พล มณีรินทร์ เสนอแผนการปฏิรูปการจัดการศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 วาระหลัก ได้แก่ การปฏิรูปการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลัง และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังเสนอให้ศึกษาในประเด็นเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างผู้มีปัญญาให้กับสังคม
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทุกท่าน กระผม พลเอก พอพล มณีรินทร์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศระบบการจัดการศึกษา สําหรับในวันนี้ ผมขอเสนอแผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเฉพาะด้านการจัดการศึกษา ซึ่งในคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการจัดการศึกษานั้นมีท่านสมาชิก แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนาม ณ ที่นี้ ท่านแรกคือท่านจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ ท่าน พลเรือเอก สุรินทร์ เริงอารมณ์ ท่านสมเดช นิลพันธุ์ ท่าน พลอากาศเอก เผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว ท่านโรจนะ กฤษเจริญ ท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ท่านณฐพร โตประยูร ท่านชาญเวช บุญประเดิม ท่านเชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย ท่านนภมณฑล สิบหมื่นเปี่ยม ท่านศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ ท่านอํานาจ วิชยานุวัติ ท่าน นาวาอากาศเอก นภัทร แก้วนาค และท่านพิมพ์พิศา สุบรรณพงษ์ รวม ๑๕ ท่าน และที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ประกอบด้วยท่านวิวัฒน์ ศัลยกําธร ท่านณัฏฐ์ ชพานนท์ ท่านประยูร เชี่ยววัฒนา ท่านนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ท่านธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ท่าน พลเอก วรวิทย์ พรรณสมัย ท่านสิริกร มณีรินทร์ ท่านเขมทัต สุคนธสิงห์ ท่านรองศาสตราจารย์ชนิตา รักษ์พลเมือง ท่านชาลี เอียดสกุล ท่านทอง วิริยะจารุ ตามที่ สปช. ได้ศึกษาไว้ว่าการปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วย ๓ วาระหลัก ก็คือ การปฏิรูปการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลัง การปฏิรูประบบการเรียนรู้ สําหรับปัญหาและเหตุผลของการปฏิรูปทุกท่านคงทราบอยู่แล้ว โดยวัดจากคุณภาพการศึกษาโดยรวม ซึ่งจริง ๆ เรามีคนเก่งสู้เขาได้แต่มีจํานวนน้อย เรากําลังพัฒนาให้คนส่วนใหญ่มีความรู้ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สําหรับการปฏิรูประบบการจัด การศึกษา ซึ่ง สปช. ได้จําแนกออกเป็น ๕ ประเด็นที่จะต้องปฏิรูป ประกอบด้วยเรื่องแรก คือ การปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา อันสีน้ําเงินตามจอภาพนะครับ การปฏิรูป การเตรียมการและการรับผู้เข้าเรียน การปฏิรูปการบริหารบุคลากรทางการศึกษา การปฏิรูป ระบบธรรมาภิบาล และการปฏิรูปการประกันคุณภาพการศึกษา ในขั้นต้นอนุกรรมาธิการ ได้กําหนดให้ศึกษาในประเด็นเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา ซึ่งแบ่งเป็น ๒ เรื่องหลัก ก็คือ การปฏิรูปโครงสร้าง การปฏิรูประบบการศึกษา สําหรับการปฏิรูปโครงสร้างนั้น กรรมาธิการได้มอบให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเรียนรู้ของท่าน พลเอก พหล สง่าเนตร ได้ศึกษาในรายละเอียดต่อไป กระผมขอเรียนให้ทราบเฉพาะการปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งได้แบ่งเป็นช่วงชั้นการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ช่วงชั้นแรก