อลงกรณ์ พลบุตร อภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเพื่อใช้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อมโดยเร่งด่วน รวมถึงเสนอแผนการแก้ไขภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเพื่อใช้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
ขอบคุณท่านปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ สปช. นะครับ รวมทั้งท่านพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขของ สปช. แล้วก็ท่านสุชาติ นวกวงษ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านสุชาติ จะมาตอบคําถามในช่วงสุดท้ายนะครับ ท่านสมาชิกครับ การนําเสนอในวาระสําคัญก็คือ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม โดยการนําเสนอเพื่อเชื่อมต่อการทํางานของ สปช. กับ สปท. นั้นก็ได้เสร็จสิ้นในการนําเสนอใช้เวลาไปด้านละ ๔๕ นาทีนะครับ ก่อนที่ผมจะแจ้ง รายชื่อผู้ที่แสดงความจํานงอภิปรายนั้นก็เรียนไว้เบื้องต้นว่าเรายังมีวาระการอภิปรายทั่วไป ในด้านของเศรษฐกิจเรียลเซกเตอร์ (Real sector) โดยมีท่านสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง อดีตรองเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) แล้วก็เป็น สปช. แล้วก็เป็นกรรมาธิการเศรษฐกิจ เรียลเซกเตอร์ (Real sector) ของ สปช. จะเป็นผู้มานําเสนอ แล้วก็ต่อด้วยท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ เมษินทรีย์ ซึ่งท่านจะมานําเสนอในวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย และการปรับเปลี่ยนกลไกภาครัฐ โดยที่ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ เมษินทรีย์ นั้นท่านเป็นอดีต ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทําวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทยของ สปช. ดังนั้นก็คงจะไปถึงประมาณ ๖ โมง หรือ ๖ โมงเศษ ๆ ทางสภาได้จัดเตรียมอาหารเย็นไว้ให้ ก็หวังว่าทุกท่านจะได้ใช้เวลาในการประชุมรวมของสภา ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายนะครับ หลังจากนั้นอาจจะปิดเทอมเพื่อให้คณะกรรมาธิการของเราได้ไปทํางานแล้วก็ส่งแผนปฏิรูป ภายใน ๓๐ วัน สําหรับรายชื่อของสมาชิกที่แสดงความจํานงอภิปรายมีทั้งสิ้น ๙ ท่านด้วยกัน โดยในจํานวน ๙ ท่านนั้น มี ๗ ท่านที่ได้ขออนุญาตนําเอกสารประกอบการอภิปราย เพื่อสําเนาให้กับท่านสมาชิก ซึ่งได้อนุญาตแล้วก็ให้สําเนาได้นะครับ ๓ ท่านแรก พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ มีเอกสารประกอบ การอภิปราย ๒. พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ มีเอกสาร ประกอบการอภิปรายเช่นกัน ท่านที่ ๓ คือ พลเอก คณิต อุทิตสาร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก มีเอกสารประกอบการอภิปราย เชิญท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ก็ฝากเรียนไปยังสมาชิกหลายท่าน คงจะแปลกใจว่าทําไมนายตํารวจท่านนี้ถึงพูดได้ทุกเรื่อง มันอดไม่ได้ที่จะพูดเพราะมันเป็น ปัญหาของบ้านเมือง และประกอบกับหน้าตาผู้อภิปรายอาจจะดูไม่ฉลาดแต่มันตรงกันข้าม แปลว่าฉลาดครับ ต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ปราโมทย์ ในเรื่องที่ผมจะขออภิปราย เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของมลภาวะ ในเรื่องนี้เกิดขึ้นจาก ๒ ปัจจัยครับ
