สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการปฏิรูปตํารวจ โดยแสดงความไม่เข้าใจในกระบวนการปฏิรูปและความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงานตำรวจ เช่น การยุบโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน และการโอนกิจการของตำรวจชายแดนและศุลกากรให้กระทรวงกลาโหม เพื่อเพิ่มความมั่นคงและให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศไทย

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ครับ ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับตํารวจหรือเรื่องกิจการศาลเท่าไร แต่ว่า ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาต้องถือว่าผมเป็นลูกค้าแล้วก็ผู้ใช้บริการที่มากที่สุดคนหนึ่ง อีกทั้ง ครอบครัวทางภรรยาของผมก็เป็นนายพลตํารวจหลายคน คุณปู่ของภรรยาผมเป็นอธิบดี กรมตํารวจสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะฉะนั้นในทางส่วนตัวกลิ่นไอของกระบวนการ ยุติธรรมแล้วก็ความเป็นไปในสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็พอจะมีความไม่รู้สึกร้อนหนาวด้วย แล้วก็เป็นห่วง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีบทความของคุณเปลว สีเงิน ลงในไทยโพสต์ ในทํานอง ที่ว่าประเทศไทยเป็นรัฐตํารวจอีกหรือเปล่า เพราะว่ามีนายตํารวจไปอยู่ที่หน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ดีเอสไอ (DSI) อัยการ ป.ป.ช. ปปง. แสดงว่าตํารวจต้องมีบุคลากรยอดเยี่ยม ถึงส่งไปอยู่ที่หน่วยงานอื่น ๆ ได้ แต่ในขณะเดียวกันประชาชนก็ออกมาร้องเรียนว่าต้องปฏิรูปตํารวจ เป็นการสําคัญ ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าทําไมตํารวจเก่ง ๆ ไปอยู่ข้างนอกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วทําไมต้องปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น คราวนี้ก็มาดูเอกสาร แผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศทางด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นด้วย ๔-๕ ประเด็นด้วยกันครับ

๑. คือโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานของตํารวจโดยตรงกลับไปที่กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลาย รวมทั้งปราบปรามยาเสพติดด้วยนะครับ เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ส. ส่วนจะโอนไป ทั้งหมดหรือไม่ก็ยังต้องเถียงกันได้ไม่เป็นไร ผมอาจจะมีความเห็นต่างนิดหน่อยกับทาง ท่านกรรมาธิการที่อยู่บนบัลลังก์

ส่วนอันที่ ๒ ก็คือว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ การที่จะมีระบบทนายอาสาให้ ผมก็เห็นด้วย การที่จะปฏิรูปโรงเรียนนายร้อยตํารวจสามพราน ไม่ให้เป็นโรงเรียนทหาร ผมก็เห็นด้วยนะครับ ต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีประเด็นดี ๆ หลายอัน ที่ผมเห็นด้วย แต่ว่าผมค่อนข้างจะแปลกใจที่มีตกหล่นหลาย ๆ ประเด็นด้วยกัน เช่นความล่าช้า ของกระบวนการยุติธรรม แล้วทําไมกระบวนการยุติธรรมของเราปล่อยให้คดีต้องไปถึง ศาลฎีกากันเยอะแยะไปหมดเลย แล้วทําไมผู้ที่อยู่ต่างประเทศถูกคดีกระบวนการยุติธรรม ดําเนินการไม่ได้ แต่ผู้ที่อยู่ต่างประเทศตั้งข้อหาให้กับคนที่อยู่ในเมืองไทยแล้วไม่หนี กระบวนการยุติธรรมได้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่าไม่ทัดเทียมกัน ผมฟ้องร้อง ผู้ที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้ ผู้ที่อยู่ต่างประเทศฟ้องผมหลายคดีเรื่องหมิ่นประมาทอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วหลาย ๆ คนก็ประสบกันอย่างนี้อยู่ด้วย แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเมื่อไปอยู่ ต่างประเทศศาลไปไม่ถึงคดีความก็หมดอายุก็เกิดความไม่ยุติธรรม แล้วประเทศชาติ ภาษีของราษฎรก็เสียหาย

