สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปในด้านสังคม โดยเสนอแนวคิดการพัฒนากําลังคนและแรงงานของประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในการร่วมอภิปรายการขับเคลื่อนการปฏิรูปในด้านสังคม ก็ต้อง ขอชื่นชมขอบพระคุณท่านผู้ชี้แจงนะครับ ท่านประธานอําพล แล้วก็ทุก ๆ ท่านที่ได้ ให้ความกระจ่างกับพวกเราที่จะมาต่อยอดมาสานต่อการขับเคลื่อนด้านสังคม ซึ่งก็ต้อง ถือว่าเป็นด้านที่มีความสําคัญอย่างยิ่งนะครับ อย่างที่ท่านประธานได้กรุณากล่าวไม่แพ้ ด้านอื่นด้านใดเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องของเราเอง ของครอบครัวเรา และของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ผมได้รับอนุมัติจากท่านประธานให้แจกเอกสารมีอยู่ ๕ แผ่นนะครับ เพียงแต่ ไม่มีชื่อผมอยู่เท่านั้นเองนะครับ ขึ้นหน้าแรกเขียนว่าบทสรุปผู้บริหารนะครับ เอกสารอันนี้ ก็จัดทําขึ้นเพื่อที่จริงแล้วเจตนาที่ให้ทําเอกสารนี้เพื่อจะให้เห็นแนวทางที่ท่านประธาน และท่านประธาน สปท. ได้พูดถึงอยู่เสมอว่าเราจะต่อยอดงานของ สปช. อย่างไร เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าเอกสารที่ผมแจกใน ๓ หน้าแรกจะพูดถึงทอปปิก (Topic) ของผม คือแนวคิดการพัฒนากําลังคนและแรงงานของประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดต่อจาก คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านแรงงานของ สปช. โดยนําข้อเสนอทั้ง ๓ ข้อ ๓ หลักที่ สปช. ได้เสนอด้านแรงงานมาขับเคลื่อนต่อ เพราะฉะนั้นใน ๓ หน้าแรกก็จะพูดถึงวิธีการ อันนี้คือ ฮาวทู (How-to) ที่ท่านประธานพูดอยู่บ่อย ๆ แต่ฮาวทู (How-to) ของผมจะลงไปจนถึง ฮู (Who) วอต (What) แอนด์ (And) เวน (When) ฮู (Who) คือว่าใครทําบ้าง วอต (What) ทําอะไร แล้วก็เวน (When) ทําเมื่อไร เพราะฉะนั้นในหน้า ๑ และหน้า ๒ นั้นจะแบ่งกลุ่มออกเป็น ๘ กลุ่มงาน คือฮู (Who) ใครอยู่ในฮู (Who) นี้บ้าง ในแต่ละกลุ่มงานนี้ก็จะมีตัวละครที่ต่างกัน คือมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนที่ต่างกัน และในหน้าที่ ๓ ก็จะเป็นเรื่องของการขับเคลื่อน ซึ่งผมกําหนดระยะไว้ ๖ ปี มีระยะแรกก็เป็นระยะของการวางแผนดําเนินงานขับเคลื่อน ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ ๖ เดือน ถึง ๑ ปี ระยะที่ ๒ ก็เป็นระยะของการเริ่มดําเนินการ ขับเคลื่อนก็ใช้เวลาอีกประมาณ ๒ ปี ระยะที่ ๓ คือการทําการขับเคลื่อนให้สําเร็จอย่างต่อเนื่อง ในสิ่งที่ยังทําไม่สําเร็จ ในหน้าที่ ๔ นั้นซึ่งตอนนี้ก็ฉายภาพที่ปรากฏอยู่บนจอซึ่งอาจจะตัวเล็กมาก แต่ท่านสามารถดูได้จากเอกสารที่ผมได้มอบให้ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ในหน้านี้จะบอกทุกอย่างถึงสิ่งที่ผมได้นําเรียนเสนอคือตั้งแต่นโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาตินั่นเอง ก็จะมีขั้นตอน อันแรกคือมาตรการหลัก ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานเสนอไว้คือการพัฒนา ฝีมือแรงงาน ขับเคลื่อนโดยพระราชบัญญัติบูรณาการพัฒนากําลังคนและพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งก็มี พ.ร.บ. ที่เสนอ ภายใต้ พ.ร.