วิวัฒน์ ศัลยกําธร หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย โดยพูดถึงปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ เช่น ความไม่มั่งคั่ง ความเล็กของประเทศ และความไม่เท่าเทียมกัน ในการแก้ไขปัญหานี้ วิวัฒน์ ศัลยกําธร เสนอแนวทางในการพัฒนาคนไทยให้ไปทางที่มั่งคั่งและเป็นยุทธศาสตร์ โดยใช้ข้อมูลที่สปช. ได้ทํางานไว้และร่วมมือกับแม่น้ําอีก ๔ สาย
กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาขอกราบขอบพระคุณท่านที่ได้กรุณาอยู่ฟังกันค่อนข้างหนาแน่น กระผม วิวัฒน์ ศัลยกําธร ทําหน้าที่ประธานกรรมาธิการครับ เรื่องของการศึกษานี้เป็นเรื่องที่คน คาดหวังกันมาก หลายท่านมาบอกเลยว่าการปฏิรูปของท่านของคณะกรรมาธิการอื่น ๆ อีก ๑๑ ด้านจะไม่สําเร็จเลยถ้าเราปฏิรูปการพัฒนาคนให้บรรลุเป้าหมายตามที่ท่านอยากได้ เราทําไม่สําเร็จของท่านก็จะไม่สําเร็จไปด้วย อันนี้ก็ถือว่าเป็นแรงกดดันเป็นอย่างมาก เราก็จําเป็นจะต้อง ผมขออนุญาตใช้ภาษาทหารเนื่องจากว่ายุคนี้เป็นยุคที่ทหารปกครองบ้านเมือง และคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเราก็มีทหาร ๑๑ ท่าน เราจะยืนอยู่ตรงไหน อย่างไรบนโลกซึ่งขณะนี้คําว่า โกลบาไลเซชัน (Globalization) แปลง่าย ๆ สําหรับภาษาคนทั่วไปเข้าใจว่าโลกมันเล็กนิดเดียว มันแคบนิดเดียว ใครขยับอะไร ที่ไหนมันกระเทือนถึงกันหมดครับ เราพยายามจะเปิดเสรีกับสมาชิกสมาคมอาเซียน (ASEAN) เรา ๑๐ ประเทศ แต่ว่าก็มีประเทศยักษ์ใหญ่อีกหลาย ๆ ประเทศก็จะเข้ามาขอร่วมเปิดเสรีด้วย แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเขาจะเข้ามาทําอะไรในประเทศไทยถ้าเราตกลงกันว่าจะให้เสรี ประเทศยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เขาก็ขอร่วมเสรีด้วย ผมยกตัวอย่าง ประเทศที่มีคนมากที่สุด เป็นพันล้านคน ๒ ประเทศ ถ้าเราจะดูจํานวนคนของเมืองไทยเรา เราเป็นประเทศเล็กนิดเดียว เรามีคน ๖๐ กว่าล้านคน ถ้ารวมทุกชาติที่เข้ามาร่วมทํางาน เข้ามาศึกษา หรือเข้ามาใช้ชีวิต ในบ้านเราก็ประมาณสัก ๗๐ ล้านคน ถ้ามองจากพื้นที่ ๑๐ ประเทศของโลกมีพื้นที่กว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร บ้านเรามีครึ่งล้านเท่านั้นเองแล้วก็เป็นประเทศเล็ก มองจากเงินทุนเราก็เป็นประเทศเล็กนิดเดียว ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑๖ ล้านล้านนะครับ ๑๖ ล้านล้านผลผลิตมวลรวมของเขา ของเราผลผลิตมวลรวม ๓๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ เท่านั้นเอง ไม่ถึงล้าน ขออนุญาตดูสไลด์ (Slide) แผ่นถัดไปครับ อันนี้ละครับ ถ้ามองด้วยทุนถ้าเราจะเดินตามประเทศที่มีทุนหนักหรือเรียกว่าทําแบบคนรวย เราจะปฏิรูปประเทศและพัฒนาประเทศเดินไปแบบประเทศร่ํารวยซึ่งมีทุนมากไม่ง่ายนะครับ ฉะนั้นเราจะพัฒนาคนให้ไปเดินแบบประเทศที่เรียกว่าทุนนิยมเสรีไม่ง่าย หรือเราจะเดินแบบ ประเทศที่เขามีคนมาก เขาให้ความสําคัญกับสังคม ให้ความสําคัญกับคนเช่นประเทศจีน