สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

ธานินทร์ ผะเอม หารือเรื่องการวางผังเมืองที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมือง โดยเรียกร้องการจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการวางผังเมืองอย่างชัดเจน และมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบผังเมืองที่ครอบคลุมและชัดเจน

นายธานินทร์ ผะเอม กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ธานินทร์ ผะเอม สมาชิกหมายเลข ๐๗๔ ผมพยายามที่จะใช้เวลาให้อยู่ในขอบเขตที่ได้รับ โจทย์ที่เราได้รับเป็นวาระเร่งด่วน จะเห็นว่าชื่อของวาระเร่งด่วนเป็นชื่อของคําว่าผังเมือง เรื่องการใช้พื้นที่นะครับ ผมจะขออนุญาตเลยว่าตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เกริ่น ไว้แล้วว่าเราได้คํานึงถึงความสอดคล้องของยุทธศาสตร์ประเทศ ๒๐ ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ซึ่งแชปเตอร์ (Chapter) แรกจะเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๒) ตรงนี้เราเข้าใจกันดีว่าที่มาของวาระเร่งด่วนเกิดจากการที่ผังเมืองของเราเป็นไป อย่างไร้ทิศทางเราก็ทราบ เราอยู่เมืองกันไม่เป็นแม้กระทั่งในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากระบบ การจัดทําผังเมืองของเราขาดประสิทธิภาพและไม่ทันต่อการพัฒนาและการเติบโตของเมือง ขณะเดียวกันถ้าเราคํานึงการที่เราดูเมืองแล้วก็ไปโยงกับจังหวัด จังหวัดเป็นเขตการปกครอง แล้วก็เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารงานส่วนภูมิภาค แต่เมื่อคํานึงถึงพื้นที่ หน้าที่ของพื้นที่ และศักยภาพของพื้นที่แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันแต่จําเป็นต้องเชื่อมโยงกัน ขณะเดียวกัน ในแง่ของความสมดุลและยั่งยืนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของเราเสื่อมโทรมมาก กระทบ กับสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งการทํามาหากินของภาคธุรกิจ ตรงนี้การที่จะ ยั่งยืนได้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องได้รับการดูแลนะครับ ในแง่แผนการปฏิรูป จะมี ๒ ประเด็น คีย์เวิร์ด (Keyword) คําแรกก็เป็นเรื่องความสมดุล ซึ่งมิติของเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องมองไปพร้อมกันนะครับ คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ ๒ ก็คือเรื่องเราต้องใช้ผังเมืองเป็นตัวชี้นําการพัฒนา ตรงนี้ถ้าดูในแง่ความสมดุลประเด็นแรก แนวทางที่คณะกรรมาธิการได้มองไว้ก็คือ

แนวทางแรก เราต้องวางผังเมืองและการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับการพัฒนา ที่สมดุลและยั่งยืน และขณะเดียวกันเราคํานึงถึงความยืดหยุ่นที่จะใช้ผังเมืองสนับสนุน การใช้ประโยชน์พื้นที่หรือที่ดินของเราครบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จริง ๆ เรามองถึงปานกลางและระยะยาว ตามสเตป (Step) ของความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ การวางผังเมืองต้องคํานึง เรื่องพื้นที่ที่เป็นแอเรียเบส (Area based) ทั้งภาพรวมของประเทศ ทั้งภาพจังหวัด ชุมชน ทั้งนี้กติกาที่เราได้กําหนดไว้เราคงต้องกลับมาดูเรื่องของกฎหมาย ระเบียบ ที่จําเป็น จะต้องให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของผังเมืองในปัจจุบันแล้วก็ทิศทาง การพัฒนาประเทศในระยะยาว รวมทั้งต้องมีกลไกในการที่จะซูเปอร์ไวส์ (Supervise) ควบคุม กํากับ ดูแล ให้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างเหมาะสม

ในประการที่ ๒ แนวทางการแก้ไขเพื่อที่จะให้ผังเมืองเป็นเครื่องชี้นํา ในการพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาพื้นที่หรือผังประเทศทั้งในระยะปานกลางและในระยะยาว จําเป็นต้องได้รับการประเมิน สิ่งที่เราทําเป็นวาระเร่งด่วนก็คือการปูพื้นฐานของระยะกลาง และระยะยาวนะครับ สิ่งที่กรรมาธิการตระหนักดีนะครับ มันมีช่องว่างของการสื่อสาร ตามความเข้าใจของทุกภาคส่วน แม้ภาคเอกชนเองซึ่งมีข้อกังวลว่าผังเมืองจะเป็นข้อจํากัด ของการประกอบธุรกิจหรือธุรกรรมทางด้านเศรษฐกิจ ตรงนี้ก็ยังมีช่องว่างนะครับ โดยกระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ปรับ พยายามปรับ ตรงนี้เราคงต้องมาช่วยกันดูว่าแนวทาง การแก้ไขซึ่งมุ่งให้แต่ละพื้นที่สามารถที่จะดําเนินการ ซึ่งเราใช้คําว่ากระจายอํานาจ และคํานึงถึงการมีส่วนร่วม

