ศิริชัย ไม้งาม แถลงต่อสภาเรื่องการปฏิรูปแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคุ้มครองและให้ความมั่นคงแก่ผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้แรงงานนอกระบบ ซึ่งถือว่าขาดโอกาสในเรื่องของความมั่นคงและรายได้ และเรียกร้องให้มีการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อกระจายทุนและเสริมสร้างศักยภาพของอาชีพ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่านครับ ผม ศิริชัย ไม้งาม สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๕๒ ครับ ผมเองก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการซึ่งได้นําเสนอในเรื่องของประเด็น สังคม และยังมีในส่วนของแรงงาน เราต้องยอมรับครับว่าผู้ใช้แรงงานของประเทศนั้น มีจํานวนถึง ๓๙ ล้านคน ซึ่งมีทั้งอยู่ในส่วนของแรงงานภาคเกษตร อยู่ในส่วนของแรงงาน ที่รับจ้างทํางานบ้าน หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบอาชีพส่วนตัวนะครับ ในจํานวน ๓๙ ล้านคนนั้นมีในเรื่องของผู้ใช้แรงงานนอกระบบซึ่งถือว่าขาดโอกาส ในเรื่องนี้เราเองควรที่ จะให้การคุ้มครองแล้วก็ให้หลักประกันกับผู้ใช้แรงงานเป็นจํานวนถึง ๒๕ ล้านคน ให้มีโอกาส ได้รับในเรื่องของความมั่นคง และเป็นสิ่งที่จําเป็นประมาณ ๗ ด้าน ๑. คือความมั่นคง ตลาดแรงงาน ให้โอกาสกับการจ้างงานให้เพียงพอ โดยมีการจ้างงานที่ไปสอดรับกับนโยบาย เศรษฐกิจมหภาค ในเรื่องความมั่นคงในการจ้างงาน ต้องมีการคุ้มครองจากการที่จะถูก เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ในเรื่องของความมั่นคงในการทํางาน คืออาชีพและโอกาสในการที่จะ พัฒนาอาชีพและส่งเสริมทักษะของการทํางาน ในเรื่องของความปลอดภัยในการทํางาน ต้องมีการคุ้มครองการประสบอันตรายและการเจ็บป่วยจากการทํางาน โดยมีการออกกฎ ระเบียบในเรื่องของอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้ครอบคลุมมากขึ้น ในด้านของ ความมั่นคงในการส่งเสริมทักษะ โอกาสในการที่จะฝึกฝนทักษะด้วยนวัตกรรมใหม่ และมีโอกาสในการฝึกงานและฝึกอบรม ความมั่นคงในเรื่องของรายได้ ก็ให้คนงานนั้น ได้มีรายได้ที่เพียงพอ และสุดท้ายคือความมั่นคงในการมีตัวแทน ซึ่งการคุ้มครองแรงงาน สิทธิ เสรีภาพในการเจรจาต่อรองในตลาดแรงงาน โดยมีสหภาพแรงงาน มีองค์กรนายจ้าง และสถาบันที่จัดการในเรื่องของการเจรจาทางสังคม ซึ่งผมเองต้องขอบคุณกรรมาธิการ ที่ได้มีการนําเสนอใน ๓ ประเด็น ๓ เรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่มีความสําคัญ แต่ในส่วน ของผมนั้น เห็นว่าเรื่องของการปฏิรูปแรงงานนั้นก็คือการขจัดปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ํา เป็นเป้าหมายสําคัญในการที่จะพัฒนาประเทศ สร้างความสมดุลและสร้างความเป็นธรรม และความเท่าเทียมในสังคม ผมเองขอบคุณครับในการที่นําเสนอในเรื่องของการจัดตั้ง ธนาคารแรงงาน ซึ่งธนาคารแรงงานนั้นจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคง ในรายได้ และเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของอาชีพ ซึ่งสามารถที่จะเกื้อหนุนได้ด้วยนโยบาย มาตรการทางสังคม ผมขอเสนอนะครับว่าเราเองนั้นในส่วนของภาคแรงงานได้วางไว้แล้วครับ ว่า ๑ เป้าหมายกับ ๓ จังหวะก้าวย่าง ที่ขอนําเสนอเพื่อให้ไปสอดคล้องกับตัวร่างกฎหมาย ของ สปช. ที่ได้มีการนําเสนอ อันนี้คือส่วนที่ถ้าไปเสริมได้มันจะเป็นประโยชน์กับ กระบวนการแรงงาน ใน ๑ เป้าหมายนั้นชัดเจนครับ คือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเป็นธรรมทางด้านเศรษฐกิจให้กับคนทํางาน ก้าวที่ ๑ เรื่องของการลดดอกเบี้ยต่ํา และปลดหนี้สินของคนงาน ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่าคนงานนั้นมีรายได้เพียงแค่วันละ ๑๓๐ บาทเป็นขั้นต่ํา ซึ่งเขาเองนั้นต้องเลี้ยงดูครอบครัวครับ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีภรรยา บุตร บางครั้งไปดูแลถึงพ่อแม่ นี่คือสังคมไทยครับ ดังนั้นรายได้ไม่เพียงพอครับ เขาเองต้อง ไปกู้หนี้นอกระบบซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่สูงมาก การที่มีธนาคารแรงงานนั้นจะทําให้เขาเอง มีความหวังครับ และจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่ายเงินเพื่อเป็นการนําเงินนั้นมาสู่ การออมในการที่จะไปเป็นทุนในการสร้างอนาคตให้กับตัวเอง ในก้าวที่ ๒ การจัดตั้งธนาคาร แรงงานนั้นควรจะเป็นการจัดตั้งของคนงาน โดยผู้ใช้แรงงาน เพื่อผู้ใช้แรงงาน อันนั้นคือการที่ จะกระจายเรื่องของกรรมสิทธิ์ทุนไปให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งได้เห็นแล้วครับว่าวันนี้กองทุน ประกันสังคมซึ่งมาจากเงินสะสมของนายจ้าง ของรัฐบาล และของคนงานเองนั้น วันนี้มีเงินถึง ประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเยอะมากนะครับ อันนี้ผมเชื่อว่าธนาคารแรงงานนั้นตั้งโดย คนงานได้ และก้าวที่ ๓ เรื่องของธนาคารแรงงานนั้นจะเป็นกลไกในเรื่องของทุนที่จะสร้าง เศรษฐกิจให้กับประชาชนระดับล่าง เช่น ธุรกิจรายย่อย วิสาหกิจชุมชน ที่อยู่อาศัยของคนจน ในระดับล่าง วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นผมเองขอขอบคุณ สมาชิก สปช. และขอฝากสมาชิก สปท. ที่จะมีส่วนสําคัญในการสนับสนุนธนาคารแรงงาน หรือการปฏิรูปแรงงานในทุกด้าน ในฐานะที่เป็นตัวแทนของภาคแรงงานครับ ต้องขอ กราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้นะครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