สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

อลงกรณ์ หารือเรื่องการทำงานของตำรวจและขอเชิญ พลตำรวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก มาคุยเรื่องสุดท้าย โดยหารือเรื่องการปฏิรูปกิจการตำรวจและเรียกร้องการสนับสนุนให้ตำรวจมีเกียรติและเก็ตสมาร์ท โดยเฉพาะในด้านการสรรหาและฝึกอบรมตำรวจ อลงกรณ์ ยังแถลงว่า กระบวนการยุติธรรมปัจจุบันมีปัญหาหลายประการ ทำให้กระบวนการยุติธรรมชะงักไป และส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เดือดร้อนจากการกระทำของตำรวจ และอัยการ และหากต้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งกระบวนการอย่างรวมถึง การจัดการกับตำรวจและอัยการอย่างจริงจัง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ก็ตํารวจปิดท้ายละครับทีนี้ พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก เชิญครับ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานและผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๒๔ ความจริง ท่านประธานครับ และผู้ทรงเกียรติครับ ผมก็ไม่อยากจะพูด เพราะว่าถึงแม้ผมจะเกษียณแล้ว เป็นตํารวจถึงพูดแม้แต่ตะโกนก็ยังเสียงไม่ดังต่อประชาชน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านเพิ่งพูดจบว่ายังมีคนอยากจะพูดอีกเยอะ แต่ก็อาจจะไม่อยากพูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่านกษิต ภิรมย์ ท่านพูด ท่านก็สายเลือดตํารวจนะครับ แต่สิ่งทั้งหลายทั้งมวล ที่พี่ ๆ ที่ท่านวรพงษ์พูด ท่านอํานวย นิ่มมะโน พูด เป็นเพื่อนผมนะครับ สิ่งเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ ต้องถามใจเธอดูก่อน ๒๐๐,๐๐๐ คนซึ่งเป็นกําลังมาก คือเป็นน้อง ชั้นประทวนตั้งแต่ ผบ.ตร. ถึงน้องคนสุดท้ายว่าเขาต้องการอะไรนั้น ผมว่าต้องถามนะครับ แล้วว่าจะเลี้ยงตํารวจเลี้ยงแบบบ๋อยหรือครับ หมายความว่าให้หากินเองข้างถนน ที่ถูกกล่าวหา ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทถูกออกนะครับ เยอะแยะ ผมได้ยินเขาเสมอ เขาหัวเราะเยาะ เพื่อนผมเป็นนักธุรกิจเยอะว่าเลี้ยงตํารวจ เรืองศักดิ์เป็นรอง ผบ.ตร. เลี้ยงลูกน้องแบบบ๋อยหรือ ให้หากินเอง อย่างนี้อยู่จากค่าทิป (Tip) ค่าอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งนี้ไม่ใช่นะครับ เราจะ ขอเป็นทางการในระบบงบประมาณก็บอกว่าตํารวจเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษหรือ กินอาหาร บริโภคอาหารวันละ ๔ มื้อหลังจากเที่ยงคืนแล้วยังจะขออีก ก็เราอดหลับอดนอน เสียแคลอรี่นะครับ สิ่งเหล่านี้มันยาก จะขออะไรสักชิ้นหนึ่งก็ขอยาก เพราะว่าเราเอา ๒๐๐,๐๐๐ คูณนะครับ แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ทํางานเพื่อให้ประชาชนชื่นใจ เป็นคําถามอยู่เสมอ ๆ สิ่งเหล่านี้วนเวียนอยู่เรื่อย ๆ เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งต้องเปลี่ยนแปลง จะปฏิวัติ ปฏิรูป รีฟอร์ม (Reform) คือทําให้ดีขึ้น ถามว่าทําอะไรให้ดีขึ้น ทําบ้านนี้ให้ดีขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีมาที่นี่วันนั้นพูดว่า