สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ขวัญชัย ดวงสถาพร หารือเรื่องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น การกำหนดแนวเขตป่าให้ชัดเจน การควบคุมการใช้ที่ดิน การสร้างสวนป่าเศรษฐกิจ และการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม รวมถึงการมาตรการทางกฎหมายที่เคร่งครัดในการป้องกันการบุกรุกป่า เพื่อป้องกันภัยพิบัติในเรื่องของโลกร้อน ดินพังทลาย น้ำท่วม ภัยแล้ง และการช่วยป้องกันแหล่งต้นน้ำลำธาร

นายขวัญชัย ดวงสถาพร

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ขวัญชัย ดวงสถาพร สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๔ ครับ ผมจะมาอภิปรายในประเด็นเรื่องทรัพยากร ป่าไม้ของชาติ ก่อนอื่นผมขอที่จะนําเสนอข้อมูลในเบื้องต้นก่อนนะครับ ประเทศไทยนั้น เรามีเป้าหมายพื้นที่ป่าไม้เชิงนโยบายที่เขียนไว้ค่อนข้างจะชัดตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ นั้น นโยบายป่าไม้ แห่งชาติเราให้มีป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มาจนถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ เราก็ยังกําหนดให้มีป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ คําว่าป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์คืออะไรครับ ก็คือส่วนที่เป็นทั้งป่าธรรมชาติแล้วส่วนที่เป็นสวนป่าหรือป่าเศรษฐกิจ ในประเทศไทย ปัจจุบันนั้นเรามีป่าส่วนที่เป็นป่าธรรมชาติ เดิมนั้นเราเคยมีสัมปทานทําไม้เราก็อาจจะ โยกป่าธรรมชาติเป็นป่าเศรษฐกิจ แต่ในปัจจุบันนั้นเรามีการปิดสัมปทานทําไม้ป่าบก หรือป่าชายเลนทั่วประเทศเรียบร้อย เพราะฉะนั้นการใช้ไม้จะพุ่งเป้าไปที่ป่าเศรษฐกิจ แต่ป่าธรรมชาตินั้นจะมีความสําคัญในเชิงของการอนุรักษ์ ป้องกันภัยพิบัติในเรื่องของ การช่วยป้องกันเรื่องของ เช่น โลกร้อน ดินพังทลาย น้ําท่วม ภัยแล้ง เป็นแหล่งต้นน้ําลําธาร ก่อนอื่นผมจะขอพูดถึงประเด็นของสถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติที่เป็นประเด็นใหญ่ ๆ

ประเด็นแรก คือในเรื่องของพื้นที่ป่าไม้ ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ถ้าใช้ฐานปี ๒๕๕๖ เรามีป่าประมาณ ๑๐๒ ล้านไร่ ซึ่งหลักวิชาการถ้าโดยทั่วไปตามข้อมูลเชิงวิชาการเราจะเห็นว่า ในป่าเขตร้อนบ้านเรานั้นถ้าประเทศใดมีป่าน้อยกว่า ๑ ใน ๓ ถือว่าขั้นวิกฤติ วิกฤติคืออะไรครับ ภัยธรรมชาติทั้งหลายจะเกิดขึ้น โดยปัจจุบันนั้นเรามีป่าประมาณร้อยละ ๓๑ ซึ่งเราต้องหาป่า มาเพิ่มอีก ๒๗ ล้านไร่

ประเด็นถัดไป คือในช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ป่าของเราลดลงไป ๓๖ ล้านไร่ ป่าที่เป็นของรัฐนะครับ เฉลี่ยปีละประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่

ประเด็นถัดไป คือมีประชาชนจํานวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า เฉพาะเขตป่าอนุรักษ์ประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เหล่านี้จะมีประชาชนอาศัยอยู่ตอนนี้ประมาณ ๒,๑๕๙,๐๐๙ ไร่ มีคนอยู่ในป่าซึ่งกฎหมาย ป่าอนุรักษ์เหล่านี้ไม่อนุญาต นี่เป็นข้อเท็จจริง แล้วก็มีความขัดแย้งระหว่างประชาชน กับเจ้าหน้าที่รัฐค่อนข้างมาก ในขณะที่ป่าเสื่อมโทรมก็มีปริมาณที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ป่าเสื่อมโทรมก็มีปริมาณที่เยอะขึ้น ส่วนด้านนโยบายประเทศไทยก็พยายามที่จะแก้ไข มีนโยบายหลากหลายมากนะครับ เราเคยมีนโยบายป่าไม้แห่งชาติ นโยบายป่าไม้แห่งชาติ ให้มีป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็มีการกําหนดนโยบาย ด้านป่าไม้ที่ขาดความต่อเนื่อง แต่นโยบายและแผนการส่งเสริม และรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปี ๒๕๔๐-๒๕๕๙ กลับกําหนดให้มีป่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่กระทรวง เดียวกัน แต่คิดบนพื้นฐานต่างกัน แสดงถึงการขาดเอกภาพทางนโยบาย และปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติมาควบคุมพื้นที่ป่าไม้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็กําหนดไปคนละทาง แต่ละฉบับ ยกตัวอย่างเช่น ฉบับที่ ๖ ให้มีป่าอนุรักษ์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ฉบับที่ ๗ ป่าอนุรักษ์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ฉบับที่ ๑๐ ให้มีป่าอนุรักษ์ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ พอฉบับที่ ๑๑ ให้มีป่าอนุรักษ์ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพูดไปคนละทางไม่รู้ใช้ฐานตัวไหน แม้กระทั่งการพัฒนาเศรษฐกิจ เราจะมีประเด็นในเรื่องของการส่งเสริมปลูกพืชพลังงาน ปลูกพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้สร้างแรงจูงใจเหมือนกันโดยขาดการป้องกัน ผมไม่ได้มองว่านโยบายไม่ดี แต่เราขาดการควบคุมนะครับ แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า เรามีนโยบายหลาย ๆ ตัวที่เป็นการผ่อนปรนให้มีการอาศัยอยู่ อย่างเช่นมติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งผ่อนปรนเหมือนกับบรรเทา แต่ปัญหายังอยู่ใต้พรม อยู่ที่รุนแรงอีกหลาย ๆ ประเด็น อีกประเด็นหนึ่งก็คือปัจจุบันมี คทช. คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ซึ่งถ้าสังเกตดูดี ๆ คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติผู้อนุญาตให้ผู้จัดสรรที่ดินกับผู้เพิกถอนป่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ในอนาคตถ้าฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายบริหารประเทศขาดจริยธรรมก็เป็นความเสี่ยงหนึ่งนะครับ ปัญหาด้านระบบฐานข้อมูลเรื่องแนวเขต ประเทศไทยไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน ระบบการโซนนิง (Zoning) ว่าคนจะอยู่ตรงไหนได้ ไม่ได้ ควรจะทําอะไรอย่างไรไม่ชัดเจน ในขณะที่ฐานข้อมูล ผู้ครอบครองการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ ผมขออนุญาตเสนอสั้น ๆ ประเด็น หัวข้อ ๘ ประการสั้น ๆ เป็นเฉพาะหัวข้อนะครับท่านประธาน ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาข้อที่ ๑ ทําแนวเขตให้เสร็จ เพราะปัจจุบันแนวเขตป่าไม้เป็นแนวเขตที่กระทรวงมหาดไทยมีอีกเส้นหนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอยู่เส้นหนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอยู่เส้นหนึ่ง แต่ละเส้นยึดกฎหมายคนละฉบับ พอไปพูดถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็บอกว่าเป็นเขตอุทยาน ยึดแผนที่แนบท้ายอุทยานซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ในขณะที่กรมอื่นเขาก็มีเส้นของเขา เพราะฉะนั้นเคลียร์ (Clear) กันให้ลงตัวและเอาเป็นเส้นเดียว ประการถัดไปคือพอรู้จักเส้นแนวเขตป่าชัดเจน เราจะต้องมาควบคุมว่ามีคนอยู่เท่าไร อย่างไร และแต่ละคนมีเอกสารสิทธิประเภทไหน หลังจากนั้นก็จัดโซนนิง (Zoning) แล้ว ตรงไหน ให้คนอยู่ได้ ตรงไหนให้คนอยู่ไม่ได้ ถ้าอยู่ได้อยู่ให้แบบมีเงื่อนไขอย่างไร ซึ่งช่วงนี้ต้องใช้กฎหมาย การใช้นโยบายเดิม ๆ อาจจะไม่ได้ผล ข้อต่อไปคือควรจะมีคณะกรรมการกลาง อย่างเช่น เหมือนฝ่ายการศึกษามีซูเปอร์บอร์ด (Superboard) คณะกรรมการกลางนี้จะต้องชี้ขาดว่า คนอยู่ตรงไหนได้ คนอยู่ตรงไหนไม่ได้ แล้วจะมีเกณฑ์อะไร และคณะกรรมการกลางนี้จะต้อง มีกฎหมายรองรับ ประเด็นถัดไปคือว่าเราจะต้องส่งเสริมให้มีการสร้างสวนป่าเศรษฐกิจเยอะขึ้น และสร้างโอกาสแทนที่จะขัดขวางหรือสร้างกลไกทางระเบียบมาทําให้ไม่เอื้ออํานวยความสะดวก ประเด็นถัดไปก็คือว่าป่าเสื่อมโทรมในประเทศไทยเห็นมีการรายงานว่ามี ๔๐ ล้านไร่ประมาณนั้น ข้อมูลโดยประมาณจะทําอย่างไรให้ฟื้นฟูให้ได้ และประเด็นรองสุดท้ายว่าพื้นที่ ส.ป.ก. สทก. หรือพื้นที่ที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่มีการเปลี่ยนมือหรือที่ใช้ประโยชน์ไม่เหมาะสมยึดคืน หรือมาให้คนจน ผมพูดตรง ๆ นะครับ ง่าย ๆ ไม่ต้องมีอะไรมากนะครับ หรือบุคคล ที่เคยมีสิทธิแล้ว ๑ คน ๑ สิทธิ ทุกคนมีหมายเลขบัตรประจําตัวประชาชนอยู่ ๑๓ หลัก คุณเคยใช้สิทธิอะไรใช้สิทธินั้น เพราะว่ามีคนที่ไร้ที่ดินทํากินอีกเยอะแยะที่จะต้องได้รับการดูแล สุดท้ายก็คือว่าจะทําอย่างไรให้มีมาตรการทางกฎหมายที่เคร่งครัด จะทําอย่างไรให้คนไทย ทําผิดต้องถูกลงโทษ ถ้าคนทําผิดไม่ถูกลงโทษประเทศอยู่ไม่ได้ครับ เพื่อสร้างค่านิยมให้เห็นว่า ต่อไปคุณห้ามบุกรุกป่า เพราะการบุกรุกป่าเกิดผลกระทบรุนแรงและจะต้องได้รับโทษ ขอบพระคุณครับ