สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เฉลิมชัย เครืองาม หารือเรื่องเป้าหมายที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นในปี 2000 ที่ชื่อว่า เอ็มดีจี (MDGs) โดยมีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโลก รวมถึงปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและต้องได้รับการแก้ไขโดยการปฏิรูปและความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม สปท. หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนแล้วก็เติมเต็ม ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อทางคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา ถ้าจําได้เมื่อปี ๒๐๐๐ ได้มีการประชุมขององค์การสหประชาชาติ ในการประชุมสหประชาชาติ ครั้งนั้น ที่ประชุมร่วมกันของ ๑๘๙ ชาติได้มีมติร่วมกันกําหนดเป้าหมายอันหนึ่งที่เรียกว่า เดอะ มิลเลนเนียม ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (The Millennium Development Goals) หรือเอ็มดีจี (MDGs) เป็นตัวย่อที่คิดว่านักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์แล้วก็ประชากรศาสตร์ รู้แล้วตระหนักดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เอ็มดีจี (MDGs) ที่ทางสหประชาชาติกําหนดนั้นเป็นการกําหนดเป้าหมาย ที่กําหนดว่านับจากปี ๒๐๐๐ คือปีมิลเลนเนียม (Millennium) ถัดไปอีก ๑๕ ปี คือปี ๒๐๑๕ คนทั้งโลกหรือชาติต่าง ๆ ๑๘๙ ชาติ ที่ได้ลงนาม ลงสัตยาบันร่วมกัน จะพยายามทําให้ประเทศของเขาบรรลุถึงเป้าหมายอันนั้นให้ได้ เป้าหมายคร่าว ๆ ตอนนั้นมีอยู่ประมาณ ๘ เป้าหมาย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การขจัดความยากจน การศึกษาขั้นพื้นฐาน ความเท่าเทียมทางเพศ สุขอนามัยของแม่ และปัญหาเรื่องเอชไอวี (HIV) ความยากจน และอื่น ๆ ที่ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้เพื่อที่จะเรียนให้ทางกรรมาธิการ ท่านช่วยกรุณาพิจารณาเติมในสิ่งที่ถ้าหากว่ายังขาดอยู่ คือข้อหนึ่งของเป้าหมายก็คือ มาเทอร์นัลเฮลท์ (Maternal health) หรือสุขภาวะของแม่ ผมยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ชัดเจนที่สุด ที่กําลังเป็นปัญหาต่อสังคมไทย ต่อประเทศไทยอย่างมาก ถ้าเปรียบไป ก็เหมือนกับน้ําแข็ง ฐานน้ําแข็งที่อยู่ข้างล่างที่เรากําลังเผชิญอยู่ในวันนี้อยู่ในมุมมืดที่คน ให้ความสําคัญค่อนข้างน้อย นั่นคือเรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีศัพท์ต่าง ๆ ที่เรียกกัน มากมาย ไม่ว่าเรื่องแม่วัยใส การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย การตั้งครรภ์ ที่ไม่พึงประสงค์ อะไรต่าง ๆ อีกมากมาย สังคมไทยกําลังเผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ที่กําลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ในอีกมุมหนึ่งตรงกันข้ามเลยครับ เด็กวัยรุ่นของเรามีปัญหา ในเรื่องของการตั้งครรภ์ ต้องขอกราบเรียนว่าเชื่อไหมการคลอดของคนไทย ของสตรีไทย หญิงไทย ๑๐๐ ส่วน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ๑๖ ส่วน เป็นการตั้งครรภ์ที่เกิดจากวัยรุ่น เป็นวัยใส ที่เขากําลังจะต้องพัฒนา จะต้องเรียนหนังสือ จะต้องอยู่ในโรงเรียน แต่ส่วนหนึ่ง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ กลับเผชิญปัญหาที่สังคมมองไม่เห็น