คนยังเป็น ๒๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเป็นคนเดิม หัวใจยังเป็นเดิม ๆ ยังบอบช้ํา ยังไม่มีกําลังที่จะ ไปจูงคนอื่น อย่าว่าต้องอุ้มเลยครับ ที่อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์ที่ขณะนี้อยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตํารวจ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านกษิต ภิรมย์ พูด หรือท่านอื่นพูดเกี่ยวกับเรื่องสถาบันตํารวจ จะยุบ จะโอน จะเปลี่ยน ไม่เป็นไรครับ ก็เป็นไปตามสภาพ แต่ผมจะบอกว่าสิ่งหนึ่งคือว่า ท่านลงทุนให้กับตํารวจรายบุคคลเท่าไร งบประมาณวันนี้มี ๙ ประเด็น ผมกราบขอบคุณ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกิจการตํารวจใน ๙ ประเด็นนั้นผมก็สนใจ แม้ว่าผมเป็นนักตํารวจกระดาษ คือชีวิตผมนี่จริง ๆ ไม่อยากเป็นตํารวจหรอก แต่ผมก็ต้องมาเกษียณในอาชีพของตํารวจ แล้วใน ๙ ข้อนั้นที่ผมดูแล้วนะครับ มีอยู่เบา ๆ อยู่ข้อหนึ่งเป็นงานนิ่ม ๆ คือระบบการสรรหา ตํารวจและระบบการฝึกอบรมนะครับ ตรงนี้ดูประหนึ่งว่าเป็นงานเบา ๆ งานกระดาษ แต่จริง ๆ เป็นเรื่องลึกและแหลมคมเพราะการที่จะเอาคนมาเป็นตํารวจ สู่วงจรตํารวจ จนกระทั่งเป็นตํารวจที่ดีของประชาชนอย่างไรนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่าผมไปคล้าย ๆ กับว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย ไปรอบ ๆ บ้านเรานี่ ลาว เขมร พม่า งบประมาณในการฝึกอบรมท่านทราบไหมครับว่าถอยหลังไป ๕ ปี ประเทศไทย เป็นประเทศที่น้อยที่สุดในการสร้างปัญญาให้กับตํารวจไทย ซึ่งขณะที่คนร้ายอยู่ในอากาศ ไม่ใช่คนร้ายเดินดิน แล้วปืนที่เราใช้ยิงกับคนร้าย ปราบอริราชศัตรูนี่ซื้อเอง พวกผมตั้งแต่ พิมพ์ดีด เป็นตํารวจกระดาษ ปากกา พิมพ์ดีด โต๊ะที่ประชาชนมาแจ้งความโรงพักก็ต้อง ซื้อเองนะครับ เก้าอี้ที่เรานั่งรับแจ้งความก็ต้องซื้อเอง ท่านนายกรัฐมนตรีมาปุ๊บ ผมต้อง กราบขอบคุณ ฯพณฯ มาที่วันนั้นท่านนั่งตรงนั้น ท่านถามว่าจบมาแล้วทํางานต้องซื้อเอง ทุกอย่างมันจะพร้อมอย่างไรในหัวใจของตํารวจ พร้อมทั้งกาย พร้อมทั้งใจ โดยเฉพาะใจ ต้องพร้อมก่อน ท่านบอกว่าจะทําอะไรก็ตาม ผมกราบขอบคุณทุก ๆ ท่านที่บอกว่าต้องให้ ตํารวจมีเกียรติ เก็ตสมาร์ท (Get smart) ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ยืนอยู่ได้ด้วยชาติตระกูล ยืนอยู่ได้ในสถาบันตํารวจไทยที่เป็นสถาบันหนึ่งที่จรรโลงสังคมมาอยู่ จะเป็น ๔ เหล่าทัพ หรือไม่ ไม่ต้องพูดถึง แต่ว่าก็เป็นหน่วยงานหลักหนึ่งที่จรรโลงสังคมมาอยู่ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ตั้งแต่สมัย พระบรมไตรโลกนาถเรื่อยลําดับมา เพราะฉะนั้นมีรากเหง้า เป็นต้นไม้ที่มีรากแก้ว การที่ท่านจะเปลี่ยนแปลงอะไรดูเป็นสีสัน เป็นการเรียกคะแนน แต่ผมคิดสั้น ๆ ๓ ข้อว่า ต้องให้ตํารวจมีเกียรติ เก็ตสมาร์ท (Get smart) ผดุงเกียรติ ผดุงเกียรติอะไรต่าง ๆ มันต้องไป ผมเคยเพ้อฝันว่าสักวันหนึ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรผมอาจจะเสนอปรับ พ.ร.บ. เงินเดือนตํารวจ ซึ่งสมควรจะทําไว้เล่น ๆ แล้วมันทําได้ ที่หลาย ๆ ท่านพูดถึงดีเอสไอ (DSI) แต่ละราย ๆ ทําไมเขาทําได้ หน่วยงานอื่นต้องทําได้ อย่าพูดว่าจํานวนมาก จํานวนมาก ไม่เกี่ยวถ้าทํานะครับ

