วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องกระบวนการสาธารณสุขไทยที่พัฒนาไปเร็ว มีปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และเรียกร้องการปรับปรุงระบบสาธารณสุขให้เหมาะสม โดยเสนอแนวคิดเรื่องการรับแพทย์ต่างประเทศมาในประเทศไทย เพื่อปรับปรุงมาตรฐานการดูแลสุขภาพของประเทศ และการเปิดโอกาสให้แพทย์ต่างประเทศมาสร้างความได้เปรียบในการรักษาคนต่างประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่จะอภิปรายต่อจากท่านอดีตปลัดกระทรวง ในฐานะผมก็เป็นอดีตรัฐมนตรี ไปอยู่ที่นั่นมา ๓๖๕ วันพอดีครับ ก็ต้องยอมรับนะครับว่ากระบวนการสาธารณสุขไทย เป็นกระบวนการที่พัฒนาตัวได้ดีมากครับ จนเกิดปัญหาที่เราต้องพูดกันก็คือสังคมผู้สูงอายุ จากอายุคนไทยเฉลี่ย ๔๐ กว่าปีก็เสียชีวิตนะครับ มาวันนี้อายุคนไทยเรา ๖๕ ปี จะไป ๗๐ ปีแล้ว แล้วจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วมาก เพราะฉะนั้นต้องยอมรับว่ากระบวนการสาธารณสุข ประเทศไทยพัฒนาไปเร็ว ปี ๒๕๑๘ เราเริ่มส่งแพทย์บุกชนบท รุ่นพวกผมที่จะจบปริญญาตรี ตอนนั้นนะครับ รุ่นพี่ผมจบกันไปก็ไปนั่งเป็นหมอโรงพยาบาลอําเภอ ทั้งโรงพยาบาลมีหมอ คนเดียว แล้วก็อยู่ในแวดล้อมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่กี่คน เย็นก็ต้องนั่งร้องไห้หัวบันไดครับ วันนี้เรามีโรงพยาบาลอําเภอครบหมดทุกอําเภอในประเทศไทย แม้แต่อําเภอที่ตั้งใหม่ ก็ได้สร้างโรงพยาบาลเกือบครบถ้วน เมื่อปี ๒๕๕๔ เราก้าวถึงขั้นตั้ง รพ.สต. โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล หลายคนก็คิดว่าคงอีกนานกว่าเราจะมีหมอโรงพยาบาลตําบล จริงครับ ปี ๒๕๔๘ ใครไม่คิดหรอกครับว่าประเทศนี้จะมีหมอครบทุกอําเภอ วันนี้เรามีหมอครบ ทุกอําเภอ เราก้าวไปตั้งโรงพยาบาลตําบล ความคิดที่จะมีหมอทุกโรงพยาบาลตําบล ๘,๐๐๐ กว่าตําบลนี้ยาก แต่ท่านประธานครับ ระบบที่ท่านปลัดกระทรวงได้พูดเมื่อสักครู่ครับ ระบบที่สามารถพัฒนาการเชื่อมร้อยระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล มาโรงพยาบาลอําเภอ มาโรงพยาบาลจังหวัด และมาโรงพยาบาลศูนย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถเชื่อมร้อยกันได้ครับ เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลตั้งขึ้นมา ไม่ใช่เป็นฟิตเนส (Fitness) ส่งเสริมสุขภาพอย่างเดียวนะครับ เราใช้คําว่า โรงพยาบาลด้วย เพราะฉะนั้นที่นั่นอย่างน้อยเมื่อประชาชนไม่มีสิทธิพบหมอจริง ๆ เพราะเรามีหมอไม่พอ มันก็สามารถใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video conference) หรือระบบอะไรก็ได้ครับ ที่เมื่อเข้าสู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลแล้วเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่นั่นจะจัดให้ประชาชน ได้พบแพทย์ทางหน้าจอทีวี (TV) และได้รับคําอธิบายทางการแพทย์ วันนี้ที่คุณหมอ ท่านปลัดกระทรวงพูดถึงว่าเรามีระบบที่ตายกลางทางเยอะ เพราะกระทรวงสาธารณสุข เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น