ปัจจัยที่ ๑ มลภาวะที่เกิดโดยธรรมชาติ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เราคงต้องยอมรับชะตากรรมแล้วมาแก้ปัญหากัน แต่มลภาวะที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น และโดยเฉพาะอย่างมนุษย์ที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐและมีส่วนร่วม ตรงนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรง ท่านประธานที่เคารพครับ มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งชื่อว่าพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ใช้มา ๔๐ ปีแล้วครับ เป็นกฎหมายที่ประหลาด ตลก ถ้าเป็นตลกก็คือตลกหลวง กฎหมายนี้ จะมีผลบังคับอยู่ ๕ ปี ผังเมืองรวม แล้วจะเว้นวรรคสัก ๒ ปีเพื่อดูท่าทีของการเปลี่ยนแปลง ของบ้านเมืองและประกาศเพิ่ม เขียว เหลือง แดง การเว้นวรรคกลายเป็นว่าไม่มีสภาพบังคับใช้ แปลว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีกฎหมาย ตรงนั้นอันตรายเกิดขึ้นกับประเทศนี้ครับ สิ่งเหล่านั้น ได้เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ในเขตปริมณฑล นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม ครบหมด มันเกิดอย่างไรครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐอนุญาตให้สร้างโรงงาน พอผังเมืองมีผลบังคับใช้ ในปีต่อมาห้าม ก็จะไปออกันอนุญาตอยู่ตรงนั้นละครับ ตรงนี้ผมกล้าพูดเพราะว่ามีตัวอย่าง เป็นที่ประจักษ์ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กระจายอยู่ทั่ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ ไม่ใช่นําเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย แต่ผมเชื่อว่า เรื่องพรรค์อย่างนี้มีทั่วไป จะได้แก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กันถ้าเราตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาเรื่อง มลภาวะ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับเพื่อให้เห็นภาพ ภรรยาผมครับเป็นโรคภูมิแพ้ ชนิดร้ายแรง หมอแนะนําว่าให้ไปหาที่อยู่ที่เป็นเรือกสวนไร่นา ก็เลยไปอยู่ที่บางกรวย เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ไปซื้อที่ดินอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง จะไม่บอกชื่อครับ เพราะว่า เดี๋ยวจะรู้ว่าเป็นหมู่บ้านสวนดวงพร อยู่ที่อําเภอบางกรวย ผมอยู่มา ๒๐ ปี ภรรยาหายจาก โรคภูมิแพ้ ปี ๒๕๐๒ มีตอหม้อขนาดใหญ่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ผมเป็นประธานหมู่บ้าน ผมถามว่า มาทําอะไรนี่ สร้างโรงงานครับ เป็นโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ ผมคัดค้านครับ ผมต่อสู้มาตลอด ผมถามว่าสร้างได้อย่างไร ผลปรากฏว่าไปที่ที่ดินครับ ผมจะเล่าให้ฟัง หมู่บ้านนี้มีประมาณ เกือบ ๕๐ หลังคาเรือน ทั้งทาวน์เฮาส์ ทั้งบ้านแฝด ทั้งบ้านเดี่ยว ผมซื้อที่ปลูกบ้าน ผลปรากฏว่าเจ้าของหมู่บ้านเลี่ยงจัดสรรครับ ๙ แปลง ๙ แปลง ๙ แปลง เอาครอบครัว มาถือ ๙ แปลง ลูก เมีย สามี ภรรยา น้อง คนละ ๙ แปลงไม่ให้ครบ ๑๐ แปลง ไม่ว่ากัน ต่อมา อบต. ก็ทํารายงานเท็จไปยังจังหวัดว่าสถานที่ก่อสร้างโรงงานเป็นที่รกร้าง ไม่มีบ้านเรือน ประชาชน หลังคานั่นละเสียบอยู่กับโรงงานเลยครับ รายงานเท็จครับ ต่อมา พ.ร.