เลิศรัตน์ รัตนวานิช เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยชื่นชมผลงานของประธานสภา และเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นของกรรมาธิการ แต่ฝากเป็นข้อสังเกตว่าหลายประเด็นควรบรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นด้วยกับการปรับปรุงระบบงบประมาณ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเรียกร้องให้รีบดำเนินการเพื่อส่งให้ กรธ. พิจารณาและรวมอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ และหารือเรื่องการปฏิรูปองค์การมหาชน โดยเสนอแนะให้แยกแนวคิดออกเป็น 2 ส่วน คือการปฏิรูปในระยะสั้นและระยะยาว และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างแคเรียร์และแพทเทิร์นขององค์การมหาชนที่จะไม่สามารถเป็นแบบเฉพาะกิจได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมให้กับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ก่อนอื่นต้องชื่นชมภายใต้การนําของท่าน พันตํารวจตรี ยงยุทธ ท่านก็สามารถ บริหารจัดการในเวลาไม่ถึง ๑ เดือนให้ได้แนวทาง ให้ได้ทิศทางในการปฏิรูปในหลาย ๆ ด้าน อย่างครบถ้วน
ในด้านของการบริหารราชการแผ่นดิน มีเอกสารมาให้เรารู้สึกจะหนา เป็นอันดับ ๑ ของทั้ง ๑๒ ด้าน ในการปฏิรูประบบราชการนั้นท่านได้เสนอตั้งแต่การปฏิรูป โครงสร้างองค์กรภาครัฐ ๒. การปฏิรูปเพื่อสร้างธรรมาภิบาล และ ๓. การปฏิรูประบบ งบประมาณและการคลังของรัฐ ผมก็เห็นด้วยกับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่ท่านกรรมาธิการ ได้กรุณาชี้แจงไว้ในเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมด เพียงแต่จะฝากเป็นข้อสังเกตว่าหลาย ๆ ประเด็น จําเป็นต้องบรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะร่างเสร็จในรอบแรกในสิ้นเดือนหน้านี้แล้ว สมัยที่ผมยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เราบรรจุไว้ในตัวรัฐธรรมนูญเลย แล้วก็มีแผนที่บรรจุไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีกจํานวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของโครงสร้างองค์กรภาครัฐที่จะปรับเปลี่ยนไป
เรื่องธรรมาภิบาล เราพูดถึงการแต่งตั้งข้าราชการด้วยระบบคุณธรรม ซึ่งถ้าไม่เขียนบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีใครนําไปปฏิบัติ
และที่สําคัญคือเรื่องงบประมาณ ซึ่งก็มีเพื่อน สปท. ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ระบบงบประมาณในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาเราได้ให้ความสําคัญมาก ได้เขียนแนวทาง ในการที่จะปรับปรุงระบบหรือวิธีการจัดทํางบประมาณที่ผ่าน ๆ มา การแปรญัตติในสภา เราได้หามาตรฐานว่าทําอย่างไรที่เมื่อมีการแปรญัตติตัดลดงบประมาณแล้วจะไม่นําไปใช้ เพื่อประโยชน์ในการจัดทําโครงการเพิ่มเติมให้กับจังหวัด ให้กับส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะทําให้นักการเมืองได้มีโอกาสใช้อย่างน้อยก็ในการหาเสียงหรือสร้างประชานิยม เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจึงได้ถูกกําหนดไว้เป็นบทบัญญัติประกอบในส่วนที่เกี่ยวกับ การคลัง การงบประมาณ
ที่ฝากเป็นข้อสังเกตก็คือว่าถ้าหากท่านจะใช้เวลา ๑ ปี ๖ เดือน ในการดําเนินการปฏิรูปสิ่งเหล่านี้ แต่ว่ารัฐธรรมนูญก็จะมีการนําไปสู่การทําประชามติ ในช่วงปี ๒๕๕๙ นี้ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นที่น่าเสียดายว่าหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีนี้ อาจจะไม่ได้รับการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานยงยุทธท่านก็ได้พูดแล้วว่า ท่านเข้าใจดีถึงขั้นตอนในการปฏิรูปที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับ กรธ. ผมจึงฝากเป็นข้อสังเกตว่า หลาย ๆ ประเด็นต้องรีบดําเนินการเพื่อส่งให้ กรธ. ได้ประกอบการพิจารณาถึง แม้บางเรื่อง กรธ. อาจจะเห็นความสําคัญอยู่แล้ว
ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องแผนการปฏิรูปเร็วในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แน่นอน ทุกคนเห็นด้วยแล้วก็เชื่อว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคงจะได้ดําเนินการในเรื่องนี้ อย่างจริงจังเช่นเดียวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว
ส่วนเรื่องการปฏิรูปองค์การมหาชน ผมเองปัจจุบันก็ยังดํารงตําแหน่ง เป็นประธานกรรมการองค์การมหาชนอยู่แห่งหนึ่ง ก็เห็นสภาพปัญหาแล้วก็มีความเข้าใจ ในเจตนาที่ดีของคณะกรรมาธิการที่ได้มีแนวคิดในการที่จะปฏิรูปองค์การมหาชน ใน ๕ ด้าน เพื่อให้องค์การมหาชนนั้นสามารถที่จะเสิร์ฟภารกิจ เสิร์ฟเหตุผลในการที่ จัดตั้งขึ้นมาได้อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ และก่อให้เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดีคือข้อเสนอต่าง ๆ ก็โดนประเด็นทั้งหมด แต่จะโดนที่องค์กรไหนบ้างนั้นก็แล้วแต่ เพราะเราต้องตระหนักว่ามีองค์การมหาชนอยู่ ๔๐ แห่ง ทั้ง ๔๐ แห่งไม่ใช่จะเหมือนกันไปทั้งหมด บางแห่งก็มีผู้บริหารที่ดี ที่เก่ง ที่มีความสามารถ มาจากภาคเอกชน เงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทอาจจะน้อยไปเสียด้วยถ้าเผื่อเขาอยู่ภาคเอกชน เขาก็ได้เงินมากกว่านั้น แล้วถ้าเรามาดูแบรกเกต (Bracket) เงินเดือนของผู้นําในรัฐวิสาหกิจ แล้วไม่มีใครต่ํากว่านี้หรอกครับ สูงกว่าองค์การมหาชนทั้งสิ้น นี่ฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ ไม่ใช่จะว่ามากหรือน้อย แต่ที่สําคัญคือว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคือวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ สนช. ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งจะไปประกาศ ราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ในไม่เกิน ๑ เดือนข้างหน้า ในนั้นจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ที่เรียกว่าคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน ๑ คณะ คณะกรรมการชุดนี้ จะมาทําหน้าที่แทน ก.พ.ร. จะมาทําหน้าที่ในการดูสิว่าที่มีอยู่ดีหรือไม่ดีอย่างไร ทั้งในภาพรวม การกําหนดรูปแบบคณะกรรมการ ค่าตอบแทนใหม่ รวมถึงการที่จะให้อยู่หรือไม่ให้อยู่ ของที่จัดตั้งขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เพียงแต่ฝากข้อสังเกตว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปชุดนี้ น่าจะแยกแนวคิดออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่ง คือรีบส่งให้กับคณะกรรมการพัฒนาและกํากับ องค์การมหาชน ซึ่งจะจัดตั้งเสร็จไม่เกินประมาณเดือนมีนาคมปีหน้านี้ เพื่อเขาจะได้ไป ดําเนินการตามแนวคิดของท่านที่ว่าท่านเห็นจุดอ่อนจุดแข็งขององค์การมหาชนอย่างไร กับอีกส่วนหนึ่งท่านก็วางแผนที่จะปฏิรูปในภาพใหญ่แล้วก็ส่งเป็นร่างพระราชบัญญัติขึ้นไป อีกฉบับหนึ่ง สําหรับการปฏิรูปภาพรวมในอนาคต แต่ที่ผมฝากไว้ก็คือว่าองค์การมหาชน จะตั้งเป็นแบบเฉพาะกิจไม่ได้นะครับ เพราะองค์การมหาชนนั้นมีแคเรียร์ (Career) มีแพทเทิร์น (Pattern) ของแคเรียร์พาท (Career path) อยู่ คนที่เขามาทํางานตรงนี้ไม่ใช่มีเฉพาะคน อายุ ๖๐ กว่าปี คน ๒๐ กว่าปี ๓๐ กว่าปี เขาก็หวังว่าจะมาอยู่ในองค์กรนี้เช่นเดียวกับ อยู่ในรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นเราจะไปบอกคุณมาอยู่ ๓ ปีแล้วกลับบ้านอย่างนี้ คุณก็จะได้คน ที่อื่นเขาไม่เอาแล้ว ก็ฝากเป็นข้อสังเกตครับ ขอบพระคุณครับ