ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือเรื่องการขาดแรงงานในประเทศไทย โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยง สูญเสีย และไม่สะอาด และเรียกร้องการปฏิรูปการแรงงาน โดยมีเป้าหมาย 4 ประเด็นใหญ่ คือ การพัฒนาฝีมือแรงงาน การเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ การจัดตั้งธนาคารแรงงาน และการจัดตั้งระบบฐานข้อมูลด้านแรงงาน โดยเน้นการพัฒนามนุษย์ทุกวัยและจัดตั้งสํานักงานจัดหางานในประเทศต้นทาง และเสนอการปฏิรูปแรงงานเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลแรงงานและเพิ่มโอกาสในการทำงานให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ต้องขออภัยท่านประธานนะครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ครับ ไม่ใช่รองศาสตราจารย์นะครับ ท่านประธานกรรมาธิการคือท่าน พลเอก เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการปฏิรูปแรงงานท่านติดภารกิจ มอบให้ผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๔๗ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปแรงงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ มาทําหน้าที่นําเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ซึ่งผลของการศึกษาค้นคว้านั้นได้นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ และได้นําเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเป็นลําดับนะครับ ในปัจจุบันนี้ปัญหาของประเทศไทยที่สําคัญยิ่งคือปัญหา ของการขาดแรงงานทั้งภาคการผลิตของอุตสาหกรรม ของการก่อสร้าง ของการเกษตร รวมทั้งการบริการอื่น ๆ อีก เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง การที่เราขาดแรงงานนั้นประเทศไทยไม่ได้ขาดคน แต่ขาดแรงงาน ที่จะเข้าไปทํางานได้ โดยเฉพาะงานที่เรามักจะเรียกว่างาน ๓ ดี (3D) แดนเจอรัส (Dangerous) ดิฟฟิคัลท์ (Difficult) และเดอร์ตี (Dirty) คนไทยไม่ทํา รวมถึงกิจการประมงด้วย อันนี้ เป็นผลกระทบอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของชาติ ผู้ใช้แรงงานของไทย มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีเนื่องจากไม่สามารถเข้าหาแหล่งทุนและไม่มีวินัยทางการเงินที่ดีพอ รวมทั้งได้รับค่าตอบแทนที่ไม่สัมพันธ์กับทักษะฝีมือ เราจึงมีความจําเป็นที่จะต้องพึ่งพา แรงงานต่างชาติเป็นจํานวนมาก ซึ่งในปัจจุบันนี้ประมาณการว่าจะมีแรงงานต่างชาติเข้ามา อยู่ปฏิบัติงานในประเทศไทยไม่ต่ํากว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่จํานวนผู้ที่จดทะเบียนแรงงานนั้น คาดว่าจะไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ปัญหาของแรงงานต่างชาติก็เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ ต่อประเทศไทยทั้งด้านความมั่นคงทางสังคม สาธารณสุข และอื่น ๆ อีกมากมายเป็นที่รับทราบ กันทั่วไป เรามีแรงงานของคนไทยที่ปฏิบัติงานอยู่ถึง ๓๙ ล้านคน โดยแยกออกเป็นแรงงาน ในระบบ ๑๘ ล้านคน และแรงงานนอกระบบ ๒๑ ล้านคน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูป ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ดังนี้คือ ๑. การปฏิรูปการพัฒนาฝีมือแรงงาน ๒. ปฏิรูปการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ และ ๓. การจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ประเด็นที่ ๔ การจัดทํา ระบบฐานข้อมูลด้านแรงงาน โดยนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างบูรณาการ เพื่อการกําหนดแผนยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแนวนโยบายด้านแรงงาน ซึ่งในประเด็น ต่าง ๆ นั้นมีรายละเอียดพอสังเขปที่จะกราบเรียนให้ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพได้รับทราบเป็นแนวทางว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปแรงงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ศึกษาไว้อย่างไรบ้าง