บ. นี้จะมีคณะกรรมการบูรณาการพัฒนากําลังคน และพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งจะมาเป็นคณะกรรมการระดับชาติขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี มาขับเคลื่อนการทํางานของทุกหน่วยงาน เริ่มตั้งแต่กลุ่มที่ ๑ คือการเชื่อมโยงเอ็นคิวเอฟ (NQF) ก็คือเนชันนัล ควอลิฟิเคชันส์ เฟรมเวิร์ก (National Qualifications Framework) หรือกรอบคุณวุฒิชาติและเปรียบเทียบกับเอคิวอาร์เอฟ (AQRF) เป็นกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานและระบบเศรษฐกิจในยุคใหม่ที่เราเรียกว่า ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital economy) จากนั้นในกลุ่มที่ ๒ เมื่อมีการเชื่อมโยงกันแล้วทั้งในส่วนของมาตรฐานวิชาชีพ ของหน่วยงานต่าง ๆ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะได้พัฒนา ระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพต่าง ๆ ตามที่ท่านไวกูณฑ์ได้พูดถึงคือเป็นคอมพีเทนซีเบส (Competency-based) หมายความว่าเป็นการพัฒนาบนพื้นฐานของสมรรถนะไม่ใช่แค่ วิชาเรียนในห้องอย่างเดียว เมื่อเราสร้างการยอมรับระบบคุณวุฒิวิชาชีพนี้ได้แล้ว ซึ่งปัจจุบัน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบและเป็นออโธริตี (Authority) ที่สามารถที่จะกําหนดกรอบคุณวุฒิวิชาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บายลอว์ (By law) จากนั้นกระทรวงศึกษาธิการก็จะนําไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการศึกษาในการสอน และกลุ่มที่ ๓ ก็เป็นองค์กรรับรองสมรรถนะซึ่งมีความสําคัญ กลุ่มที่ ๔ เป็นเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มที่ ๕ ก็เป็นส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ ๖ ก็เป็นการสนับสนุนจาก หน่วยงานต่าง ๆ ในกลุ่มที่ ๗ ก็เรื่องของรีเสิร์ช (Research) อาร์แอนด์ดี (R&D) เป็นเรื่องที่มี ความสําคัญที่จะนํามาต่อยอดความสําเร็จ ส่วนกลุ่มที่ ๘ ก็เป็นเรื่องที่บีโอไอ (BOI) และกระทรวงการคลังต้องเข้ามาช่วยในการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุน ในการให้ การศึกษาต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ เลเบอร์ฟอร์ซ (Labor force) ซึ่งท่านคุณหมออําพลได้ฉายวีดิทัศน์ให้เราดูว่ามีอยู่ประมาณ ๓๕-๓๗ ล้านคน ตั้งแต่ผู้ที่อยู่ในวัยเรียนจนถึงผู้ที่อยู่ในวัยที่เราเรียกว่าสังคมผู้สูงอายุก็จะ มีโอกาสได้รับการพัฒนา เพราะฉะนั้นการพัฒนาฝีมือแรงงานถือเป็นหัวใจของการที่จะนําประเทศไปสู่การมีศักยภาพ ในการแข่งขันในด้านเศรษฐกิจกับนานาชาติได้ ซึ่งเรายังต้องถือว่าตามหลังประเทศที่เขาพัฒนา ในเรื่องการสร้างระบบครูวิชาชีพ การกําหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานต่าง ๆ เป็นสิบ ๆ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญยิ่ง ผมจึงได้นํามาดําเนินการ และในหน้าสุดท้ายนะครับ ก็จะเป็นแผ่นขวาง ซึ่งจะกําหนดระยะและแผนงานในแต่ละห้วงระยะเวลาว่าในแผนที่ ๑ ระดับห้วง ๖ เดือนแรกทําอะไร ๒ ปีถัดไปทําอะไร และ ๓ ปีถัดไปทําอะไร ก็ใช้เวลาประมาณ ๖ ปีที่จะทําให้การพัฒนากําลังคนและฝีมือแรงงานของประเทศไทยสามารถยกระดับ เข้าไปเป็นแนวหน้าของอาเซียน (ASEAN) ได้ ก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะได้ดูจากเอกสารก็คงจะ มีความเข้าใจนะครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน