สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

รัชกฤต กาญจนวัฒน์ เสนอการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดสรรงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงเสนอจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา และเสนอแนวคิดการจัดทำงบประมาณแผ่นดินเชิงพื้นที่ โดยเน้นกระบวนการวางแผนจังหวัด การส่งเสริมบทบาทของชุมชน และประชาสังคมในการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงบประมาณเชิงพื้นที่

พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ ท่านประธานมาในจังหวะเวลา ที่เหมาะพอดีครับ ปัญหาด้านงบประมาณ ข้อมูลต่าง ๆ ท่านสมาชิก ท่านประธานดูได้จาก เอกสารของแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ หน้า ๒๕ ถึงหน้า ๓๙ ท่านกรุณาเปิดดูได้ คณะกรรมาธิการได้แจกให้ท่านเป็นปึกที่หนาพอสมควร ข้อมูลทั้งหมดใช้ข้อมูลจาก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว นําเสนอต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะอนุกรรมาธิการก็เพียงแค่นํามาขับเคลื่อนต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือวิธีการงบประมาณ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันค่อนข้างเน้นไปที่ส่วนราชการเป็นผู้จัดทําคําของบประมาณครับ วิธีการ ดังกล่าวนี้ได้เปิดพื้นที่น้อยมากสําหรับการมีส่วนร่วมของประชาชน ในเรื่องของกระบวนการ จัดทําคําของบประมาณใช้ระยะเวลาล่วงหน้าตั้งแต่ประมาณ ๑ ปีเศษ ทําให้การอนุมัติ งบประมาณค่อนข้างล่าช้า แล้วก็ขาดความยืดหยุ่นที่จะตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การวิเคราะห์งบประมาณเพื่อจัดลําดับความสําคัญ ของแผนงาน โครงการต่าง ๆ มีกระบวนการที่อาจจะถูกนําไปใช้ในการวิ่งเต้น ร้องขอ แล้วก็ ยอมให้เป็นพิเศษ ซึ่งหน้าที่หลักตรงนี้ก็ตกไปอยู่ที่สํานักงบประมาณนะครับ งบประมาณ ที่ถูกจัดสรรลงในพื้นที่มีลักษณะเป็นเบี้ยหัวแตกครับ ส่วนใหญ่งบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ ขั้นตอนการเสนอนั้นไม่ได้ผ่านจังหวัดตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงในบางรายการ ทําให้ขาดการบูรณาการในระดับจังหวัด กระบวนการชี้แจงงบประมาณ ส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับกรมก็จะมานําเสนอมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยังขาดการมีส่วนร่วม ของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบในนโยบายที่จะมาร่วมในการนําเสนอในการชี้แจง งบประมาณด้วย การติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณและการตรวจสอบ ยังขาดการติดตาม การประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณในปีก่อนหน้าเพื่อนํามาสู่ การจัดสรรงบประมาณในปีถัดไปครับ สิ่งนี้นํามาสู่แผนการปฏิรูปใน ๕ ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ซึ่งอันนี้ก็เป็นวัตถุประสงค์หลักก็คือ

เรื่องแรก ก็คือวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง

เรื่องที่ ๒ ก็คือการคลังภาครัฐ

เรื่องที่ ๓ ก็คือกระบวนการจัดทําและวิธีการงบประมาณแผ่นดิน

เรื่องที่ ๔ ก็คือเสนอจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา

เรื่องที่ ๕ ก็คือกระบวนการงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ และการใช้จ่าย เงินกองทุนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนครับ นี่ก็คือแผนการปฏิรูป หรือวัตถุประสงค์ใน ๕ ประเด็นด้วยกันครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําเพื่อตอบสนองต่อ ยุทธศาสตร์ชาตินะครับ ซึ่งเป็นกรอบในการจัดทํางบประมาณในเชิงภารกิจแล้วก็ในเชิงพื้นที่ มุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ การบูรณาการ การสร้างความเป็นธรรม ความรับผิด แล้วก็ความโปร่งใส นํามาสู่เป้าหมายผลผลิตหรือตัวชี้วัด ซึ่งจะปรากฏรายละเอียดในวิธีการปฏิรูปครับ

ในแผนปฏิรูปอันแรก ก็คือวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง ก็จะเน้นไปที่ ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการจัดเก็บรายได้ การจัดสรรงบประมาณ การใช้จ่ายเงิน งบประมาณ การบริหารเงินคงคลัง และสินทรัพย์ รวมทั้งการก่อหนี้สาธารณะ ในประเด็นที่ ๒ ของหัวข้อนี้ก็คือประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลในการดําเนินงานของภาครัฐ ซึ่งในภาพรวม ของการเสนอที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นของภาพรวมตรงจุดนี้ ได้นําเสนอเป็นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เสนอไป เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็หวังผล รอดูผลที่จะปรากฏขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งทั้ง ๕ แผนงาน ที่จะได้กล่าวต่อไปนี้ก็นํามาสู่ข้อเสนอในร่างรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่งที่ได้นําเสนอไปแล้วครับ

ในหัวข้อที่ ๒ ในเรื่องการคลังภาครัฐ ก็จะแยกออกเป็นการคลังระดับชาติ สิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องเร่งด่วนในการดําเนินการก็เป็นข้อเสนอต่อการร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการคลังภาครัฐ ตรงนี้จะไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายประมาณ ๑๐ ฉบับครับ ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะอนุกรรมาธิการที่จะต้องดําเนินการรวมทั้งสิ้นด้วยกัน ๑๕ ฉบับ ท่านสมาชิก ท่านประธาน ท่านเปิดดูได้ที่หน้า ๓๓ ถึงหน้า ๓๖ ในรายชื่อกฎหมายทั้ง ๑๕ ฉบับนี้ ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการอื่น ๆ อีกด้วยนะครับว่าท่านจะแก้ไขหรือไม่ เราจะ เสนอประเด็นไปให้ท่านประกอบการพิจารณา ซึ่งเป้าหมายของการดําเนินการในเรื่องของ การคลังภาครัฐก็จะพยายามดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ แยกออกเป็น การคลังท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยกัน ๕ ฉบับ จะได้เป็นข้อเสนอทิศทาง การแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะนําเสนอต่อคณะกรรมาธิการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการปกครองท้องถิ่น ด้านเศรษฐกิจหรือด้านอื่น ๆ

ในประเด็นที่ ๓ จะเป็นกระบวนการจัดทําและวิธีการงบประมาณแผ่นดิน เน้นไปที่ระบบงบประมาณส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ในเชิงพื้นที่ เป้าหมาย หรือว่าตัวชี้วัด หรือผลผลิตที่สําคัญก็คือจะออกมาเป็นตัวแบบ การจัดทํางบประมาณเชิงพื้นที่ ๑ จังหวัด แล้วก็ ๑ กลุ่มจังหวัด ซึ่งอาจจะมีถึง ๗๐ กว่าจังหวัด แต่เราเลือกเพียงแค่ ๑ เพื่อเป็นตัวแบบเท่านั้น กลุ่มจังหวัดมีถึง ๑๘ กลุ่มจังหวัด แต่ก็เลือกมาเป็นตัวแบบเพียงแค่ ๑ กลุ่มจังหวัด โดยเน้นไปที่กระบวนการทําแผนจังหวัด การส่งเสริมบทบาทของชุมชน และประชาสังคมในการมีส่วนร่วมในการจัดทําแผนงบประมาณเชิงพื้นที่ ระบบติดตาม และประเมินผล ซึ่งตัวแบบต่าง ๆ นี้ก็จะให้เป็นผลภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ แต่ในทางปฏิบัติ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินจะเร่งดําเนินการ ให้เร็วกว่านั้นอีก โดยมีกฎหมายเร่งด่วนที่เราจะต้องทํา ที่จะต้องแก้ไข ๕ ฉบับด้วยกัน ปรากฏ ในเอกสารที่หน้า ๒๘ ท่านเปิดดูได้ ตรงนี้จะต้องประสานกับคณะกรรมาธิการอื่น ๆ ด้วยว่า กฎหมาย ๕ ฉบับนี้มีอะไรบ้างที่เราจะต้องร่วมกันในการดําเนินการ เช่น พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เวลาหมดครับ สิ่งต่าง ๆ นี้ก็เน้นไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อตอบสนองต่องบประมาณเชิงภารกิจ แล้วก็งบประมาณเชิงพื้นที่ครับ

ในประเด็นต่อไป คือการบริหารงบประมาณ ก็จะเป็นข้อเสนอในการแก้ไข กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๑๕ ฉบับ ภาพโดยรวมนะครับ การติดตามและการตรวจสอบ การใช้จ่ายงบประมาณ จะเน้นไปที่การพัฒนาระบบข้อมูลงบประมาณจังหวัดที่เปิดเผย ต่อสาธารณะ การปรับปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๖๑ นั่นหมายถึงว่าผลงาน ต่าง ๆ ที่ดําเนินการนี้เราจะพยายามดําเนินการให้เกิดผลในการดําเนินการในการจัดทํา งบประมาณปี ๒๕๖๑ ซึ่งกระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เป็นต้นไปครับ ภาพโดยรวม ทั้งหมดนี้ก็มุ่งไปสู่คําของบประมาณรายจังหวัด มุ่งไปสู่การตอบสนองของการติดตาม และประเมินผลโดยหน่วยงานต้นสังกัดแล้วก็สมัชชาพลเมือง การเปิดเผยข้อมูล การจัดสรร งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็ผลการดําเนินงานเพื่อความโปร่งใส

ในประเด็นที่ ๔ ก็คือการเสนอจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา ซึ่งมีการดําเนินการมีความคืบหน้าอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว

ในประเด็นที่ ๕ ก็คือกระบวนการงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ และการใช้จ่าย เงินกองทุนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ก็จะเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องนี้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องที่สําคัญได้รับทราบ ภาพโดยรวมก็นําไปสู่ภาพอันสุดท้าย ก็คือเป็นภาพกระบวนการจัดทํางบประมาณตามพื้นที่ เสริมด้วยการคลังภาครัฐ เป็นภาพ แห่งความฝันในอนาคตซึ่งมีการทําแล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นการประสานให้ดียิ่งขึ้น ผลเพื่อให้สร้าง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการเพื่อเน้นเข้าไปสู่การเสริมสร้างประชาธิปไตยด้วย เพื่อเข้าไปสู่การบูรณาการหน่วยงานและมุ่งผลลัพธ์เพื่อสร้างความสมดุล และประสิทธิภาพ เสริมสร้างธรรมาภิบาล แล้วก็ความโปร่งใส สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีการบูรณาการ เพื่อดําเนินการต่อไป ซึ่งท่าน พลเอก อภิชาต เพ็ญกิตติ จะเป็นผู้นําเสนอครับ