บ. ผังเมือง เว้นวรรคฟันหลอ เพราะ ๕ ปีเลิกที ผมไม่นานครับ ถ้าจะเกินไม่เกิน ๒ นาที เว้นวรรค ๒ ปี ช่วงเว้นวรรคครับ อุตสาหกรรมจังหวัดก็บอกว่าในเมื่อไม่ใช่หมู่บ้านจัดสรรเพราะเลี่ยงจัดสรร ในเมื่อ อบต. บอกว่าไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียง ในเมื่อขณะนี้กฎหมายผังเมืองไม่มีผล บังคับใช้เพราะเว้นวรรค อุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้สร้างโรงพิมพ์ขึ้นตรงนั้น ไม่ต้องพูด เรื่องมลภาวะครับ ทุกวันนี้ตอนเช้าผมจะต้องมานั่งอยู่หน้าบ้านดูว่ามีผีเสื้อบินไหม คนโบราณสั่งไว้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ถ้าไม่มีผีเสื้อมลภาวะมาแล้ว ตอนนี้ไม่มีผีเสื้อแล้วครับ ผมเองจะกลายเป็นผีแทนแล้วครับ มันอะไรกัน ผมขอบคุณ คสช. ครับ เพิ่งจะออกกฎหมายครับ เรียนอาจารย์ปราโมทย์ด้วยครับ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน คสช. ออกกฎหมายแก้ พ.ร.บ. การผังเมือง มาตรา ๒๖ ให้ช่วงเว้นวรรคให้ใช้ผังเมืองเดิมแทนไปก่อน ๔๐ ปีไม่มีใครทํา ผมวกกลับครับ ฟันหลอที่ว่านี้ขณะนี้ฟันซี่อื่นก็ผุหมดแล้วรีไวนด์ (Rewind) ใหม่ได้ไหมครับ ตั้งคณะกรรมการ มาตรวจสอบว่าช่วงอนุญาต ช่วงฟันหลอถูกต้องไหม ไม่ถูกต้อง ต้องรักษาฟันผุให้หายครับ ต้องรักษารากฟันครับ แปลว่านอกจาก คสช. จะแก้กฎหมายแล้วไม่ให้มีช่องว่างเป็นช่องโหว่ ไปหากิน กล้าพูดครับ แล้วจะต้องย้อนไปรักษามลภาวะสภาพแวดล้อมเดิมด้วย เพราะถ้ายัง เดินเครื่องอยู่พร้อม ๆ เฉพาะหมู่บ้านผมนะครับ กลางหมู่บ้านมีแล้วครับ รอบหมู่บ้านอีก ๓ โรงงาน อําเภอบางกรวยครับ ใกล้วัดแก้วฟ้า วัดบางขนุน อยู่ตรงวงเวียนพระราม ๕ อุโมงค์เข้าไป หน่อยเดียวครับ จากที่ผมเคยอยู่อย่างมีความสุขไม่มีมลภาวะ ที่นั่นทุเรียนดังที่สุดครับ จังหวัดนนทบุรี เดี๋ยวนี้ ๗ ปีผมไปจ็อกกิง (Jogging) วิ่งตอนเช้า ทุเรียนปลูกมา ๗ ปี ยังไม่ถึงก้นผมเลย สูงไม่ถึงก้นผมเลย เมื่อก่อน ๗ ปีเก็บลูกกินแล้วครับ เดี๋ยวนี้ ๗ ปี ยอดยังไม่แทงก้นผมเลยครับ มลภาวะ ฉะนั้นจะต้องรุกต่อครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตหลังอภิปราย ผมจะไปยื่น คสช. ผมจะไปยื่นที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบ แล้วผมจะเอาเป็น กรณีศึกษาให้ทําที่อื่นไปพร้อม ๆ กันครับ ไปเอาฟันที่ผุมารักษารากฟันเสียใหม่เพื่อแก้ มลภาวะของบ้านนี้เมืองนี้ครับ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ เต็มไปหมดครับ ผมจะพูดในเรื่องมลภาวะเรื่องเดียว แล้วผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์ ฉะนั้นตํารวจคนนี้พูดทุกเรื่องแต่เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ตํารวจอีกท่านหนึ่ง เชิญครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ขออภิปรายเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูป ประเทศด้านสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตใช้ภาพถ่ายและเอกสารประกอบการอภิปรายครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด ท่านประธานกรรมาธิการ ได้อธิบายขั้นตอนและวิธีการปฏิรูปอย่างชัดเจนและครอบคลุมมากนะครับ ทั้ง ๑๖ หัวข้อ ของที่ท่านบรรยายนั้นผมมาแยกแยะได้เป็น ๕ กระบวนการ ขอภาพฉายครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กระบวนการแรกเป็นกระบวนการกําหนด ยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม
กระบวนการที่ ๒ เป็นกระบวนการแก้ไขกฎหมายและการออกกฎหมาย หรือออกระเบียบ หรือข้อบังคับให้สอดคล้องเหมาะสม
กระบวนการที่ ๓ คือการกําหนดเงื่อนไขและขั้นตอนการปฏิบัติให้ชัดเจน ในรูปของโคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) หรือว่าซีโอพี (CoP) นั่นเองครับ
กระบวนการที่ ๔ คือกระบวนการติดตามประเมินผล และการกํากับดูแล แบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและชุมชนครับ
ในส่วนแรกนะครับ กระบวนการกําหนดยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ท่านอาจารย์ก็กําหนดไว้เรียบร้อยนะครับ เรื่องการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ ประโยชน์ทางทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กําหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ํา กําหนดยุทธศาสตร์การวางผังเมืองและการใช้พื้นที่ แล้วก็กําหนดยุทธศาสตร์การอยู่ร่วมกัน ระหว่างชุมชนกับภาคอุตสาหกรรม เมื่อสักครู่ที่ท่านอํานวยได้นําเสนอไปแล้วนั้นก็เป็น ส่วนหนึ่งที่อยู่ในส่วนนี้ต้องกําหนดยุทธศาสตร์ว่าจะเอาอย่างไร และสุดท้ายครับ กําหนด ยุทธศาสตร์การรับมือภัยพิบัติ ในส่วนกระบวนการแก้ไขและการออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ตรงนี้มีทั้งกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเดิมที่มีดีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ถูกต้องแล้ว อาจจะมีการปรับปรุงแก้ไขนิดหน่อย ซึ่งบางส่วนใช้ได้อยู่แล้ว บางส่วนต้องออกใหม่ ตรงนี้ ท่านอาจารย์ก็ได้อธิบายไปแล้วนะครับ ในส่วนนี้ผมจะผ่านไปนะครับ
ในส่วนที่ ๓ ส่วนนี้ผมถือว่าสําคัญในกระบวนการกําหนดเงื่อนไขและขั้นตอน การปฏิบัติให้ชัดเจนในรูปซีโอพี (CoP) หรือว่าโคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) ตรงนี้สําคัญครับจะช่วยแก้ปัญหาได้ ท่านอาจารย์ปราโมทย์ได้พูดละเอียดแล้วก็ลึกมากนะครับ ในเรื่องระบบการจัดการทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตรงนี้ในอดีตมีปัญหาครับ เพราะว่าในอดีตนั้นล่าช้า ไม่รวดเร็ว ไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจน และไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน ในการที่ เอกชนยื่นขออนุญาตครั้งนี้คณะกรรมการก็ติติงเรื่องนี้แล้วให้กลับไปทํา พอกลับไปทํามาใหม่ อีกระยะหนึ่งก็มาติติงอีกหัวข้อหนึ่ง คนเดียวกันนั่นละครับในเรื่องเดียวกัน พอหมดเวลาบอกว่า รีเจกต์ (Reject) ไม่ผ่านให้ไปเสนอเข้ากระบวนการไปปรับปรุงใหม่แล้วเสนอเข้ากระบวนการใหม่ ก็ทําอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ๒ รอบ ๓ รอบ จนรอมา ๒-๓ ปีแล้วยังไม่ผ่านสักทีหนึ่ง เพราะมาทีไร คณะกรรมการก็เพิ่มทุกทีทุกหัวข้อ ตรงนี้ละครับเป็นอุปสรรคของการลงทุนและเป็นต้นเหตุ ที่ว่าประเทศไทยนั้นขั้นตอน กระบวนการ ขออนุญาตล่าช้าก็เพราะตรงนี้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้สามารถแก้ได้ครับด้วยการกําหนดโคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) ให้ชัดเจนว่าเอกชนจะลงทุนทําธุรกิจอะไรก็ตาม จะทําโรงงานอุตสาหกรรมอะไรก็ตาม มีขั้นตอนการปฏิบัติและวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้างให้เขียนให้ละเอียดเลยครับ และก็ให้มีเจ้าหน้าที่ ไปติดตามประเมินว่าเขาปฏิบัติตามนั้นหรือเปล่า การที่ทําอยู่ในปัจจุบันนี้เพียงแต่ถามว่า ภาคเอกชนเขาจะทําอย่างไร ไหนอธิบายมาสิว่าจะสร้างโรงงานนี่จะทําอย่างไร เสร็จแล้วก็ บอกว่าผ่านกับไม่ผ่าน แต่ไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่าจะต้องมีมาตรฐานอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น ที่กําหนดโคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) มาถือว่าดีมากครับ อยากให้ทํา แล้วก็ อยากให้เกิดขึ้นมาก ๆ ทราบว่าตอนนี้ สผ. ได้ทําอยู่แล้ว แต่ยังทําไม่ครอบคลุม อยากขอให้ ทําให้ครอบคลุม แล้วก็นําไปใช้แทนอีไอเอ (EIA) หรืออีเอชไอเอ (EHIA) แต่ว่าหัวข้อในอีไอเอ (EIA) หรืออีเอชไอเอ (EHIA) อยู่ให้ครอบคลุมในโคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) หรือซีโอพี (CoP) ที่จะออกนะครับ ตรงนี้จะเป็นการทําให้รวดเร็วขึ้นและป้องกันข้อครหา ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นครับ
