน หัวใจคนก็คือหลักธรรมดานี่ครับ และครูก็ต้อง มีคุณภาพชีวิตที่ดีประเมินเชิงประจักษ์ ผอ. ต้องประเมินครูได้ ครูคนไหนมีแวว คนไหนดี ไม่ดี เพื่อนดีก็สอนให้เขารู้ คนไหนกินแรง คนไหนเอาแต่ถ่ายรูปแวบ ๆ ไม่ได้สอนจริงหรอก เป็นซี เป็นอะไรสูงขึ้นไปแล้ว กลุ่มประเมินกันเองก็ได้ไม่ต้องไปเขียนผลงานวิชาการ ผมไปดู หลายประเทศแล้ว ผมอยู่ด้านการศึกษาผมเซอร์เวย์ (Survey) ไปดูการศึกษาทั่ว ๆ เอเชีย ผมว่าเขาไม่ได้ทําประเมินแบบนี้นะครับ ที่สหรัฐอเมริกาผมว่าไม่ได้ประเมินครูแบบนี้ เขาใช้เชิงประจักษ์นะครับ คือดูว่าจริง ๆ ควรจะได้หรือไม่ได้ เพราะครูบางคนเขากําลังน้อย เขาไม่ได้เรียนสูง และนักเรียนก็อย่าลืมหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ สุ จิ ปุ ลิ ก็คือ ฟัง นักเรียนต้องได้ฟังดี ๆ คิด นักเรียนต้องคิดเป็น เด็กไทยต้องคิดเป็น สุ จิ ปุ ลิ หัวใจ นักปราชญ์ แค่นี้ครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปมีผู้ขออภิปรายเพิ่มนะคะ คุณหมอณรงค์ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข เชิญค่ะ