ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ หารือเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปในหลายองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลย และการแก้ไขปัญหาคนล้นคุก และการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ และกำหนดแหล่งที่มาของงบประมาณ 4 ส่วน รวมทั้งแนะนำหน่วยงานที่จะรับผิดชอบในการปฏิรูปประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกลําดับที่ ๐๙๒ กระผมได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้รับผิดชอบในการนําเสนอ เรื่องของแผนการปฏิรูปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานในองค์กรกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการปฏิรูปการดําเนินงานในส่วนนี้ได้แบ่งออกเป็น ๖ ส่วน ซึ่งจริง ๆ แล้วทุกหน่วยงานนั้น มีความจําเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูป แต่อย่างที่ท่านประธานวิรัชท่านได้นําเสนอเบื้องต้นว่า ตรงนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นนโยบายที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้เกริ่นว่าถ้ามีการปรับ ในเรื่องของการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะนํามาควบคุมตัวผู้ต้องหา หรือจําเลย หรือผู้ต้องขัง ในการที่จะเป็นการอํานวยความสะดวกด้วยก็จะเป็นการเหมาะสมในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้กฎหมายก็ได้ผ่านขั้นตอนของทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือนที่แล้ว แล้วก็อยู่ระหว่างการนําขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ต่อไป นั่นก็คือเรื่องการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการควบคุมตัว หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า อิเล็กทรอนิกส์มอนิทอริง (Electronics Monitoring) ซึ่งตัวย่อก็คืออีเอ็ม (EM) ซึ่งต่อจากนี้ไป ผมขออนุญาตใช้ตัวสั้น ๆ ก็คืออีเอ็ม (EM) นะครับ ก็จะกล่าวเฉพาะในเรื่องของอีเอ็ม (EM) ซึ่งแยกออกได้เป็น ๖ ส่วนในการศึกษามานะครับ ส่วนแรก ก็คือเรื่องประเด็นการปฏิรูป ส่วนที่ ๒ เรื่องสภาพปัญหา ส่วนที่ ๓ ก็เรื่องแนวทางการแก้ไข ส่วนที่ ๔ เรื่องกําหนดเวลา การปฏิรูป ส่วนที่ ๕ แหล่งที่มาของงบประมาณ ส่วนที่ ๖ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็จะขออนุญาต ไปไวสักนิดนะครับตามที่ท่านประธานได้ให้เวลาสําหรับส่วนที่เหลือว่าไม่เกิน ๓ โมง เรื่องของ ประเด็นการปฏิรูปก็เนื่องจากว่ามีปัญหาในหลายองค์กรในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเกิดปัญหาที่จะต้องมีการปฏิรูปเร่งด่วนร่วมกันก็คือเรื่องของ การที่จะดูแลผู้ต้องหาหรือว่าจําเลยนะครับว่าจะดําเนินการอย่างไร เพราะขณะนี้มีปัญหา เรื่องคนล้นคุก แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาเรื่องการเข้าถึงอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ก็เป็นปัญหา ฉะนั้นตรงนี้เป็นปัญหาร่วมกันในการที่จะต้องแก้ไข จึงได้มีความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เร่งด่วนในการที่จะต้องดําเนินการในเบื้องแรกนะครับ แล้วก็กําหนดเวลาไว้เป็นขั้นเป็นตอน
ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของสภาพปัญหา สภาพปัญหานะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าขณะนี้ปัญหาก็คือมีความเหลื่อมล้ําในสังคมเรื่องปัญหาคนยากจนในการที่จะ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ตรงนี้ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นปัญหา เหล่านี้จึงได้มีการรวบรวมแล้วก็นําเสนอผ่านทางหลาย ๆ หน่วยงาน ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้ข้อมูล แล้วก็ได้รับข้อมูล อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่จะปรับในเรื่องนี้ ที่จะปฏิรูปในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้มีการแก้ไขกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้ว แล้วก็กฎหมายนั้นแก้ไขในเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือว่าจําเลยนั้นมีอิสระในการที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ แล้วก็โอกาส ที่จะได้รับการถ่ายทอดในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรหรือไม่ถูกต้องในระหว่างการถูกจองจํานั้น ก็จะได้น้อยลง
