สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

เบญจวรรณ สร่างนิทร หารือเรื่องการปฏิรูปองค์การมหาชน โดยเสนอแผนการปฏิรูป 5 ประเด็น เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารและโครงสร้างให้สอดคล้องกับภาระงานและหลักการขององค์การมหาชน รวมถึงการปรับปรุงองค์กรให้เหมาะสม

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร กรรมาธิการ

ค่ะ เรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปท. หมายเลข ๘๕ ในเรื่อง ของการปฏิรูปองค์การมหาชนซึ่งเป็นการปฏิรูปเร็วของกรรมาธิการด้านบริหารราชการแผ่นดิน ขอนําเรียนดังนี้ ในเรื่องสภาพปัญหาดิฉันคิดว่าหลายท่านคงจะได้รับทราบโดยทั่วไปนะคะ ไม่ว่าการกํากับ ดูแล การไม่สามารถดําเนินตามภารกิจ รวมทั้งปัญหาการบริหารงานคน ค่าตอบแทน งบประมาณ หรือการติดตามอะไรทั้งหลายก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปอยู่ ดิฉันขอนําเรียนถึงแผนการปฏิรูปที่เราคิดว่าจะดําเนินการในเรื่องการปฏิรูปเร็วมีใน ๕ ประเด็น

ประการแรก ปฏิรูปหลักการและแนวความคิดในการจัดตั้งองค์การมหาชน ตรงนี้เราคิดว่าเราคงจะรื้อกฎหมายเดิม แล้วก็จะปรับหลักตรงนี้ใหม่ว่าในการจัดระเบียบนั้น จะจัดเป็น ๓ ประเภท ประเภทแรก ก็คือบริการสาธารณะทั่วไป ก็คืองานรูทีน (Routine) โดยทั่วไป ประการที่ ๒ ก็ประเภทที่มีกําหนดระยะเวลาตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลไปก็จะไปพร้อมกับรัฐบาล ประการที่ ๓ ตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่สําคัญ ซึ่งตรงนี้ถ้าสมมุติว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดําเนินการต่อ การดําเนินการตรงนี้ก็สามารถที่จะ ดําเนินการต่อไปได้นะคะ ในการทําทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะลดความซ้ําซ้อน หรือว่ากรณีที่ขาด ประสิทธิภาพให้มีประสิทธิภาพเพิ่มยิ่งขึ้น แล้วก็ปรับระบบในการจัดตั้งองค์การมหาชน ให้ถูกต้องตามหลักการที่ควรจะเป็น

ประการที่ ๒ ปฏิรูปการกําหนดและจัดบทบาทภารกิจและการให้บริการ สาธารณะ แน่นอนค่ะ ที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แล้วก็ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตจะต้องทบทวน แล้วก็กําหนดบทบาทภารกิจประเภทของภารกิจและบริการสาธารณะขององค์การมหาชนต่าง ๆ ให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องสงวนภารกิจบางอย่าง ซึ่งควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐโดยแท้ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การประสานงาน การกําหนดนโยบาย และการจัดสรรงบประมาณ ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นภารกิจของส่วนราชการ ไม่ใช่ไปจัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อทําภารกิจ ในด้านนี้นะคะ