แล้วอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าระบบการตั้งข้อกล่าวหาก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมกับ ผู้ถูกกล่าวหา เพราะว่ากระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ตํารวจไปถึงสํานักงานอัยการสูงสุดเขาตั้ง ข้อหาอะไรก็ได้มากมายมหาศาลเกินความจริง ผู้ถูกกล่าวหาก็มิได้มีโอกาสที่จะชี้แจงตั้งแต่ เบื้องต้นว่าทั้งหมดไม่ใช่ แต่ทุกอย่างก็บอกถ้าอย่างนั้นไปชี้แจงเอาที่ศาล แล้วถ้าเผื่อเป็น คนยากคนจนต้องวางประกัน ไปต่างประเทศต้องขออนุญาตก็ต้องวางประกันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นภาระต่อคนยากคนจน อาจจะมีความบริสุทธิ์ หรือว่าจะทําผิดกฎหมายก็เพียง นิดหน่อย ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าจะได้มีการทบทวนกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ การวิ่งเต้นว่าอย่างไร การได้รับการปฏิบัติจากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ทัดเทียมกันของ ผู้มีอํานาจ ผู้มีอันจะกิน กับผู้ที่ยากไร้ จะทําอย่างไร ผมก็อยากจะฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ไว้ให้คณะกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาพิจารณาในรายละเอียดด้วย แล้วผมก็มีข้อเสนอ ๒-๓ อัน ด้วยกัน ๑. ผมคิดว่าอยากจะยุบโรงเรียนนายร้อยตํารวจสามพรานครับ ตราบใดที่ยังเป็น โรงเรียนเหมือนโรงเรียน จปร. โรงเรียนนายเรือ หรือว่าโรงเรียนนายเรืออากาศ ให้เป็น โรงเรียนที่จะฝึกอบรมตํารวจให้เป็นตํารวจอาชีพแท้ ๆ ที่อังกฤษเขาก็สกอตแลนด์ยาร์ด (Scotland Yard) จบมหาวิทยาลัยมาก็ทํา ๒ ปี ฝึกแค่นั้นก็พอ ตามวิชาชีพ จะสืบสวน สอบสวนเรื่องนิติเวชอะไรต่าง ๆ แต่ว่าไม่ต้องเรียน ๕ ปี แล้วก็เดินขบวนถือปืนอะไรต่าง ๆ เสมือนว่าเป็นโรงเรียนนายทหารอีกอันหนึ่งนะครับ อันนี้ก็อยากจะให้เป็นไปอย่างนั้น

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ได้พูดกันเลยก็คือว่าไหน ๆ จะโอนกิจการไปให้ หน่วยงานอื่น ๆ ที่มาฝากงานไว้กับตํารวจ ผมก็อยากจะให้โอนงานโรงพักไปให้ท้องถิ่น แล้วก็เอา ตชด. ผมก็อยากจะเสนอให้มีการตั้งทบวงกิจการชายแดนรวมทั้งตํารวจ ตม. แล้วก็ศุลกากร แล้วอาจจะอยู่ในกํากับหรือว่าเป็นกระทรวงหนึ่งที่อยู่ในขอบอํานาจ ของกระทรวงกลาโหมถ้าเผื่อจะมองในแง่ของความมั่นคงด้วย ก็จะทําให้การทํางานของ ชายแดนมีความกระชับ อันนี้รวมทั้งตํารวจน้ําด้วยนะครับ แล้วอันที่ ๒ ก็คือเราก็จะได้ สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศไทยเรื่องของการโอนอํานาจไปให้ท้องถิ่นให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ และเมื่อไปอยู่ที่ท้องถิ่นก็จะมีสภาประชาชนของจังหวัดนั้น ๆ ว่าด้วยกิจการ ความมั่นคงและตํารวจ ประชาชนเขาจะได้เข้ามาติดตามแล้วก็ตรวจสอบได้ เวลาไม่มาก ผมขอเสนอประเด็นหลัก ๆ แค่นี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน