สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

ปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา หารือเรื่องกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นการประกันคุณภาพการศึกษา โดยการปฏิรูประบบประเมินคุณภาพการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการประเมินคุณภาพสถานศึกษาให้ใช้การประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นหน่วยหลัก และการประเมินคุณภาพสถานศึกษาภายนอกของส่วนกลางเป็นเพียงหน่วยเสริม

นางสาวปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ดิฉัน ปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา สมาชิกลําดับที่ ๙๘ ขอนําเสนอกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบมาตรฐานและการประกันคุณภาพ การศึกษา โดยมุ่งเน้นที่การปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีข้อมูล ที่ได้จากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่จัดทําโดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อวันที่ ๑๖-๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ มาประกอบ ดังนี้

การปฏิรูประบบประเมินคุณภาพการศึกษาเป็นวิธีที่สามารถทําได้เร็ว และข้อมูลจากธนาคารโลกในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์พบว่าการปฏิรูประบบประเมินคุณภาพการศึกษา เป็นวิธีการปฏิบัติที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับแนวความคิดหรือวิธีการอื่นที่ใช้ในการปฏิรูป การศึกษาเพื่อทําให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงสามารถนําไปใช้เป็นพื้นฐานในการกําหนด นโยบายด้านการศึกษา ภายหลังจากที่ตัวแทนของคณะอนุกรรมาธิการด้านการประเมิน คุณภาพการศึกษาได้เข้าพบเพื่อหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพการศึกษาในครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๘ คณะอนุกรรมาธิการจึงได้มีการปรับแผนเพื่อนําเสนอต่อสภา ในรูปแบบของเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) สไลด์ (slide) ในวันนี้ ซึ่งอาจมีรายละเอียด บางส่วนที่ต่างจากเอกสารที่ได้นําส่งสภาไปก่อนหน้านี้แล้ว ในส่วนของประเด็นขับเคลื่อน เร่งด่วนที่ทางคณะอนุกรรมาธิการนําเสนอ ก็คือการปฏิรูประบบการประเมินและประกัน คุณภาพสถานศึกษาทุกระดับและแหล่งเรียนรู้ ตัวอย่างของปัญหาจากข้อมูลที่ได้จาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศหรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) พบว่าการประเมินโรงเรียน โดย สมศ. ทําให้การประเมินโรงเรียนที่ควรจะเป็นการประเมินภายในไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และยังเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาและเงินทุนมาก โดยเฉพาะการจ้างผู้ที่ไปตรวจสอบคุณภาพ โรงเรียนเพียงอย่างเดียวในแต่ละรอบตลอด ๕ ปีนั้นใช้งบประมาณสูงถึง ๑,๘๐๐ ล้านบาท ทําให้เสียเวลาไปมากและไม่ได้ช่วยในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา เนื่องจากคุณภาพ ของผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ด้วยเหตุแห่งปัญหาสืบเนื่องมาจากตัวชี้วัด ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่ยืดหยุ่น ภาระงานเอกสารมากเกินความจําเป็น คุณภาพของผู้ประเมินที่ไม่ได้มาตรฐาน วิธีการดําเนินการในการประเมินที่ใช้ตรวจ ตามเอกสารเป็นหลัก รวมถึงระบบการลงข้อมูลรายงานประกอบการประเมินที่ยังพัฒนา ไม่เหมาะสม ภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิรูประบบประเมินแล้ว ก็คือระบบ การประเมินคุณภาพสถานศึกษาใช้การประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นหน่วยหลัก ในการประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพ ระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาภายนอก ของส่วนกลางเป็นเพียงหน่วยเสริม โดยปรับบทบาทมาเป็นหน่วยสนับสนุนด้านความรู้ ให้แก่สถานศึกษา มีการกําหนดกติกาขั้นต่ําเท่าที่จําเป็นเพื่อกํากับคุณภาพของการประเมิน คุณภาพภายในของโรงเรียน โดยสอดคล้องกันกับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินภายนอก มีตัวชี้วัดคุณภาพ สถานศึกษาสอดคล้องกับความเป็นจริง แนวความคิดในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดสิ่งที่จะปรากฏเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาประกอบกับมติของคณะกรรมการนโยบาย และพัฒนาการศึกษาหรือซูเปอร์บอร์ด (Super board) การศึกษาที่ให้มีการปฏิรูประบบ การประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอกก่อนจะมีการประเมิน ในรอบต่อไป ก็คือภายในระยะเวลา ๑ เดือน ควรมีกําหนดแนวทางปรับปรุงระบบ การประเมินคุณภาพสถานศึกษา ในระยะ ๓ เดือน มีการกําหนดตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมิน คุณภาพสถานศึกษา ในระยะเวลา ๖ เดือน มีการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องระยะ ๑๒ เดือน มีการนําระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่ปรับปรุงแล้วไปใช้ปฏิบัติและในระยะ ๑๘ เดือน ให้มีการติดตามประเมินผลและปรับแผนให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป ส่วนในประเด็นการปฏิรูประบบประเมินและการประกันคุณภาพของผู้เรียนและผู้สอน ตัวอย่างของปัญหาโดยข้อมูลอ้างอิงจากทีดีอาร์ไอ (TDRI) ในขณะที่รายได้ต่อเดือนของครู ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี และสอนในโรงเรียนรัฐก็เพิ่มสูงขึ้นจากประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อปีในปี ๒๕๔๔ ขึ้นเป็น ๒๔,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาทต่อปีในปี ๒๕๕๓ และครูเองก็มีรายได้ ไม่น้อยกว่าอาชีพอื่นอีกต่อไป แต่ในทางตรงกันข้าม ผลคะแนนการทดสอบมาตรฐาน ของนักเรียนไทยทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติกลับมีแนวโน้มลดต่ําลง ซึ่งเหตุ แห่งปัญหาก็มาจากตัวอย่างการเลื่อนขั้นเงินเดือนและวิทยฐานะของครู การประเมินครู ภาระงานธุรการของครู ภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นภายหลังการปฏิรูป ระบบการประเมิน ผู้เรียนและผู้สอน ตัวอย่างเช่น การเลื่อนขั้นเงินเดือนและวิทยฐานะของครูให้ขึ้นอยู่กับ การพัฒนา ผลการทดสอบมาตรฐานของนักเรียนโดยคํานึงถึงระดับตั้งต้นของคะแนน ในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อให้ครูรับผิดชอบต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มากขึ้น การประเมินครูควรใช้วิธีสังเกตการณ์ร่วมกับการพิจารณาเอกสาร การปรับลดงานธุรการ ของครูลงเพื่อให้ครูเน้นหน้าที่ในการสอนเป็นสําคัญ ซึ่งแนวความคิดในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดสิ่งที่จะปรากฏเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาประกอบกับมติของการประชุม คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งให้ชะลอการประเมินเพื่อปรับปรุง เกณฑ์และวิธีการที่ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ก็คือ ในระยะ ๑ เดือน ควรมีแนวทางปรับปรุงระบบการประเมินคุณภาพผู้เรียนและผู้สอน ในระยะ ๓ เดือน กําหนดตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินคุณภาพผู้เรียนและผู้สอนในระยะต่อไป เป็นการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและนําระบบการประเมินคุณภาพผู้เรียนและผู้สอน ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้ปฏิบัติ ส่วนในระยะ ๑๘ เดือน เป็นการติดตามประเมินผลและปรับแผน ตามบริบทที่เปลี่ยนไป ขอบพระคุณค่ะ