แนวทางการแก้ไขครับ ต่อไปเป็นแนวทางการแก้ไข แนวทางการแก้ไขนั้น ก็ได้มีการเสนอว่าควรที่จะมีการปรับเรื่องของกฎหมาย โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของโทษ วิธีการเพื่อความปลอดภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของโทษ วิธีการเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของโทษเพื่อที่จะ แก้ไขในเรื่องของโทษว่ามีความเหมาะสมประการใด รวมไปถึงเรื่องค่าปรับด้วย ซึ่งโทษ ในประมวลกฎหมายอาญามีด้วยกันทั้งหมด ๕ ขั้นตอน ตั้งแต่ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน อันนั้นก็มีการพิจารณาในเรื่องเหล่านี้เป็นขั้นเป็นตอนไป
แก้ไขส่วนต่อไปก็คือเรื่องการแก้ไขตัวพระราชบัญญัติ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ถ้าเขียนเต็มนั้นในตัวเอกสารที่เป็นช่องที่อยู่ในกรอบเรื่องแนวทางการแก้ไขจะเขียนว่า พระราชบัญญัติคุมประพฤติ ชื่อเต็มคือพระราชบัญญัติวิธีดําเนินการควบคุมความประพฤติ ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๒๒ อันนี้ก็จะมีการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้อง แล้วก็ให้ ทางเจ้าพนักงานที่มีอํานาจในการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวรวมถึงศาลในการที่จะไปวางกฎเกณฑ์ วางข้อกําหนด วางหลักการ วิธีการต่าง ๆ
ต่อไปเรื่องของการแก้ไขอีกส่วนหนึ่ง ในสุดท้ายของการแก้ไขคือจะจัด ให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ามีความเหมาะสมในการที่จะ กําหนดโทษประเภทใดบ้าง หรืออัตราโทษมากน้อยแค่ไหน แล้วก็เรื่องคุณลักษณะของผู้ที่จะ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีการควบคุมจากเครื่องอีเอ็ม (EM) นะครับ
ต่อไปเรื่องของกําหนดเวลาการปฏิรูป แบ่งไว้เป็น ๓ ส่วนครับ คือระยะที่ ๑ ๖ เดือน ระยะที่ ๒ ๑๒ เดือน ระยะที่ ๓ ๑๘ เดือน ซึ่งก็สอดคล้องกับระยะเวลาที่เหลือ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับว่าตรงนั้นแบ่งเป็น ๓ ส่วน ก็มีเวลาในการที่จะ ทดสอบในเบื้องต้น ช่วงกลาง แล้วก็ช่วงปลาย ในการที่จะปรับปรุงเงื่อนไข ระเบียบต่าง ๆ หรือกติกาต่าง ๆ เพื่อให้มีความชัดเจน รัดกุม แล้วก็เหมาะสมยิ่งขึ้น
ต่อไปเป็นเรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณ เรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณ ก็กําหนดไว้เป็น ๔ ส่วน ก็คืองบประมาณแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดินก็เป็นการจัดเก็บจาก ภาษีของประชาชนที่มีภาระที่จะต้องชําระภาษีนะครับ อันนั้นก็เป็นเงินงบประมาณที่ทาง ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้จัดเก็บแล้วรวบรวมมาจัดทําเป็นงบประมาณ ๒. ก็คือกองทุนยุติธรรม ๓. ก็คือกองทุนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสํานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ๔. เงินอุดหนุนกิจการเฉพาะหรือเอียร์มาร์กบัดเจต (Earmarked budget)
ต่อไปสุดท้ายครับลําดับที่ ๖ ก็คือเรื่องของหน่วยงานที่จะรับผิดชอบ ซึ่งได้ กําหนดในเบื้องต้นแล้วก็ได้รวบรวมไว้ก็คือ ๑. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๒. กรมสอบสวนคดี พิเศษ ๓. สํานักงานอัยการสูงสุด ๔. สํานักงานศาลยุติธรรม ๕. กรมคุมประพฤติ ๖. กรมพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน ๗. กรมราชทัณฑ์ ๘. สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งดูแล กองทุนยุติธรรม ๙. สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ๑๐. กระทรวงการคลัง ๑๑. กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ทั้งหมดก็เป็นสรุปย่อ ๆ ก็ขออนุญาตจบเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณทุกท่านครับ