ประเด็นที่ ๑ ในการปฏิรูปการพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น คงรับทราบนะครับว่า เราไม่มีแรงงานฝีมือระดับสูงที่จะเข้าไปสู่สถานประกอบการ จึงทําให้ขาดแคลนแรงงาน ดังกล่าว คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานเห็นว่าแนวทางในการที่จะจัดการกับปัญหา การพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการพัฒนาคน โดยอาศัย กรอบการพัฒนามนุษย์ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เน้นการพัฒนามนุษย์ ในทุกวัย ตั้งแต่วัยอนุบาล วัยเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย และนอกจากนั้นภายหลังการเข้าสู่ ตลาดแรงงานแล้วก็จัดให้มีการเรียนรู้และมีการพัฒนาตลอดชีวิต โดยดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชนด้วย ๒. โดยการนําระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพมาร่วมบูรณาการการศึกษาในระบบ การเรียนรู้ในสายอาชีวศึกษา และการฝึกทักษะอาชีพที่มีเอกภาพ โดยมีการปรับปรุงพัฒนาการเรียน การฝึกทักษะในเชิงช่าง หรืออาชีวศึกษา ซึ่งเป็นที่ต้องการ ของตลาดแรงงาน และมีภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรง ผ่านการนําระบบการพัฒนาความรู้ ความสามารถแบบคอมพีเทนซี เบส เทรนนิง (Competency-Based Training) ที่อาศัย แนวคิดที่ให้ผู้เรียนสามารถทํางานได้จริง นอกจากนี้การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน กับเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยก็มีความจําเป็นยิ่ง ซึ่งจําเป็นที่จะต้องทําต่อเนื่อง ตลอดไป ต้องสร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้ให้กับแรงงานที่จะยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน ของเขา โดยมุ่งเน้นในด้านของการที่จะให้ภาคเอกชนหรือสถานประกอบการมาร่วม ในการที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยมาตรการที่เป็นแรงจูงใจ เช่นมาตรการทางภาษี
ประเด็นที่ ๒ ในแนวทางการปฏิรูปการจัดการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ ซึ่งตามที่ผมเรียนว่าคณะเราได้ศึกษานั้นประมาณการว่ามีอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ก็ไม่รู้ว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้อยู่ที่ไหนบ้าง อยู่อย่างไรนะครับ มีจดทะเบียนอยู่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ความจําเป็นในการที่จะต้องใช้แรงงานต่างชาติเพื่อมาขับเคลื่อน เศรษฐกิจหรือมาใช้ในภาคของการผลิตและการบริการยังมีความจําเป็นอยู่ เพราะเรา ไม่สามารถที่จะพัฒนาหรือจัดคนไทยเข้าไปทดแทนได้ และในอนาคตก็ยังเป็นปัญหาสําคัญ ที่จะเกิดขึ้น ทางคณะไม่ได้กังวลว่าเราจะขาดแคลนแรงงาน เพราะว่าตราบใด ที่ค่าแรงงานของไทยยัง ๓๐๐ บาท แรงงานต่างชาติหรือประเทศใกล้เคียงแรงงานค่าแรง รายวันวันละ ๙๐ บาทหรือ ๑๐๐ บาท ก็จะเป็นแรงจูงใจให้คนงานหรือแรงงานต่างชาติ มุ่งเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองไทยนะครับ การปฏิรูปของการจัดการเคลื่อนย้ายแรงงาน ข้ามชาตินั้น จะต้องจัดทําให้มีฐานข้อมูลและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรวบรวมข้อมูล แรงงานข้ามชาติ นําข้อมูลเข้าฐานข้อมูลกลางเพื่อให้สามารถเรียกดูประมวลผล และใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ และมีการจัดทําข้อตกลงด้านแรงงานกับประเทศต้นทาง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแรงงานเพื่อจัดตั้งสํานักงานจัดหางานในประเทศต้นทาง นอกจากนั้นในด้านของการบริหารจัดการเพื่อคุณภาพชีวิตและสิทธิมนุษยชนอันพึงมีให้กับ แรงงานต่างชาติก็มีความจําเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พักอาศัย สิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ที่เขา พึงได้รับการปฏิบัติเยี่ยงสามัญชนหรือเทียบเท่าคนไทย หรือไม่สามารถเทียบเท่าคนไทย ก็ขอให้มีความใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย การสาธารณสุข หรือการศึกษา อันนี้เป็นสิทธิมนุษยชนสากลที่ควรพึงปฏิบัติตามหลักการของไอแอลโอ (ILO)
