สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ หารือเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของจิตอาสา และการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของชุมชน เพื่อให้การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมมีประสิทธิภาพและไม่กลายเป็นการเมือง

นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ กระผม วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ สมาชิกหมายเลข ๑๒๙ จะขออภิปรายเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อสังเกตให้กับท่านกรรมาธิการได้นําไปขับเคลื่อนในด้านสังคม และสิ่งที่ผมจะพูด จากนี้ไปอาจจะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองอยู่บ้าง เริ่มต้นจากการที่เราจะพัฒนาสังคมนั้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านทราบกันดีว่าเราให้ความสําคัญ ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ซึ่งคํานี้คําว่า ประชาสังคม มันยิ่งใหญ่มาก มันหมายรวมถึงประชาชนที่รวมกลุ่มกันทุกหมู่เหล่าเลย เราก็ได้พัฒนาเรื่องการรวมกลุ่ม ที่มาจากหลากหลาย จนกระทั่งออกเป็นพระราชบัญญัติก็มี อย่างเช่นพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน ที่คุณหมออําพลได้กรุณานําเสนอ ผมอยากให้มีการถอดบทเรียนว่าการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชนนั้นเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศมากน้อยเพียงใด เพราะว่าถ้าเราฟังดู อย่างโลกสวย หรือดูในลักษณะของเสรีภาพแบบประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ดีงามมากครับ แต่ก็คงจะมีมุมมองไม่มากก็น้อยว่าก็สร้างปัญหาอยู่เช่นกันไม่มากก็น้อยครับ ผมคิดว่า หลักการมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อพัฒนาสังคมนั้น สิ่งหนึ่ง จะต้องคํานึงถึงหลักจิตอาสา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากครับเรื่องจิตอาสา แต่พบว่าที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องวัตถุอาสาเสียเยอะเหมือนกัน เพราะทุกคนไปวิ่งหาผลประโยชน์เรื่องของ งบประมาณ การทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภาคราชการ แต่การทุจริตกลายไปเกิดขึ้นกับ ภาคประชาสังคม หรือภาคประชาชน ฟังดูแล้วน่าเสียชื่ออย่างยิ่ง ทําอย่างไรเราถึงจะมีมาตรการ หรือพยายามที่จะทําให้เกิดจิตอาสาอย่างแท้จริง เราพบว่าเงินคือปัจจัยสําคัญที่การอยู่รอด เหมือนกัน เราใช้เงินนําหน้าเพื่อให้เขามารวมกลุ่ม เราใช้เงินนําหน้าเพื่อให้เขาได้มาทําโน่น ทํานี่ให้ แล้วก็บอกว่านี่คือการมีส่วนร่วม ซึ่งผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าจากนี้ไปเราจะขับเคลื่อน ในเชิงจิตอาสาได้อย่างไร ผมเห็นสภาพการณ์อย่างหนึ่งครับว่าบางครั้งเราพยายามจัดระเบียบ การมีส่วนร่วมให้กับประชาชน เราพยายามตั้งสภาองค์กรชุมชนขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อ ต้องการให้เขานั้น ชื่อบอกครับ องค์กรชุมชนระดับตําบล มีการรวมกลุ่มกัน ตําบล หมู่บ้าน และขึ้นมาจังหวัด สุดแล้วแต่ เจตนารมณ์เพื่อให้เขาทํางานอยู่ตรงนั้นละครับ เพื่อการรวมกลุ่มกัน เพื่อจะสร้างสรรค์จรรโลงสิ่งที่ดีงามอยู่ตรงนั้นละครับ แต่บางโอกาสกลายเป็นการเมือง ผมยกตัวอย่างเช่นในพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนไปเชื่อมต่อกับพระราชบัญญัติ สภาพัฒนาการเมือง บางครั้งเจตนารมณ์ของกฎหมายบอกว่าต้องการเอาเรื่องชุมชนเป็นหลัก