หรือเห็นแต่ให้ความสําคัญค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้น การปฏิรูปต่าง ๆ นั้นเท่าที่ผ่านมาปัญหาเรื่องนี้ได้รับความสําคัญค่อนข้างน้อย ทั้ง ๆ ที่ ประเทศไทย ต้องขออนุญาตเรียนว่าเราตกเอ็มดีจี (MDGs) ข้อนี้นะครับ เอ็มดีจี (MDGs) ที่กําหนดขึ้นเมื่อปี ๒๐๐๐ ที่จะต้องแก้ปัญหาให้สําเร็จในปี ๒๐๑๕ ปีนี้ ๒๐๑๕ แต่เรา ไม่สามารถแก้ปัญหาให้บรรลุเป้าได้ นั่นคือเราไม่สามารถแก้ปัญหาลดเปอร์เซ็นต์ หรือลดสัดส่วนของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้ น่าอายไหมครับ ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ประเทศไทยเป็นเมืองที่บอกว่าเราเห็นแก่สตรี เราเห็นแก่เด็กค่อนข้างมาก แต่เด็กส่วนหนึ่ง กลับถูกทอดทิ้งให้ความสําคัญกับเขาน้อยเกินไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องขอกราบเรียนว่า จะต้องมีการบูรณาการร่วมกัน นั่นคือนําไปสู่การปฏิรูปครั้งสําคัญที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุข เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย หรือกรมไหนจะต้องไปแก้ปัญหาเพียงกระทรวงเดียว จะต้องประกอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐบาลจะต้องพยายามที่วางเป้าหมาย วางกําหนดกฎเกณฑ์ กฎหมายใดที่มีความจําเป็นที่จะต้องร่างขึ้นมาใหม่ หรือมีการแก้ไข เพื่อแก้ปัญหานี้รีบดําเนินการ เด็กวัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง อยากทดลอง ไม่ใช่ความผิดของเขา ปัญหานี้สังคมไทยมักจะบอกว่าเป็นความผิดของเด็ก เป็นความผิด ของวัยรุ่น จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งแวดล้อมเขาทั้งหมดเลย ไม่ว่าที่ครอบครัว ที่สังคม แม้แต่ในระดับประเทศชาติ สิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องดําเนินการแล้วก็มีการปฏิรูปนั้น จะต้องใช้งบประมาณ จะต้องใช้กฎหมาย จะต้องใช้บุคลากร จะต้องใช้ความร่วมมือร่วมแรงกัน ของหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะต้องดําเนินการ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นผมขอฝาก เรื่องนี้เอาไว้ เพราะไม่เช่นนั้นต้องขอกราบเรียนครับ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาทําแพลตฟอร์ม (Platform) เอาไว้เลยว่า ในอนาคต ดาตา (Data) หรือจํานวนของประชากรของประเทศไทยจะเกิดความสุดโต่งกัน ๒ ขั้ว ขั้วหนึ่งในอนาคต อีก ๓๐ ปีข้างหน้าคือสังคมผู้สูงวัย อีกขั้วหนึ่งคือวัยรุ่นที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่เกิดจากสถานการณ์ที่เรียกว่าเด็กเลี้ยงเด็ก เป็นเด็กที่ควรจะต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน แต่เขาต้องออกจากโรงเรียนออกจากสถาบันการศึกษาเพื่อไปเลี้ยงเด็ก เพราะฉะนั้น ๒ ขั้วนี้ คือขั้วของคนสูงวัยในอนาคตกับขั้วหนึ่งคือขั้วของเด็กที่เพิ่งเกิดจากวัยรุ่นจะเป็น ๒๐-๓๐ ปี มันจะมี ๒ ขั้ว คือขั้วคนอายุ ๒๐ ปี กับขั้วคนอายุ ๘๐-๙๐ ปี ส่วนกลาง ๆ มันจะน้อยลง เพราะอย่าลืมว่า ผมยกตัวเลขไว้แล้วว่า การคลอดของคนไทยในเวลานี้ ๑๖ เปอร์เซ็นต์เกิดจากวัยรุ่น เพราะฉะนั้นสังคมจะต้อง ตระหนักในเรื่องนี้ อย่าให้สังคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นปัญหาในการแก้ไขหรือพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมในอนาคต ขอบพระคุณครับ