สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ หารือเรื่องภารกิจของคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นการปฏิรูปและวาระปฏิรูปเร็ว พร้อมระบุเป้าหมาย ผลผลิต และสิ่งชี้วัด (KPI) ในแผนปฏิรูป และขอให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุ้มค่า และประชาชนได้ความสุขมากขึ้น

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพยิ่ง เรียนท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ กรรมาธิการ วันนี้จะมาเล่าแล้วก็ขอรับความเห็นจาก ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน อยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินมีภารกิจอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ในเรื่องของ การปฏิรูปซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัย สปช. ภารกิจที่ ๒ ก็คือวาระปฏิรูปเร็ว ซึ่งสืบเนื่องมาจาก สปช. ๒ วาระ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามอบหมายมาอีก ๑ วาระ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ เมื่อวันที่ท่านมาพบแม่น้ํา ๕ สาย ท่านส่งเอกสารมานะครับ เป็นเรื่องของ การจัดระบบผังเมืองและการใช้พื้นที่ อยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าการศึกษาของ คณะกรรมาธิการในรายงานนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ภาคด้วยกัน

ภาคที่ ๑ มีการกล่าวถึงในเรื่องของบทสรุปของผู้บริหาร ในบทสรุปของ ผู้บริหารก็จะมีกล่าวสรุปในเรื่องของการศึกษาของกรรมาธิการ ในภาค ๑ ส่วนที่ ๑ ก็จะเป็นการศึกษาในเรื่องของโครงสร้างของภาครัฐ ซึ่งในเรื่องของโครงสร้างของภาครัฐนี้ ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร จะเป็นผู้นําเสนอ ขออนุญาตท่านประธานเป็นผู้นําเสนอในส่วนนี้นะครับ หัวข้อจะเป็นไปตามที่ท่านประธานกรรมาธิการ ร้อยเอก ทินพันธุ์ เป็นผู้กําหนดไว้ แต่เนื่องจากว่าในมาตรา ๓๙/๒ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้พูดถึงอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศว่าให้ศึกษาแนวทางการจัดทําแผนปฏิรูป และให้คํานึงถึงเรื่องผลสัมฤทธิ์ ตรงผลสัมฤทธิ์นี้ผมว่ามีความสําคัญมาก ถ้าจะศึกษาแล้ว ถ้าไม่ระบุผลสัมฤทธิ์ไว้เลยก็กระไรอยู่ ดังนั้นในคณะกรรมาธิการปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน จึงเห็นตรงกันว่า ในช่องที่ถัดจากแผนปฏิรูปแล้วน่าจะต้องระบุเป้าหมาย ผลผลิต และสิ่งชี้วัด ที่สําคัญหรือเคพีไอ (KPI) ขอประทานโทษที่กล่าวภาษาอังกฤษ ที่เรารับทราบกันอยู่ ในปัจจุบัน นอกจากนั้นก็จะเป็นเหมือนกับที่ทางท่านประธานทินพันธุ์ได้กําหนดไว้ มีอยู่อีก ประเด็นหนึ่งที่กรรมาธิการเห็นพ้องว่าสมควรจะต้องระบุไว้เช่นกัน ก็คือในช่อง แหล่งงบประมาณ งบประมาณมีความสําคัญ กรรมาธิการเห็นด้วย แต่มีสิ่งอื่นเหมือนกัน ที่สําคัญไม่น้อยกว่างบประมาณ ฉะนั้นเราจึงระบุไว้ว่าในช่องงบประมาณนั้นเราเพิ่มไว้ด้วยว่าเป็นเงื่อนไขสําคัญที่จะทําให้แผน นั้นสําเร็จ หรือถ้ามองในเรื่องของการทําแผนตรงนี้ก็คืออิมพอร์แทนต์แอสซัมพ์ชันส์ (Important assumptions) ฉะนั้นทุกอย่างเหมือนกับที่ทางท่านประธานสภาได้กําหนด แต่ว่าเราเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น

สําหรับในส่วนที่ ๒ นอกจากที่คณะอนุกรรมาธิการโครงสร้างภาครัฐแล้ว จะขออนุญาตท่านประธานว่าในส่วนของธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากร ในภาครัฐนั้น จะขออนุญาตให้ท่านวิบูลย์ สงวนพงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ ท่านเป็น อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กราบเรียนท่านประธาน ส่วนในคณะอนุกรรมาธิการ คณะที่ ๓ นั้น จะขออนุญาตให้ท่าน พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ นําเสนอกราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกที่เคารพในเรื่องส่วนของการงบประมาณการคลังภาครัฐ ซึ่งภาครัฐ ตรงนี้ไม่รวมเฉพาะงบประมาณ จะรวมถึงเงินนอกงบประมาณด้วย แต่เป็นเงินของภาครัฐ ซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่งเช่นกัน หลังจากนั้นจะขออนุญาตท่านประธานว่าจะให้ท่าน พลเอก อภิชาต เพ็ญกิตติ ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้กราบเรียนนําเสนอบูรณาการการศึกษา ของ ๓ คณะอนุกรรมาธิการเข้าด้วยกัน นั่นเป็นภาค ๑ ในภาค ๒ นั้น จะนําเสนอในเรื่องของ วาระปฏิรูปเร็ว จะมีด้วยกันทั้งหมด ๓ วาระ คือ วาระที่ ๑ การกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ วาระที่ ๒ ของการวางระบบผังเมืองและการใช้พื้นที่ ซึ่งผมกราบเรียนเมื่อตอนต้นว่าได้รับ มอบหมายมาเพิ่มเติม แล้วในวาระที่ ๓ ของปฏิรูปเร็วก็คือองค์การมหาชน ซึ่งในเรื่องนี้ จะขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเบญจวรรณเป็นผู้นําเสนอ เพราะเป็นผู้ศึกษามาตั้งแต่ สมัย สปช. หลังจากนั้นแล้วในภาค ๓ จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจะขออนุญาตสรุป โดยจุดเน้นการศึกษาของเราก็คืออยู่ที่ว่าประเทศชาติได้อะไร ประชาชนได้อะไรในการปฏิรูป ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเราจะเสนอผลผลิตในการศึกษาของเราจะมีอะไรในแต่ละห้วงเวลา ๖ เดือนที่ ๑ ๖ เดือนที่ ๒ ๖ เดือนที่ ๓ แล้วบวก ๖ เดือนที่ ๔ ขณะเดียวกันเราจะได้มีการศึกษาว่า แล้วในการศึกษานั้นทําให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ประชาชนได้ความสุขมากขึ้นหรือไม่ สนองตอบต่อภารกิจของประเทศชาติอย่างไร โดยสรุป ที่นํากราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตให้ท่านเบญจวรรณกราบเรียนท่านประธานต่อครับ ขอบพระคุณครับ