ประการที่ ๓ ก็คือปฏิรูประบบการบริหารและโครงสร้าง เราคงจะต้อง ไปดูแล้วค่ะ เพราะว่าตอนนี้รัฐมนตรีจะเป็นผู้กํากับดูแลองค์การมหาชนทั้งหมดที่เกิดขึ้นตาม พระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่แนวทางที่เสนอใหม่นี้ถ้าเป็นบริการสาธารณะทั่วไปนั้น เราจะให้ผู้ที่กํากับดูแลนั้นก็คือผู้บริหารกระทรวง ในขณะนี้ทางปฏิบัตินั้นการของบประมาณ จะต้องขอตามวิชัน (Vision) หรือว่าตามภารกิจของกระทรวงเป็นหลัก แล้วก็ผ่านกระทรวงด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องสําคัญที่ว่ากระทรวงจะต้องดูความเชื่อมโยงของภารกิจตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นบริการสาธารณะทั่วไปนั้นจะต้องให้ปลัดกระทรวงเป็นคนดูแล แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องตัวบอร์ด (Board) ก็ยังมีความเห็นว่าควรจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ไม่ใช่เจ้ากระทรวงเป็นคนดูแลตรงนี้ แล้วที่สําคัญในเรื่องการบริหารทั้งหลาย อย่างเช่นกรณี บุคลากรอย่างนี้คงจะไม่ใช่เป็นเหมือนข้าราชการก็คือจ้างตลอดจนเกษียณอย่างนี้นะคะ ต้องจัดระบบตรงนี้ใหม่ แล้วที่สําคัญก็คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องระบบสวัสดิการต่าง ๆ ด้วย ก็คงจะต้องปรับให้เหมาะสม ในเรื่องค่าตอบแทนช่วงที่ผ่านมา ๑-๒ ปีนี้เราจะได้ยิน เรื่องค่าตอบแทนขององค์การมหาชนที่ค่อนข้างสูงมาก สูงแม้กระทั่งสูงกว่าระดับผู้บริหารสูงสุด ของประเทศหลายหน่วยงาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นประเด็นใหญ่ เป็นประเด็นที่สําคัญ คงจะต้องศึกษาเรื่องค่าตอบแทน แล้วก็ที่ได้ยินมานะคะ ผู้อํานวยการองค์การมหาชนบางแห่ง ลุกขึ้นต่อสู้ในการที่จะบอกว่าค่าตอบแทนสูงนี่ไม่เห็นด้วยเด็ดขาดนะคะ ก็คงจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลเองจะต้องคิดตรงนี้ว่าขีดของความเหมาะสมควรจะอยู่ที่ไหน อย่างไร ดูทั้งเรื่องค่าตอบแทน ดูทั้งเรื่องสวัสดิการ แล้วก็เบี้ยประชุมทั้งระบบ โดยปรับให้สอดคล้อง กับภาระงาน โดยยึดหลักคุณภาพ หลักความยุติธรรม หลักความจูงใจ แล้วก็หลักความรู้ ความสามารถที่ควรจะเป็นไปต่อไปนะคะ

ในประการที่ ๔ ปฏิรูปเรื่องระบบค่าตอบแทน ก็คงไม่ใช่เฉพาะซีอีโอ (CEO) หรือเบี้ยประชุมเท่านั้น ก็คงจะทั้งระบบ เพราะตอนนี้ระบบค่าตอบแทนที่วางไว้ก็คือเหมือนจับ เบอร์ ๑ เป็นตัวตั้งแล้วก็ไล่เรียงลงมา ซึ่งบางงานนั้นไม่จําเป็นที่จะต้องกําหนดแบบไล่เรียง ลงมา ควรจะต้องมีโครงสร้างค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับภารกิจของงาน รวมทั้งดูเรื่องความรู้ ความสามารถที่จะใช้ในการปฏิบัติงานแต่ละด้านด้วย

ในด้านสุดท้ายซึ่งเป็นแผนที่นําเสนอ ก็คือปฏิรูประบบการติดตามและประเมินผล แน่นอนค่ะ องค์กรทั้งหลายที่คงอยู่โดยไม่มีการพิจารณาทบทวน ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบ การติดตามประเมินผลยังไม่ได้ทําอย่างเต็มที่ ยังไม่ได้ทําถึงขนาด ยังไม่ได้ทําอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สําคัญว่าจะต้องมีการสร้างระบบการติดตามประเมินผล ให้เข้มแข็ง แล้วก็สามารถตอบโจทย์ได้ว่าถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐตั้งอยู่โดยใช้งบประมาณ ของแผ่นดินแล้วความคุ้มค่าที่มี ที่คงอยู่ยังจะต้องเดินต่อไปแค่ไหน เพียงไร นี่คือภาพโดยรวม ของสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีการปฏิรูปองค์การมหาชนก็ ๕ ด้านหลัก ๆ ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