ประเด็นที่ ๓ การจัดตั้งธนาคารแรงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การจัดตั้ง ธนาคารแรงงานขึ้นเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนทางการเงิน และเป็นธนาคารของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง แตกต่างจาก ธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารอื่น ๆ ของรัฐ นโยบายหลักเราไม่ได้มุ่งส่งเสริมให้แรงงาน เป็นหนี้นะครับ เรามุ่งที่จะส่งเสริมให้แรงงานได้รู้จักการออม และเปิดโอกาสให้แรงงาน ได้มีความสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งทุนของรัฐที่มีอัตราดอกเบี้ยถูก เพื่อที่จะสามารถนําไปใช้ ในการประกอบชีวิต ในการดํารงชีวิต โดยไม่ต้องไปใช้สถาบันการเงินอื่นหรือสถาบันการเงิน นอกระบบที่เป็นปัญหาต่อแรงงาน เพราะฉะนั้นในการดําเนินการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตนั้นมุ่งหวังที่จะให้แรงงานมีวินัยทางการเงิน และต้องการให้แรงงาน ได้พ้นจากวงจรความยากจนอันจะนําไปสู่ความมั่นคงทางรายได้แบบยั่งยืน ลดช่องว่าง และความเหลื่อมล้ําของคนในชาติ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิเข้ามา เป็นเจ้าของผ่านการซื้อหุ้นของธนาคารได้ ในช่วงเริ่มต้นให้จัดตั้งดําเนินการในรูปของกองทุน พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน เป็นหน่วยงานในสังกัดของธนาคารแรงงาน โดยในช่วงระยะเวลา ๓ ปีแรกหากผลประกอบการกองทุนดีมีประสิทธิภาพ ให้คณะกรรมการ ธนาคารแรงงานพิจารณาดําเนินการธนาคารแรงงานได้ และเมื่อมีการจดทะเบียนเพิ่มทุน ของธนาคาร ให้ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิซื้อหุ้นธนาคารได้ก่อน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงานเห็นว่ามีความจําเป็นและมีความสําคัญยิ่งต่อการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ของแรงงาน
ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสุดท้าย จัดทําฐานข้อมูลระบบแรงงานโดยนํา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างบูรณาการเพื่อกําหนดแผนยุทธศาสตร์ และการขับเคลื่อนแนวนโยบายด้านแรงงาน สําหรับฐานข้อมูลด้านแรงงานนั้น เป็นที่ถกเถียงกันและเป็นที่ได้นําเสนอกันว่าฐานข้อมูลด้านแรงงานนั้นไม่สามารถที่จะนํามา บูรณาการกับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทางความมั่นคงเช่นกระทรวงกลาโหม หรือกระทรวงมหาดไทยที่จะรู้แหล่งสถานประกอบการของคนงานว่าอยู่ที่ไหน คนต่างชาติ เข้ามาอยู่บ้านเรากี่คน อยู่ที่ตรงไหนบ้าง ลงทะเบียน จดทะเบียนถูกต้องกี่คน จะจัดทํา ฐานข้อมูลที่มีการบูรณาการกับทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง และจัดเป็นฐานเดียว เพื่อที่จะสามารถให้แรงงานนั้นรับทราบถึงสถานประกอบการที่มีอยู่ในประเทศไทย หรือสถานประกอบการที่เขาควรจะไปปฏิบัติงาน นอกจากสถานประกอบการแล้วสถานภาพ ของข้อมูลแรงงานก็จะต้องมีความชัดเจนทุกระดับทั้งแรงงานในประเทศและต่างประเทศ จากแนวทางการศึกษาดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการได้นําเสนอและถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ประเด็น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๘ ไม่สามารถ ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติได้จึงไม่มีผลบังคับใช้ แต่ทั้ง ๔ ประเด็นดังกล่าว ได้ถูกบรรจุไว้แล้ว คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานมีความเชื่อมั่นว่าหากการปฏิรูปแรงงาน เป็นไปตามแผนการปฏิรูปนี้ คนรุ่นใหม่ของประเทศจะมีอนาคต ผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และผู้ใช้แรงงานทั่วไปจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเข้มแข็ง มีทักษะฝีมือ เป็นกําลังสําคัญของชาติที่จะช่วยพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และในทางการเมือง ก้าวเข้าสู่สังคมโลกได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะรองรับ ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมของประเทศชาติที่มีสังคมของผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นตามที่คุณหมออําพลได้นําเรียนในเบื้องต้น ผมขอนําเสนอการปฏิรูปแรงงาน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