สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

วิทยา แก้วภราดัย เสนอแนะการปฏิรูปตํารวจ โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอหลายประการ เช่น การปรับประสิทธิภาพในการทํางาน การกระจายอํานาจ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจของประชาชนและลดความกลัวตํารวจ นอกจากนี้ยังเรียกร้องการการปฏิรูปที่แท้จริงและการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการทำงาน

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอหลายประการของ คณะกรรมาธิการนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มต้นตั้งแต่การปรับประสิทธิภาพในการทํางาน ของฝ่ายพนักงานสอบสวน ซึ่งพูดแล้วก็เป็นเรื่องจริงที่ตํารวจส่วนใหญ่ใคร ๆ ก็หนี ไม่อยากอยู่พนักงานสอบสวน แล้วผมอยากให้มองเลยไปสักนิดครับว่าช่วงหลังกําลังพล ของเราเริ่มจะร่อยหรอไปเต็มทีครับ กําลังพลที่ปฏิบัติการได้เป็นกําลังพลที่หมดสภาพเสียเยอะ แล้วนายตํารวจมือที่จะไปปฏิบัติการในทางปราบปรามได้เดี๋ยวนี้ก็เริ่มหลบหายหรือไม่ก็หมด ประสิทธิภาพในการปราบปราม เหลือแต่งานที่จะเชี่ยวชาญก็คือการเป็นผู้บังคับบัญชา คราวนี้สิ่งที่ท่านสะท้อนมาในเรื่องของการแทรกแซงหน่วยงานตํารวจ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่อง เกิดใหม่นะครับ ตํารวจมาจากกระทรวงมหาดไทย แต่เดิมนี่ใครเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยประเทศนี้ครับ เวลาออกจากต่างจังหวัดใหญ่กว่านายกรัฐมนตรีครับ เพราะทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจทั้งหมดแห่ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหมด ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีไปไหนหาคนตามยาก แต่ช่วงหลังพอตัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ออกมานะครับ ขยับปฏิรูปตํารวจครั้งใหญ่ก็คือทําให้ตํารวจใหญ่ขึ้น ขึ้นเป็นสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ใกล้ ๆ ทบวงเข้าทุกทีแล้ว ผมกลัวอย่างเดียวปรับเที่ยวนี้จะกลายเป็นทบวง หรือกระทรวงแค่นั้นเอง แต่โดยความเป็นจริงหลังจากเป็นสํานักงานตํารวจแห่งชาติท่านก็ ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีมากขึ้นครับ การปรับเป็นสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถ้าผมจําไม่ผิด เป็นความดําริเริ่มจากกรมตํารวจเอง อยากเป็นอย่างนั้น เพราะคิดว่าถ้าอยู่กับนายกรัฐมนตรี น่าจะใหญ่กว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่มาวันนี้ถ้าคิดต่อไปครับว่าคนที่จะ ขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรตํารวจน่าจะเลือกกันเอง ผมรู้สึกว่าเป็นความคิดที่ต้อง รับฟังครับ แต่การรับฟังทั้งหมดผมคิดว่าต้องดูตัวอย่างในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการ ยุติธรรมทั้งหมดครับ วันนี้สถาบันที่ได้รับการเชื่อมั่นที่สุดต้องยอมรับท่านประธานกรรมาธิการครับ ศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมมีวัฒนธรรมของการสืบต่อเนื่องมายาวนานจนการเมืองวันหนึ่ง ก็เข้าแทรกไม่ได้ แม้กระทรวงยุติธรรมจะคุมศาลยุติธรรมมาก่อน แต่วันที่แยกศาลยุติธรรม ออกจากกระทรวงยุติธรรมแล้วความเป็นอิสระของกระทรวงยุติธรรมก็มีความหนักแน่น ยิ่งขึ้น ที่สําคัญครับ ในศาลยุติธรรม ปัจจุบันนี้ผมคิดว่าการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เป็นที่เชื่อถือได้แม้ภายหลังจะโดนวิพากษ์วิจารณ์บ้างในการจัดหลักสูตรศึกษาบางหลักสูตร ซึ่งทําให้นักวิ่งเต้น นักล็อบบียิสต์ (Lobbyist) เข้าไปแทรกอยู่กระบวนการ แต่ก็เป็นเรื่อง ที่ยังไม่กระเทือนองค์กรหลัก ฝ่ายการเมืองพยายามหลายครั้งครับ ที่บอกว่าศาลยุติธรรม ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน เคยคิดจะแก้รัฐธรรมนูญให้ประธานศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกา มาจากการแต่งตั้งโดยสภา ดีครับ เรารอดปากเหยี่ยวปากกามาได้แล้วก็จําเป็นต้องรักษาความเป็นเอกลักษณ์แล้วก็ วัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรราชการที่แข็งแรงที่สุดเข้มแข็งที่สุด ใครที่สอบเข้า ผู้พิพากษาได้วันนี้นับอายุได้ นับเลขที่ได้ เขาจะรู้ครับว่าถ้าเขาไม่พลาดระหว่างทางตําแหน่ง สุดท้ายในตําแหน่งราชการเป็นประธานศาลฎีกาหรือรองประธานศาลฎีกา แต่ตํารวจได้ที่ ๑ ไม่มีทางครับที่จะนับได้ และผมก็คิดว่าสิ่งที่สํานักงานตํารวจ กรมตํารวจเราเคยทําเรื่อง การกระจายอํานาจ ๑๐ กว่าปี ผมฟังในสภานี้ที่จะกระจายอํานาจโดยให้ผู้บัญชาการแต่ละ สํานักงานมีอํานาจในการแต่งตั้งโยกย้ายในกองบัญชาการของตัวเองเป็นตัวหนังสือ แล้วก็ ยังเป็นจนเดี๋ยวนี้ผ่านมา ๑๐ กว่าปี ทุกครั้งที่กองบัญชาการทุกบัญชาการจะโยกย้ายต้องรอ บัญชีจากส่วนกลางก่อน แม้นทําบัญชีไม่ได้นี่ทั่วประเทศไม่มีที่ไหนได้ย้ายหรอกครับ จะย้าย นายร้อย นายพันสักคนย้ายไม่ได้เพราะส่วนกลางยังไม่เสร็จ ส่งบัญชียังไม่เสร็จ ถ้าเป็นอย่างนี้ ท่านเลือกตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมาแล้วถ้ากระจายอํานาจแล้วกระจายกันจริง ๆ ผมคิดว่าผู้บัญชาการทุกภาคเขาจะมีความสุขครับ วันนี้ที่ไม่มีความสุขเพราะเขียนเป็น กฎหมายแล้วทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นตํารวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทําเสียให้ได้ครับ ผมดีใจนะครับท่านอํานวยออกมาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้วท่านถึงกล้าพูดวันนี้มาก แล้วก็ท่านต้องเป็นหลักให้น้อง ๆ ที่อยู่ข้างในที่ประสบภาวะอึดอัด

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดด้วยเห็นด้วยกับท่านครับ เรื่องการถ่ายโอน เรื่องไม่เป็นเรื่องของตํารวจด้วยความกังวลว่าคนอื่นทําไม่ได้ ๒ วันที่แล้วผมมีโอกาส ไปเยี่ยมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปเจอหน่วยอนุรักษ์ หน่วยอนุรักษ์ มีกองกําลังเป็น ๑๐๐ คน ติดอาวุธเอ็ม ๑๖ ปฏิบัติการร่วมกับทหารเข้าเคลียร์ (Clear) พื้นที่แต่ละพื้นที่ ก็ไม่น่าเป็นห่วงถ้าจะโอนตํารวจป่าไม้ไปอยู่ที่โน่นแล้วกลัวจะไม่มีกองกําลัง ผมเชื่อครับ เดี๋ยวนี้ถามท่านอธิบดีที่มาอยู่ในนี้ ปลัดกระทรวงที่อยู่ในนี้ได้ครับ กองกําลัง ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถเคลื่อนมากรุงเทพฯ ทีละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน มาติดอยู่ในเขาดินหลายยุค มาซ่องสุมกําลังอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นกําลัง เวลาเดินหน้ามันใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานบางหน่วยงานจะถ่ายโอนไปผมคิดว่า ถึงเวลาก็ต้องไปจราจรลองไปอยู่ กทม. ดูจะมีความสุขมากครับ มอเตอร์ไซค์จราจรทุกคัน ไม่ต้องซื้อเองสักคันมีมอเตอร์ไซค์ใหม่ฮาร์เลย์อย่างดีขี่หมด กรมทางหลวงเช่นเดียวกันครับ เดี๋ยวนี้รถของกรมทางหลวงทั้งหมดเอาไปใช้ แต่รถก็กลายเป็นรถญี่ปุ่นไม่ค่อยดี แต่ลองไปอยู่กับ กรมทางหลวงดูสิครับผมว่าได้ขี่บีเอ็มดับเบิลยู ขี่เบนซ์ กันเป็นแถวละครับ แล้วไม่ต้องกลัว เรื่องกําลังครับ เพราะว่าเขาไม่ได้ให้คุณไปเฉย ๆ ไปพร้อมกับอํานาจพร้อมกับกําลัง ที่มีทั้งหมด ตม. เช่นเดียวกัน ผมพูดนี่ไม่ได้ว่าเอาเรื่องตัวเองมาพูดนะครับ เป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ไปต่างประเทศเข้าแถวเพราะไปกับทัวร์ (Tour) ไปไม่ถูกเข้าแถวแสตมป์ (Stamp) ตม. ผมเดินไป จะถึงหน้า ตม. แสตมป์ (Stamp) แล้ว เขาไว้หนวดเฟิ้มเลยมันปิดช่องปิด ผมต้องไปตั้งแถวใหม่ ตกเครื่อง ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับรับแขกต่างประเทศทําไมต้องไว้หนวดเฟิ้มกันขนาดนั้น แล้วมีความสําคัญอะไรนักหนา หลายครั้งในสภานี้อภิปรายกันแล้วเคยโอนไปทีหนึ่งแล้ว ท่านอํานวยครับ ปฏิรูประบบราชการโอนไปแล้วผมถ้าจําไม่ผิด โอนไปกระทรวงการต่างประเทศ แต่ฝีมือท่าน ผบ. ตํารวจแน่ ไปล็อบบี (Lobby) วุฒิสมาชิกกลับไปอยู่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการปฏิรูปตํารวจยากครับ ปฏิรูปดีไม่ดีท่านประธานครับ เราจะได้กระทรวงตํารวจกลับมา แล้ววันนี้ที่จริงคนพูดเรื่องปฏิรูปตํารวจเยอะครับ แล้วชาวบ้านก็ปฏิรูปนั่งข้างหลังผม นายทหารใหญ่ก็พูดว่าปฏิรูปแล้วจะให้ประชาชน รู้สึกอย่างไร เห็นหน้าตํารวจแล้วเห็นมิตรไม่ใช่กลัวตํารวจจะปล้น นี่คือหัวใจสําคัญ แต่วันนี้ผมคิดว่าสภาเราคงขับเคลื่อนเรื่องนี้ยาก ท่านนายกรัฐมนตรีพูดนะครับ ท่านยังต้อง ใช้ตํารวจขอไว้สักเดี๋ยวก่อน แต่ว่าผมอยากให้ตํารวจด้วยกันคุยกันเองนะครับ วันข้างหน้า หนีไม่พ้นหรอกครับ งานบางอย่างต้องถ่ายโอนเข้าไป งานบางอย่างยิ่งมากยิ่งเป็นภาระ ยิ่งเป็นภาระขบวนยิ่งยาว ขบวนยิ่งยาวอํานาจยิ่งเยอะ อํานาจยิ่งเยอะบารมียิ่งมาก บารมียิ่งมาก ตํารวจนานวันไปผมว่าเมื่อสะสางครั้งสุดท้ายจะมีหลายคนเดินเข้าแถวไปหา ท่านประธาน กรรมาธิการครับ