ประการที่ ๓ ของแนวทางในเรื่องการให้ผังเมืองเป็นตัวชี้นําก็คือการจัดตั้ง หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ให้ชัดเจนนะครับ

ในประการต่อมา เรื่องวิธีการที่เราจะดําเนินการตามแนวทางที่วางไว้นะครับ ทั้ง ๒ เรื่องวิธีการปฏิรูปแต่ละแนวทางซึ่งมีแนวทางทั้ง ๒ ข้อนะครับ ในเรื่องของผังเมือง ที่คํานึงถึงความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมือง เป้าหมาย เราต้องพัฒนาระบบผังเมืองซึ่งเป็นผังของประเทศ ผังเมืองรวมจังหวัด ผังเมืองรวมของเมือง ชุมชน และผังเมืองเฉพาะ จะเห็นว่ามีเลเยอร์ (Layer) ที่แต่ละเลเยอร์ (Layer) จะต้องสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน ตรงนี้เราได้นํางานของ สปช. ซึ่งทําไว้ดีแล้วนะครับ ตรงนี้แต่เราจําเป็นต้อง เอากลับมาทบทวนว่าเวลาที่จะขับเคลื่อนให้ไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับ ทั้งสมดุล และเป็นตัวชี้นําของการพัฒนาประเทศ เราคงต้องหารือเพิ่มเติมว่าสิ่งที่จะทําให้เป็นรูปธรรมได้ เป็นที่ยอมรับได้ ก็คงต้องรับฟังแนวคิด แล้วก็นําไปสู่เรื่องระบบที่เป็นที่ยอมรับนะครับ แล้วขณะเดียวกันเมื่อสามารถที่จะกําหนดระบบที่ชัดเจนได้เราต้องดําเนินการให้เป็นไป ตามผังเมืองที่วางไว้ ตรงนั้นเราคงดูว่าเครื่องมือนะครับ เงื่อนไขอันนี้หลักการเงื่อนไข ที่กรรมาธิการได้คํานึงไว้ก็คือเรื่องเราคงต้องหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วก็ปรับ เรื่องกฎ ระเบียบให้รองรับ

ประการที่ ๒ ในวิธีการของประเด็นเรื่องความสมดุล มันต้องมีกฎหมาย เป้าหมายที่เราต้องมีกฎหมายที่สามารถจะยืดหยุ่น ปรับโดยคํานึงถึงความสมดุลของทุกมิติ ของการพัฒนา วิธีการเราคงต้องปรับปรุง ทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมาย หรืออาจจะ รวมถึงสร้างกฎหมายใหม่ที่จะทําให้ผังเมืองของเรายืดหยุ่น สมดุล และเอื้อต่อการพัฒนา ไปพร้อมกัน ตรงนี้เรื่องของการให้ผังเมืองเป็นตัวชี้นําในการพัฒนาประเทศนะครับ ก็จะเห็นว่า ตรงนี้เราต้องทําแผนพัฒนาที่มีความยืดหยุ่น ให้ความรู้ก่อนที่เราจะกระจายอํานาจ จริง ๆ กระจายความรับผิดชอบต้องให้ความรู้และความเข้าใจนะครับ แล้วก็มีการทบทวน ภารกิจและการออกแบบโครงสร้างองค์กรที่ทําหน้าที่ในเรื่องผังเมืองเป็นการเฉพาะนะครับ

ประการที่ ๒ สุดท้ายแล้วนะครับ เป็นเรื่องของการที่จะทําให้มีผังเมือง เป็นเครื่องชี้นําในการพัฒนาต้องมีหน่วยงานที่ชัดเจนที่มีความรับผิดชอบที่จะขับเคลื่อน ให้ผังเมืองเป็นตัวโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาในระยะยาว ผมขอสรุปอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ กรรมาธิการจะดําเนินการต่อไปเราจะคํานึงถึงความสมดุล ยั่งยืน และการมีส่วนร่วม รวมทั้ง การมีผังเมืองที่มีความยืดหยุ่น เอื้อต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจในสาขา ที่มีศักยภาพทั้งในปัจจุบันและในอนาคตไปพร้อมกัน ขอขอบพระคุณครับ