ข้อที่ ๒ ถ้าท่านจะพูดเรื่องการลงโทษอย่างนั้นอย่างนี้ ผมขอให้ท่านพูด เรื่องเวลแฟร์ (Welfare) ด้วย สวัสดิการกับวินัย หรือว่าท่านจะตําหนิติเตียนอะไรท่านให้ อะไรตํารวจบ้าง ก็คือภาษาอังกฤษผมไม่อยากพูด เวลแฟร์ (Welfare) กับดิสซิพลิน (Discipline) หรือแอตแทรกต์ (Attract) ต้องไปด้วยกัน หมายถึงว่าท่านให้อะไรกับตํารวจบ้าง

ข้อที่ ๓ ก็คือว่าท่านจะปรับอะไรก็ตามเหมือนขบวนรถไฟครับ ท่านทํา ทั้งกระบวนการยุติธรรม ท่านถาม ผมเองจําได้หลาย ๆ คนการทํางานท่านก็ทําร่วม สหวิชาชีพใช้รถป่อเต็กตึ๊ง ให้รถมูลนิธิไปรับอัยการ ผมเคยทําแล้ว ผมเป็นร้อยเวร ผมเอารถป่อเต็กตึ๊ง รถมูลนิธิไปรับอัยการ รับแพทย์ คนทั้งโรงพักบอกว่าเราจะเพี้ยนไปหรืออย่างไร เขาไม่มากับเราหรอก ผมบอกว่าไม่มีรถ เราเป็นเด็กบ้านนอก ก็เอาสิ เมื่อกฎหมาย เป็นอย่างนี้ผมก็ไปรับ ต้องชันสูตรพลิกศพอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หรือถ่ายรูปเราก็อาศัยอย่างนี้ และทุกวันขณะนี้เด็ก ๆ ก็เดือดร้อน ตํารวจยังเดือดร้อนมาก เราจะปฏิรูปแล้วเราก็ ถูกกล่าวหาว่าโตแต่หัว ปฏิรูปนั่นละครับ ผมถึงย้อนประโยคแรกว่าถามใจเธอดูก่อน ๒๐๐,๐๐๐ คนอย่างนี้เขาต้องการอะไร เพราะฉะนั้นสรุปถ้าจะปรับ จะปรุง จะตัด จะโอน อะไรนี่ ย้อนไปดูทั้งกระบวนการเลยครับ ทั้งป่านี้เลยครับ ป่าแห่งกระบวนการยุติธรรม พี่น้องประชาชนจะได้ครับ ไม่ใช่เพียงจะปรับตํารวจอย่างเดียว ถ้ามาอยู่บ้านนี้ไม่มีสุข แค่ก้าวประตูออกไปอยู่บ้านอื่นถึงมีสุข ไปเก็ตสมาร์ท (Get smart) ใหญ่โตกันเยอะแยะ ทําไมบ้านนี้ไม่มีสุขหรือ ก็ต้องทําบ้านนี้ให้มีสุข ผมก็ขอกราบ ๓ ข้อที่ผมบอกเลยว่า ๑. ก็คือ ในส่วนของทําให้ตํารวจมีเกียรติ มีความพร้อมในการทํางานให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม ข้อที่ ๒ ถ้าท่านจะคิดตําหนิติเตียนอะไรต่าง ๆ น้อมรับฟัง แต่ท่านต้องใจเป็นธรรมว่า ท่านได้ให้สวัสดิการอะไรกับตํารวจเหล่านี้บ้าง จะถึงขั้นลงโทษก็ตามยินดีลงโทษ แต่ท่านให้เวลแฟร์ (Welfare) หรือความสะดวกสบายหรือความสุข จิตใจที่จะอุ้มพยุงคนอื่นได้อย่างไรบ้าง และ ๓. ถ้าท่านจะปรับอะไรท่านเหลียวมองบ้านอื่นด้วย เพราะว่างานไม่ได้จบบ้านนี้บ้านเดียว ถ้าจะถ่ายโอนอะไรมาก็ตามบ้านนั้นเขารับไหม มีหลาย ๆ ตัวอย่างลองถามดู เท่าที่ผมทราบ คร่าว ๆ ก่อนที่ผมจะเกษียณเคยถามหมดแล้วที่เราพูดเรื่องถ่ายโอน บ้านที่เขาจะรับส่งต่อ เขาไม่รับครับ สิ่งเหล่านี้อะไรจะเกิดขึ้น คือช่องว่างที่เกิดกับประชาชนและสังคมต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณมากครับ ท่านอดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ต่อไปอีก ๒ ท่าน ท่านบัญชา ปรมีศณาภรณ์ หัวหน้าสํานักงานบัญชาทนายความ และท่านสุดท้ายที่แจ้งชื่อ ตอนนี้คือท่านวันชัย สอนศิริ อดีตวุฒิสมาชิก