ในเรื่องที่ ๒ โคด ออฟ แพรกทิซ (Code of Practice) ซีโอพี (CoP) นะครับ ในรูปแบบการปฏิรูประบบการกําจัดขยะมูลฝอย ท่านอาจารย์ก็พูดชัดเจน แต่อยากจะ กําหนดไปให้ชัดอีกนิดหนึ่งว่าการกําหนดต้องกําหนดและวิธีปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สําคัญต้องไม่ปลดปล่อยมลพิษทางอากาศแล้วก็น้ําใต้ดินด้วย ขอเรียนท่านอาจารย์ เป็นข้อมูลนะครับ ขอให้ท่านอาจารย์ส่งคนไปตรวจสอบ ขณะนี้ที่เทศบาลนครขอนแก่น เขาทดสอบเจาะบ่อบาดาลที่กองขยะ พบว่าสารโลหะหนักมากกว่าน้ําในแม่น้ําลําคลองถึง ๓๓-๓๘ เท่า เพราะฉะนั้นนี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่งครับ แล้วก็ก๊าซพิษที่เหนือกองขยะ เช่นเดียวกันทั่วประเทศอยากให้มีการไปตรวจสอบว่ามีมากน้อยเพียงใด แค่ไหน เพราะตรงนี้ จะนํามาใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายได้
และอันสุดท้ายที่สําคัญนะครับ คือการติดตาม กํากับดูแลแบบมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วน เมื่อสักครู่นี้ท่านอาจารย์พูดว่ามีมาตรการหลายอันมาก แต่ปรากฏว่าตรงนี้ ไม่สามารถบังคับใช้ได้ รวมทั้งที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ได้กล่าวเหมือนกันก็คือ ตรงขั้นตอนนี้ครับ การกํากับดูแลนั้นขออย่างนี้เลยครับว่าขณะนี้กฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถกํากับดูแลและดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายได้ ขอให้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาทั้งในระดับชุมชน ในระดับอําเภอ ในระดับจังหวัด แล้วไปตรวจสอบเลยครับว่าโรงงาน ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีโรงงานไหนบ้างที่ปล่อยมลภาวะ โรงงานไหนเขาทําถูกต้องก็ต้อง ติดประกาศให้ใบประกาศเกียรติคุณเขานะครับว่าเขาทําได้ดี ทําได้ถูกต้อง แต่ถ้าโรงงานไหน ก็ตามมีปัญหาปล่อยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องออกมาตรการให้เขาแก้ไขภายในกําหนดเวลา แล้วไม่สามารถแก้ไขได้ก็ต้องปิดเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้สามารถทําได้เลยครับ และขับเคลื่อนได้เลย และจะบังเกิดผลเป็นรูปธรรม ในเรื่องการกําจัดขยะมูลฝอยก็เช่นเดียวกัน ตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบเช่นนี้โดยให้ภาคชุมชนมีส่วนร่วมแล้วก็ดําเนินการอย่างเป็น รูปธรรม มิฉะนั้นแล้วจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าไม่มีการปฏิบัติ ในเรื่องการติดตามประเมินผลและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ผมขอจบ การนําเสนอครับ
ขอบคุณมากครับ ก่อนที่ท่าน พลเอก คณิต อุทิตสาร จะอภิปราย ผมขอแจ้ง รายชื่ออีก ๓ ท่านล่วงหน้านะครับ ก็คือ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญชัย ดวงสถาพร ตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ หัวหน้าภาควิชาจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นะครับ ท่านถัดไปคือ นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ ท่านถัดไปคือ พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย ทั้ง ๓ ท่านมีเอกสารประกอบ การอภิปรายแล้วท่านประธานก็ได้อนุญาตแล้วนะครับ เชิญท่าน พลเอก คณิต อุทิตสาร อดีตผู้ทรงวุฒิพิเศษกองทัพบกครับ