หรือประเทศสมาชิกในเครือที่เรียกว่าสังคมนิยมก็ไม่ง่าย ถามว่าแล้วเราจะพัฒนาประเทศเรา จะปฏิรูปเพื่อจะเดินไปทางไหน ผมคิดว่าปี ๒๕๒๕ เป็นปีที่พระเจ้าแผ่นดินของเรา ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าท่านเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์ที่สุด กษัตริย์ในประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง ประเทศอังกฤษเป็นคนพูดเราไม่ได้พูดเอง ท่านก็ประกาศว่าเราเป็นไม่ได้ทั้ง ๒ แบบ เราไม่เป็น ท่านตรัสเป็นภาษาอังกฤษสรุปความว่าประเทศของเรามั่งคั่งและเป็นยุทธศาสตร์ ตรัสเมื่อปี ๒๕๒๕ ประเทศของเรามั่งคั่งและเป็นจุดยุทธศาสตร์ เวลาที่ไหนเดือดร้อน ใครก็อยากได้ประเทศเรา ตามประวัติศาสตร์เราก็ถูกล่าเมืองขึ้นเราเสียดินแดนไปถึง ๑๔ ครั้ง เหลือแผ่นดินเพียง ๓๒๑ ล้านไร่ ซึ่งขณะนี้ทะเลก็กลืนไปอีกจํานวนมากเหลือไม่ถึงแล้ว เรามีทะเลอยู่ประมาณ ๒๐๐ ล้านไร่โดยประมาณ รวมทะเล รวมบก ก็ประมาณ ๕๐๐ ล้านไร่ เรามีวัฒนธรรม มีอารยธรรมของเราเอง เรามีสิ่งที่พระเจ้าแผ่นดินองค์นี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่ ยอดยิ่งยวดมากกว่า ๑๐๘ เรื่อง เช่นข้าว ซึ่งวันนี้เราพยายามจะพัฒนาประเทศ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ เป็นนิกส์ (NICs) เป็นเสือ พระองค์ท่านก็บอกว่าเป็นเสือนั้นไม่สําคัญ สําคัญที่เราอยู่อย่างพอกินพอใช้ เราอยู่แบบพอดีกับตัวเรา อันนี้คือทิศทางโดยประมาณ คําถามในเวลาอันสั้น ๆ นี้ว่าแล้วจะพัฒนาคนไทยไปทางไหน เราจะปฏิรูปอะไรบ้าง สปช. ได้ทําการบ้านไว้ให้เราดีมาก เราจะใช้ข้อมูลที่ สปช. ได้ทํางานไว้อย่างหนักและเอามาสานต่อ ขับเคลื่อนให้เกิดให้จงได้ด้วยพยายามจะร่วมมือกับแม่น้ําอีก ๔ สาย เราได้รับความกรุณา จากท่านรัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว และท่านรัฐมนตรีก็เร่งรัด ตั้งใจมาก ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ทั้งผู้บริหารระดับสูงจะตั้งคณะกรรมการ จะตั้งคณะทํางาน ทํางานร่วมกันในรายละเอียด ท่านรัฐมนตรีก็ประกาศไปแล้วว่าจะให้รางวัลเป็นของขวัญปีใหม่ คนไทย ๑๐ เรื่อง หลายเรื่องก็เป็นงานที่ประสานงานร่วมกับ สปช. และ สปท. เราก็ได้หารือร่วมกัน เราจะทํางานร่วมกัน ในส่วนของ สปท. เราด้านการศึกษาเราแบ่งงานออกเป็น ๓ ด้าน มีด้าน เรื่องระบบภาพรวมทั้งหมด เรื่องระบบบริหาร ๑ เรื่อง มีเรื่องระบบการเรียนรู้ มีรายละเอียด อีกมากมายซึ่ง สปช. ก็ได้ทําการบ้านไว้ให้เราแล้วทั้ง ๒ อัน รวมทั้งระบบการจะกํากับ จะควบคุม จะประเมิน จะพัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพอย่างไร นี่ก็เป็น ๓ ระบบหลัก ๆ เดี๋ยวจะขออนุญาต ให้ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ ท่านได้กราบเรียนให้ท่านประธานและที่ประชุมทราบ นอกจากนั้นในคราว สปช. มีเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เราก็ได้รับ ความกรุณาจากท่านประธานสภาได้กรุณาอนุมัติให้เราตั้งเพิ่มอีก ๑ คณะ รวมเป็น ๔ คณะ ที่จะดูแลด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรม จะมี ๔ ด้านหลัก ๆ ด้วยกันครับ เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ถ้าดูจากสไลด์ (Slide) ขอดูภาพโครงสร้างประชากรแผ่นหนึ่ง แล้วก็ต่อด้วยแผ่นถัดไปครับ ถ้าเราดูจากโครงสร้างประชากรของเรานะครับ อดีตเรามีเด็ก จํานวนมาก วัยกลางคนก็จํานวนน้อยลง และผู้สูงวัยก็มีน้อยมาก แต่วันนี้และอีก ๕ ปี ๑๐ ปี ๑๕ ปีข้างหน้าสังคมไทยจะมีเด็กน้อยลง มีคนวัยทํางานน้อยลง แต่ที่สําคัญที่สุดเรามีคนสูงวัย หลังเกษียณมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นภาระ การพัฒนามนุษย์จําเป็นต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ เนื่องจาก คนที่เราจะต้องทําการพัฒนานั้นเปลี่ยนโครงสร้างไปอย่างสิ้นเชิงครับ มีงานวิจัยมากมาย บอกว่ากว่าจะคลอดก็สายแล้ว แม่ที่ตั้งท้องโดยไม่พร้อมมหาศาลครับ ปีหนึ่งตัวเลข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนั่งอยู่ด้วย ตัวเลขครึ่งล้านโดยประมาณ มีคนอยู่ในครรภ์มารดา และหลังคลอดกว่าจะถึงอนุบาลก็สายแล้ว ๒ ส่วนนี้ยังไม่มีใครดูแลเรื่องให้การศึกษาโดยตรง มีบ้างแต่ยังไม่เป็นระบบ เข้าไปสู่ระบบ ๙,๔๐๐,๐๐๐ คน โดยประมาณ เข้าไปในมหาวิทยาลัย อีกประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน รวมประมาณ ๑๒ ล้านคน ระหว่างทํางานบวกกับหลังทํางาน รวมแล้วที่อยู่นอกระบบอีกประมาณ ๕๒.๑ ล้านคนโดยประมาณ คน ๕๒ ล้านคนโดยประมาณ ยังไม่มีระบบที่จะดูแลเรื่องพัฒนาโดยเฉพาะผู้สูงวัยกับเด็กก่อนวัยเรียน ต่างที่ ต่างพื้นที่ ต่างความรับผิดชอบไม่เหมือนกัน การปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้จะต้องวางระบบดูแลตั้งแต่ ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอนครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในภาพรวมเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ มีโครงสร้างที่จะดูแล ซึ่งแน่นอนครับ ในระบบเดิมมีทั้งราชการ มีทั้งภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น รับผิดชอบอยู่ ดูแลได้ประมาณไม่เกิน ๑๒ ล้านคนโดยประมาณ คําถามก็คือถ้าจะเพิ่ม งบภาครัฐ เพิ่มกําลังคนภาครัฐทําได้ไหมในภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ครับ จําเป็นต้องมีโครงสร้างองค์กรในลักษณะที่เป็นรูปผสม หรือไฮบริดออกาไนเซชัน (Hybrid organization) ซึ่งได้มีการทําเวิร์กชอป (Workshop) มีการทําการศึกษาไว้พอสมควร สปช. ก็ได้ผ่านกฎหมายไป ๑ ฉบับว่าด้วยเอสอี (SE) หรือโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social enterprise) จําเป็นต้องมีโครงสร้างองค์กรในลักษณะลูกผสมเกิดขึ้นนะครับ ผมขออนุญาต ใช้เวลาเบื้องต้นเท่านี้ก่อนเพื่อให้ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการศึกษา โดยภาพรวมทั้งหมด ท่านอาจารย์ พลเอก พอพล ซึ่งท่านมีภารกิจในกระทรวงของท่าน ในช่วงบ่าย ขออนุญาตให้ท่านได้รายงานให้ที่ประชุมทราบครับ กราบขออนุญาตท่านประธานครับ