คือการศึกษาปฐมวัย และการศึกษาพื้นฐาน ช่วงที่ ๒ ก็คือการศึกษาช่วงระดับอาชีวศึกษา ช่วงที่ ๓ คือการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ซึ่งรวมหมายถึงบัณฑิตวิทยาลัยด้วย บัณฑิตศึกษาด้วย และการศึกษา ตลอดชีวิตตามที่ท่านประธานวิวัฒน์ได้กล่าวถึงไว้โดยทั้งหมดให้เกิดภาพรวมของผู้เข้าเรียนก็คือ คุณภาพของผู้เรียนเป็นสําคัญ กระผมขอนําไปสู่ประเด็นที่คณะอนุกรรมาธิการได้กําหนด ให้เป็นประเด็นที่ศึกษาต่อไป ก็คือการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้ มีเรื่องอยู่ ๓ เรื่อง หรือมี ๓ ประเด็นหลักที่จะต้องดําเนินการปฏิรูปก็คือเรื่องการปรับปรุง กฎหมาย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. หรือพระราชกฤษฎีกามีอยู่ ๕-๖ ฉบับ กฎกระทรวง คําสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นทุกช่วงชั้นการศึกษาจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่กระทรวงทําได้เอง และจะต้องผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ การกระจายอํานาจ และความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาก็เช่นกันเป็นสิ่งที่จะต้องดําเนินการ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการจัดกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีสถานศึกษาขนาดเล็กอยู่ประมาณมากกว่า ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน ซึ่งจะต้องจัดเป็นกลุ่มการศึกษา ซึ่งเป็นประเด็นของการดําเนินการ ให้โรงเรียนมีคุณภาพ สิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือการพัฒนาครูทั้งระบบ ในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญ ซึ่งเราจําแนกออกเป็น ๔ เรื่องหลักด้วยกัน เรื่องแรกคือการผลิตครู การสรรหาเพื่อการบรรจุ การพัฒนาครูหลังจากที่เข้ามาแล้ว และการประเมินวิทยฐานะ ซึ่งเป็นปัญหาหลักในการเอามาเทียบเพื่อความเจริญก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้โดยเฉพาะการพัฒนาครู ทั้งระบบเราถือว่าเป็นหัวใจสําคัญของการทําให้เกิดห้องเรียนที่มีคุณภาพ เมื่อห้องเรียน ที่มีคุณภาพก็จะนําไปสู่โรงเรียนที่มีคุณภาพ การอ่านออกเขียนได้ หรือการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ก็เริ่มตั้งแต่คุณภาพของครู การคืนครูให้กับโรงเรียน หรือการคืนครู ให้กับศิษย์เป็นเรื่องเร่งด่วนประการหนึ่ง ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการจะต้องศึกษาแล้วก็กําหนด แนวทาง ซึ่งเจ้าภาพในการที่จะรับผิดชอบไปก็คือการศึกษาขั้นพื้นฐานนะครับ สําหรับ การศึกษาในช่วงชั้นหรือระดับอาชีวศึกษาทางคณะอนุกรรมาธิการได้กําหนดไว้เป็น ๒ เรื่องหลัก ซึ่งล้อมาจาก สปช. ที่กําหนดไว้
ในเรื่องแรก ก็คือการปฏิรูปอาชีวศึกษาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้ประโยชน์ สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หรือทุกคนแม้ภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ใช้ประโยชน์กําลังเรียกร้อง แต่เพราะเหตุใดจึงขาดแคลน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง
อีกประการหนึ่ง ก็คือการปฏิรูปการจัดการศึกษาระบบการคลัง ระบบการเรียนรู้ รายละเอียดตรงนี้ซึ่งเรามีท่านที่ปรึกษาคือท่านอาจารย์ประยูรจะเป็นผู้ตอบในรายละเอียด ถ้าเกิดมีท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้กรุณาซักถาม ซึ่งเราได้กําหนดไว้ว่า เด็กช่างสร้างชาติ ก็คือหมายความว่าเป็นผู้มีวิชาชีพเราจึงเรียกว่าเด็กช่างสร้างชาตินะครับ
สําหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้นเราคิดว่ามีอยู่ ๔ ประเด็นหลัก ๆ ซึ่ง สปช. ได้กําหนดไว้ก็คือ การบริหารอย่างมีธรรมาภิบาลจะต้องปฏิรูป การปฏิรูปให้แหล่ง หรือสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้สร้างปัญญาให้กับสังคม เรื่องต่อไป คือการปรับคุณภาพหลักสูตรที่เหมาะสม
เรื่องสุดท้าย คือพัฒนาผ่านกระบวนการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีความสําคัญที่มีอีกคณะอนุกรรมาธิการหนึ่งศึกษาเรื่องนี้ การศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้น เราหมายถึงการศึกษาในระดับปริญญาตรีท่านประธานครับ รวมหมายถึงบัณฑิตศึกษาด้วย คือรวมทั้ง ป. โท และ ป. เอก เป็นสิ่งสําคัญ ซึ่งเราคิดว่าเป้าหมายหลักก็คือสร้างผู้มีปัญญา ให้กับสังคม ผู้ที่จะมีปัญญาได้ก็ต้องมีความรู้ มีจริยธรรม มีคุณธรรม เพราะฉะนั้นผู้ที่มี ปัญญาจึงคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุและมีผล เพราะฉะนั้นในการศึกษาระดับอุดมศึกษานั้น เรามีท่านอาจารย์จุไรรัตน์ และท่านอาจารย์สมเดชจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้ง ท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์ด้วยนะครับ
อันดับต่อไปคือการศึกษาตลอดชีวิต ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ แต่เรายังขาด หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง จะเป็นภาระของครอบครัว หรือจะเป็นภาระของสังคม หรือจะเป็น ภาระของบุคคล ซึ่งเรื่องนี้หมายถึงหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งในการจัดการศึกษานั้น เราคิดว่าเราต้องการจัดการศึกษาทั้งหมดตั้งแต่แรกเกิดหรือตั้งแต่ในวัยตั้งครรภ์จนกระทั่งถึง เชิงตะกอนที่กล่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นการศึกษาตลอดชีวิตคณะอนุกรรมาธิการยังไม่ได้ ลงรายละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการท่านมีรายละเอียดเรื่องนี้อยู่ เป็นจํานวนมาก กล่าวโดยรวมการปฏิรูปจัดการศึกษา ผมขออนุญาตเน้นนิดหนึ่งนะครับว่า ทุกอย่างแผนการศึกษานั้นจะต้องอยู่ในกรอบของแผนปฏิรูป วิธีการปฏิรูป กรอบเวลา แหล่งที่มาของงบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการศึกษาในระบบการจัดการ เรามีช่วงชั้นการศึกษา ไม่ว่าจะปรับโครงสร้างไปอย่างไร การศึกษาช่วงปฐมวัยและขั้นพื้นฐาน ก็มี สพฐ. หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานดูแลอยู่ การศึกษาระดับอาชีวศึกษาก็มีสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาและอาชีวศึกษาดูแลอยู่ การศึกษาระดับอุดมศึกษาก็มี สกอ. หรือสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นจะมีเจ้าภาพหลัก โดยในภาพรวมก็คือกระทรวงศึกษาธิการดูแลในภาพรวม สําหรับผมขออนุญาตเน้นลงไป ในระบบการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพัฒนาครูทั้งระบบ ท่านจะเห็นได้ว่า การผลิตครูนั้นเรามีเรื่องที่จะต้องดําเนินการอยู่ในเอกสารที่ท่านเห็นแล้วอยู่ประมาณถึง ๙ เรื่อง ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบผลิตครู การจัดทําโครงการพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคุรุทายาท ครูพันธุ์ใหม่ ครูเพชรในตม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว เพิ่มโอกาสคนดีคนเก่งในท้องถิ่น เรื่องการสรรหา หรือข้าราชการบรรจุก็เช่นกันครับ เราแบ่งสายงานของกระทรวงการศึกษาออกเป็น ๕ สาย เช่น สายการสอน สายงานนิเทศการศึกษา สายบริหารสถานศึกษา สายบริหารการศึกษา ก็พวกมาแล้วจะเป็นผู้อํานวยการเขตต่าง ๆ เหล่านี้ สายงานบุคลากรทางการศึกษาก็ดูงานทั่ว ๆ ไป เพื่อให้ได้ครูและบุคลากรตรงความต้องการ ของสถานศึกษาและเพียงพอสมควร การพัฒนาครูเช่นกันครับ ในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาครูมาก จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีการอบรมเรียกครูออกจากโรงเรียนไป เนื่องจากว่าการอบรมเมื่อมี นโยบายใหม่หรือมีเรื่องใหม่ ๆ เข้ามาก็ต้องเอาครูไปอบรม เพราะฉะนั้นเป็นส่วนหนึ่ง ของการที่ดึงครูออกจากโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นด้วยกระทรวง ทบวงต่าง ๆ เรื่องงานธุรการ เรื่องงานอื่น ๆ ก็ตาม เพราะฉะนั้นการคืนครูให้ศิษย์หรือการคืนคุณครูให้โรงเรียนนั้นสิ่งแรก ที่จะทําได้ขั้นต้นก็คือลดงานธุรการ ซึ่งการพัฒนาครู การเรียกครูมาอบรมนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง เหมือนกัน โรงเรียนที่มีครูมาก ครูเกินจํานวนไม่เป็นไรครับ แต่โรงเรียนที่มีครูขาดอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กมีมากกว่า ๑๕,๐๐๐ โรงเรียนในจํานวน ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน นี่ผมพูดเฉพาะขั้นพื้นฐานนะครับ เช่นกันอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปคือการประเมิน เลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งปัจจุบันนี้มักพูดว่าไม่โยงยึดกับความสําเร็จของผู้เรียนหรือตัวนักเรียน เป็นหลัก เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีการตั้งเกณฑ์เกินขีดที่เขาจะทําได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทุกคนต้องการความเจริญก้าวหน้าก็จะต้องไปหาที่ที่ทํามา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็น ที่ถูกกล่าวหาซึ่งมีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะฉะนั้นระบบการประเมินผลและการเลื่อน วิทยฐานะจะต้องดําเนินการ ทั้งหมดนี้จะทําให้เมื่อพัฒนาครูแล้วเราคิดว่าครูจะเป็น ๑ ปัจจัย ที่ทําให้ห้องเรียนมีคุณภาพ โรงเรียนมีคุณภาพ ผลก็คือนักเรียนมีคุณภาพครับ เราจึงให้ ความสําคัญเร่งด่วน โดยสรุปแล้วขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในการปฏิรูปการศึกษาทั้งมวล ท่านจะเห็นว่ากรอบบนคือ ๓ เรื่องที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้คิดไว้คือการจัดการศึกษา การคลัง และการเรียนรู้ แล้วก็มีแถวที่ ๒ คือแยกลงมา ผมเน้นเฉพาะการจัดการศึกษา ก็มี ๕ กิ่ง ในแต่ละ ๕ กิ่งนั้นก็มีรายละเอียดปลีกย่อยจนกระทั่งลงมาถึงด้านล่าง แต่อย่างไรก็ตามนี่คือ แผนงาน กรอบงานที่คณะอนุกรรมาธิการการจัดการศึกษาได้คิดแล้วก็จะต้องลงรายละเอียด เพิ่มเติมอีกโดยมีการเชื่อมโยงกับคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเรียนรู้ คณะอนุกรรมาธิการ ประเมินคุณภาพ และแม้กระทั่งวิทยาศาสตร์นวัตกรรม อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ของการปฏิรูป คณะอนุกรรมาธิการขอรับข้อเสนอจากท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน สําหรับรายละเอียดที่ผมไม่ได้กล่าวถึงนั้นอยู่ในเอกสารที่ได้แจกจ่ายให้ท่านแล้ว รวมทั้ง เอกสารของ สปช. ที่ได้สรุปให้ท่านนะครับ กระผมขอจบการนําเสนอแผนการปฏิรูป ระบบการจัดการศึกษาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