สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเงินและการคลังด้านสุขภาพ โดยเสนอว่าควรจัดตั้งคณะกรรมการประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อประสานงานและบริหารจัดการกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ และเสนอแนวคิดในการประกันสุขภาพที่ครอบคลุม รวมถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการเขตสุขภาพและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

มีค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ ค่ะ ดิฉันขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกนิดเดียวในเรื่องของการปฏิรูปการเงิน การคลัง ด้านสุขภาพนะคะ จะใช้เวลาไม่มาก ที่สําคัญก็คืออย่างที่ได้เรียนมาแล้วว่าในขณะนี้ การเจริญเติบโตค่าใช้จ่ายมันมากกว่าการเติบโตของจีดีพี (GDP) ของประเทศนะคะ แล้วก็ สัดส่วนของงบประมาณทางด้านสุขภาพ ทางด้านสาธารณสุขในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ก็เพิ่มขึ้นทุกปีนะคะ ซึ่งขณะที่จีดีพี (GDP) ของเราเติบโตไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ มีความจําเป็น ที่เราจะต้องปรับเรื่องการเงิน การคลังทางด้านสุขภาพอย่างแน่นอนนะคะ สิ่งที่จะขอเสนอ ในเรื่องการปฏิรูปการเงิน การคลังก็มีกลไกต่าง ๆ อยู่ ๔-๕ อันด้วยกัน ที่สําคัญที่สุดนะคะ เพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ําทางด้านคุณภาพของบริการ เรากําหนดให้มีสิทธิประโยชน์ ขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพที่เท่าเทียมกันนะคะ แต่ก่อนนี้มีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน ในระหว่างกองทุนทั้งหลาย อันนี้ก็จะต้องมีสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่เหมือนกัน แล้วนอกจากนั้นเราก็ทราบว่าประชาชนบางกลุ่มมีศักยภาพในการที่จะเสียเงินได้บ้าง ในการรักษาพยาบาลของเขาเพราะฉะนั้นก็ควรจะเปิดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมบ้างในค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพถ้าเขามีศักยภาพ ส่วนคนที่ไม่สามารถ จะทําได้ เช่น ผู้มีรายได้น้อยต่ํากว่าโพเวอร์ตีไลน์ (Poverty line) หรือผู้สูงอายุ หรือเด็ก รัฐก็จะต้องโอบอุ้มคนพวกนี้ เพราะฉะนั้นการที่ดําเนินงานในด้านดังกล่าวนี้จําเป็นต้อง มีหน่วยงานที่จะดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดูแลทั้งเรื่องของคุณภาพ ของบริการ ดูแลทั้ง การบริหารจัดการกองทุนทั้ง ๓ เราเสนอให้มีคณะกรรมการประสานงานหลักประกันสุขภาพ กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือว่าเป็นคณะกรรมการประกันสุขภาพแห่งชาติพูดในภาพรวม เพราะว่าหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ไม่ใช่เฉพาะมอนิเตอร์ (Monitor) ในเรื่องการดําเนินงานของ ๓ กองทุน กําหนดสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่เหมือนกัน คณะกรรมการชุดนี้ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องคิดถึงระบบประกันสุขภาพที่เพิ่มเติมไปจากสิทธิประโยชน์พื้นฐานด้วย เช่นเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของภาษีสุขภาพที่เติมเงินเข้าไป ในกองทุนสุขภาพแห่งชาติ หรือว่าจะเป็นการประกันสุขภาพที่แอดด์ออน (Add on) ไปจาก สิทธิประโยชน์พื้นฐานก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาขึ้นมา เรื่องนี้ก็จะต้องอาศัย คณะกรรมการประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ รวมทั้งคณะกรรมการชุดนี้ยังมีหน้าที่ ทําข้อเสนอต่าง ๆ ในด้านของการตัดสินใจเกี่ยวกับการเงิน การคลังทางด้านสุขภาพ หรือว่าบริการสุขภาพให้แก่คณะกรรมการกําหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติด้วยในแต่ละปี เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีสํานักงานหรือมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่ที่สําคัญอันนี้ ก็คือกําหนดสิทธิประโยชน์พื้นฐานด้านสุขภาพ บูรณาการการบริหารจัดการกองทุนต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพซึ่งมีอยู่มากมายอันนี้ให้มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส ที่ตรวจสอบได้ แล้วก็ สามารถที่จะปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นก็มีหน้าที่อื่น ๆ เช่นปฏิรูปการบริหารจัดการ เราคิดว่าเมื่อมีบัดเจต (Budget) ทางด้านการเงิน การคลัง ก็ต้องมีการใช้เงินที่คุ้มค่า การใช้เงินที่คุ้มค่าก็จะต้องมีการปรับการบริหารจัดการเขตสุขภาพ จะเป็นการกระจายอํานาจทางด้านบริหารจัดการไปสู่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ใช้ทรัพยากรร่วมกัน อันนั้นก็จะทําให้การบริหารการเงินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลก็จะไม่ประสบปัญหาขาดทุนอีกต่อไป เพราะสามารถที่จะแชร์หรือว่าช่วยเหลือ ในเรื่องของทรัพยากรกันได้ แล้วประชาชนก็ควรจะมีการร่วมจ่ายในด้านสุขภาพด้วยถ้าเขา มีความสามารถ มีการเติมเงินเข้าสู่ระบบ ภาษีสุขภาพ ภาษีต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่ม ที่เป็นภัยต่อสุขภาพ เครื่องดื่มรสหวานอะไรพวกนี้นะคะ ท่านจะหาอ่านได้ในเอกสาร ของคณะกรรมการปฏิรูปซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในนั้น การประกันสุขภาพในกลุ่มต่าง ๆ เช่น นักท่องเที่ยว หรือว่าผู้ใช้แรงงานต่างชาติ ขณะนี้มีผู้ใช้แรงงานต่างชาติจํานวนเป็นล้านคน ซึ่งไม่มีการประกันสุขภาพเพราะว่าเป็นแรงงานนอกกฎหมาย ถ้าหากว่ากระทรวงแรงงาน ได้ทําแรงงานเหล่านี้ให้ถูกกฎหมายเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพรัฐจะได้เงินเพิ่มขึ้นมา แล้วเราอาจจะมีโรงพยาบาลเฉพาะของผู้ใช้แรงงานชาวต่างชาตินี้เพื่อไม่ให้เข้าไปใช้บริการ กับประชาชนคนไทยซึ่งแออัดยัดเยียดอยู่แล้ว เป็นการแบ่งเบาภาระ แล้วก็ทําให้การบริการ สะดวกยิ่งขึ้น แล้วก็มีเงินเติมเข้ามาสู่ระบบได้ นอกจากนั้นก็พัฒนาการแพทย์แผนไทย เพราะว่ายาไทยบางอย่างสามารถที่จะใช้รักษาโรคที่สําคัญ ๆ ได้ แต่ยังไม่มีการวิจัย ที่มีมาตรฐานเพียงพอ ถ้าเผื่อมีหลายโรคที่มีโพเทนเชียล (Potential) ที่จะรักษาได้โดยยาไทย เช่นโรคมะเร็งบางอย่าง ถ้าเผื่อได้มีการพัฒนาต่อยอดอย่างมีคุณภาพ และรัฐให้การซัพพอร์ต (Support) อย่างดี ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของเราอาจจะลดลงไปกว่านี้ เพราะว่าเราใช้ยาที่ทําในประเทศของเรา อันนั้นก็เป็นสิ่งสําคัญทางด้านของการปฏิรูป การเงิน การคลังที่ดิฉันอยากจะเรียน นอกจากนั้นก็มีเกี่ยวกับว่าปฏิรูปแล้วประชาชน จะได้อะไร ก็เชิญท่านอ่านในเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) พูดถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เรามีกฎหมายทั้งหมดที่จะต้องยกร่างใหม่ประมาณ ๖ ฉบับด้วยกัน ปรับปรุงแก้ไขร่างเพิ่มเติม ประมาณ ๑๕ ฉบับ ซึ่งรายละเอียดที่จะแจกก็คงปรากฏอยู่ภายหลังนะคะ นอกจากนี้ ก็คงไม่มีอีกแล้ว ขอบพระคุณค่ะ