ในครั้งที่มีศาลจังหวัดทุ่งสงตัดสินพิพากษาจําคุกหมอซึ่งได้ ใช้ความสามารถเต็มที่ เป็นหมอคนเดียวและคุมการดมยาด้วย ผ่าตัดคลอดและคนป่วย ถึงแก่ชีวิต ศาลชั้นต้นพิพากษาจําคุกครับ เป็นเหตุให้โรงพยาบาลอําเภอเกือบทั้งประเทศ ปฏิเสธที่จะทํางานการเสี่ยงทั้งหมด งานผ่าตัดทั้งหมดหยุดครับ เพราะไม่มีวิสัญญีแพทย์ ก็เกิดวิกฤติทั้งหมดก็คือระบบส่งต่อ สะเทือนไปหมดทั้งกระทรวงสาธารณสุขครับ ทุกโรงพยาบาลตําบลเหลืองานผ่าตัดเล็ก ขนาดทําหมันอย่างเดียวครับ ใหญ่กว่านั้นเกือบทั้งหมดปฏิเสธไม่อยากมีใครเสี่ยง ส่งต่อ โรงพยาบาลจังหวัด เพราะฉะนั้นที่ท่านปลัดกระทรวงบอกว่าไส้ติ่งแตกกลางทางก็เยอะ เพราะอย่างนี้ครับ เพราะเขาไม่อาจเสี่ยงได้ครับ ไม่มีใครค้ําประกันให้ มาถึงวันนี้สิ่งที่เกิด ในกระบวนการสาธารณสุขที่อยากสะท้อนปัญหาไปยังคณะกรรมการที่จะปฏิรูประบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขเรารวมทั้งระบบสาธารณสุขทั้งหมด ประชาชนเราประมาณ ๗๐ ล้านคน ประเทศนี้รัฐเราดูแลผู้ป่วยหมดทั้ง ๗๐ ล้านคน ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ ครอบครัวราชการ จ่ายเต็มที่ปีหนึ่ง ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท
ส่วนที่ ๒ ประชากรที่เป็นแรงงานสมทบกับรัฐบาลจ่ายผู้ป่วยแรงงานหมด ทั้งประเทศครับ
ส่วนที่ ๓ ผู้ยากไร้ซึ่งไม่อยู่ระบบราชการ ไม่อยู่ระบบแรงงาน รัฐบาลสมทบ จ่ายหมดรายหัวครับ เพราะฉะนั้น ๗๐ ล้านคนนี้รัฐเราจ่ายให้ทุกคนนะครับ แต่ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นคือทําไมในช่วง ๑๐ กว่าปีนี้ที่มี สปสช. โรงพยาบาลเอกชนโตวันโตคืนครับ เกิดอะไรขึ้นในระบบครับ มันต้องสามารถปรับระบบเพราะรัฐนี้จ่ายให้กับประชาชนทุกหัวแล้ว ในประเทศนี้ แต่โรงพยาบาลเอกชนหุ้นในตลาดท่านก็รู้ครับ ขึ้นทุกวัน ๆ ขณะที่อัตราแพทย์ เราก็ขาดแคลน เพราะฉะนั้นผมก็ฝากไว้ครับ ช่วยดูหน่อยครับว่าเกิดอะไรผิดปกติขึ้น ในกระบวนการสาธารณสุข ทําไมคนต้องหนีออกจากระบบไปโรงพยาบาลเอกชนขณะที่รัฐ เราทุ่มเทจ่าย ปัญหาว่าการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานที่ถือสตางค์ค่าหัวการรักษาพยาบาล จัดสรรอย่างเป็นธรรมจริงหรือไม่ แล้วเรื่องนี้ก็เกิดเรื่องราวขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข เป็นระยะ ๆ ครับท่านประธาน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาในกระบวนการสาธารณสุขยังดํารงอยู่ แล้วก็ยังอยู่อีกนานครับ วันนี้แพทย์ที่ไปอยู่เมื่อรุ่น ๔๐ ปีที่แล้วอยู่ในชนบท ผมเรียน ท่านประธานหลายครั้งครับ ประเทศไทยนี้เราชนบทเริ่มหายนะครับ ไม่มีโรงพยาบาลอําเภอไหน ที่อยู่ห่างถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีตแล้ว ผมเจอไม่เกิน ๒ โรงพยาบาลอําเภอที่ถือว่า กันดารคือที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่ นอกนั้นทุกโรงพยาบาลอําเภอมายัง โรงพยาบาลจังหวัดใช้ระยะเวลาการเดินทางไม่เกิน ๔๕ นาที เราพัฒนาไปมาก ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับครับว่าแพทย์ของเราขาดแคลน แพทย์ในกระทรวงสาธารณสุขเรารับมาจาก กระทรวงศึกษาธิการ คนที่ผลิตแพทย์ก็คือกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้วก็มี กทม. ผลิตมาบ้าง กระทรวงสาธารณสุขผลิตได้เฉพาะพยาบาล สุดท้ายพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข เวลารับปริญญาไปฝากคนอื่น ไปฝากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเขารับปริญญาครับ เพราะว่า ไม่สามารถพระราชทานปริญญาของตัวเองได้ ก็ไปปรับให้เขาครับ จะได้มีกําลังใจ ขณะที่ อัตราการแพทย์ พยาบาลขาดแคลน โชคดีนิดหนึ่งครับว่าพยาบาลไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษ ถ้าพยาบาลไทยเก่งภาษาอังกฤษป่านนี้เราจะขาดแคลนหนักยิ่งกว่านี้ พยาบาลไทยเป็นพยาบาล ที่ทั่วโลกต้องการ มีความสามารถ มีฝีมือ และวันนี้ผมคิดว่าในกระทรวงสาธารณสุขเองก็ยัง เป็นเรื่องประหลาดครับ มีแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลที่ได้รับหน้าที่ไปทํางานแล้ว ที่โรงพยาบาลกัน ๓-๔ ปี และยังกินตําแหน่งลูกจ้างเงินบํารุงของโรงพยาบาลไม่ได้รับการบรรจุ เราไปติดกรอบว่าติดอัตรากําลังคนภาครัฐไปห้ามไม่ให้รับคนที่เป็นราชการที่ควรรับไว้ มีน้อง ๆ พยาบาล แพทย์หลายคนอยู่ปีสองปียังไม่ได้รับการบรรจุเขาก็ต้องหาทางดิ้นรนไป เราปล่อยสภาพอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ถ้าปฏิรูปช่วยฝากไปดูด้วยนะครับว่าอัตรากําลัง ของแพทย์ พยาบาลจริง ๆ เป็นอัตราที่สําคัญ จําเป็นจะต้องให้อัตราเขาอย่างเพียงพอ เพื่อรับมือกับประชาชน
เรื่องสุดท้าย ขอเท้าความถึงท่านกษิตที่พูดถึงแพทย์จากประเทศคิวบาครับ ที่นั่นมีแพทย์เยอะมากช่วงผมเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีประเทศคิวบาเขามาที่ผมครับ เสนอเอา แพทย์มาช่วยที่นี่ แล้วเขาไม่ใช่เก่งอย่างเดียวครับ ประเทศคิวบาเปิดรับสมัครแพทย์จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา ใครมาเรียนแพทย์ที่ประเทศคิวบา รัฐบาลคิวบาให้เรียนฟรี เขาท้าทาย กับประเทศสหรัฐอเมริกาขนาดนั้นครับ อัตราแพทย์ต่อประชากรไทยเขามีมากกว่าเยอะครับ แต่ติดขัดครับว่าทําไมเราถึงกลัว แพทย์ต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลเอกชนประเทศไทยวันนี้ คนต่างชาติอยู่เยอะมากครับ ท่านไปเห็นคนจากตะวันออกกลางมาโรงพยาบาลวิเศษสุด ต้องมาประเทศไทยครับ บริการดีที่สุด แต่แพทย์เราต้องไปยืมตัวจากโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลของหลวงเพื่อมาอยู่โรงพยาบาลเอกชน เรากล้าที่จะเปิดเมดิคัลฮับ (Medical hub) เพื่อรับต่างชาติไหมครับในภาวะที่เราอ่อนด้อยทุกอย่าง รับหมอจากต่างประเทศมาไหมครับ ในการที่จะเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาคนต่างประเทศ หาทางเปิดช่องนี้ให้เขาเดินบ้างครับ ถ้าเปิดช่องนี้ให้เขาเดินได้นะครับ ผมคิดว่า คําว่า ๒ มาตรฐาน คนรวยเข้าโรงพยาบาลรวย คนจนเข้าโรงพยาบาลรอหมอนาน ก็ต้องยอมรับความจริงบ้างครับว่าอย่างไร ๆ เราผลิตหมอ ไม่ทันครับ ก็ขออนุญาตนําเสนอเบื้องต้นเท่านี้ครับ ท่านประธานกดปุ่มแล้วครับ