แต่ต้องการจะมีส่วนร่วมนี่นะครับ เลยขอให้สภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด ๑ คนมาเป็น สมาชิกโดยตําแหน่งของสภาพัฒนาการเมือง ท่านทราบไหมว่าเมื่อไปทํางานแล้วคนละมิติเลย เก่งในพื้นที่ เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่เก่งกาจมากเลย แต่พอมาวันหนึ่งขึ้นมาระดับประเทศเป็น สภาพัฒนาการเมือง ยิ่งใหญ่มากครับ ฟังดูแล้วพัฒนาการเมือง สิ่งที่เป็นห่วงคืออะไรครับ เรื่องขององค์ความรู้ เรื่องของการปรับตัว เรื่องของการที่จะพัฒนาการเมืองตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายอีกฉบับหนึ่งนั้น ท่านคงทราบกันดีครับว่าค่อนข้างจะล้มเหลว นี่ละครับคือ เหตุผลหนึ่งที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อต้องการทําให้ท่านเห็นภาพครับว่าการมีส่วนร่วม ของประชาชนนั้นต้องดูเช่นเดียวกันว่าเขาถนัดอย่างไร แบบไหน มีพัฒนาการไปแค่ไหน อย่างไร ถ้ากระโดดกันขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ฐานไม่แกร่งชุมชนก็พัง ผมมีตัวอย่างครับ ผมทําวิจัยเรื่องนี้ มาโดยตรงครับ พบว่าสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่ได้บอกว่าทั้งหมดนะครับ กลับพื้นที่เดิมไปไม่ได้ ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อกลับไปพื้นที่เดิมนั้น บริบทตอนที่เป็นตัวแทน ของสภาองค์กรชุมชนนั้นไม่ได้ทําหน้าที่ในชุมชนอย่างเต็มที่ กลับมาทําหน้าที่ที่เรียกว่า พัฒนาการเมือง และระยะแรกของเขามาทําหน้าที่พัฒนาการเมืองในระยะแรกนั้นอึดอัดเป็นที่สุด เพราะมองมิติทางการเมืองนั้นไม่เป็นผล ไม่ทะลุปรุโปร่ง ขนาดพวกเรา ๒๐๐ คน เป็นอย่างไรครับ เรานั่งอยู่ตรงนี้กัน เรายังมองตีความกันหลากหลายเลย แต่เพื่อนร่วมชาติส่วนหนึ่งมีจิตใจ ที่โดดเด่นอยากจะทํางานด้านการเมืองโดยผ่านสภาองค์กรชุมชน เมื่อขึ้นมาแล้วบางครั้ง ก็น่าเห็นใจท่านทั้งหลายครับ ไม่สามารถที่จะนําพาซึ่งเจตนารมณ์พัฒนาการเมืองได้ กลายเป็นองค์กรที่ล้มเหลว กลายเป็นองค์กรที่วันนี้นั้นแม้แต่รัฐบาลหรือใครก็ไม่ได้ฝากความหวังไว้ และไปกระทบโดยตรงกับที่มาคือสภาองค์กรชุมชน ผมเลยจึงอยากจะเห็นภาพว่าทําอย่างไร เราถึงจะมีการจัดระเบียบการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมใหม่ให้เกิดความถูกต้อง ถูกที่ถูกทาง เฉพาะแห่งหนให้ถูกต้องตามหลักความรู้ความสามารถ นี่ก็คือเรื่องสําคัญครับ อีกส่วนเดียวครับท่านประธาน ขอเวลาอีก ๒-๓ นาที วันนี้นั้นเราจะ พูดถึงแผนชาติ แผนชาติก็มักจะพูดถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เข้ามาร่วมจัดทําแผน สภาปฏิรูปของเราหรือสภาขับเคลื่อนของเราก็พยายามจะบอก ให้มีส่วนร่วมทั้งนั้นละครับ แต่การมีส่วนร่วมที่ว่านี้มันเป็นอย่างไรที่จะเป็นมรรคเป็นผล อย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างวันนี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรากหญ้า ที่เรียกว่าระดับหมู่บ้าน ที่เรียกว่า คณะกรรมการหมู่บ้าน ทุกหน่วยงานลงไปครับ ๒๐ กระทรวง ๒๐๐ กว่ากรมลงไปเพื่อต้องการ จะเอานโยบายของแต่ละกรมนั้นลงไปให้ชาวบ้าน ก็เหมือนผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม เรียกชาวบ้านมาชุมนุมกัน การมีส่วนร่วมวันนั้นมันกลายผิดเพี้ยนไปทันทีเลยว่าไม่ได้มีส่วนร่วม มันไปรับนโยบาย และกลายเป็นเรื่องอะไรครับ การให้ความร่วมมือ คําว่า การมีส่วนร่วม กับการให้ความร่วมมือคนละมิติอีกครับ ดังนั้นที่ผ่านมามันอาจจะทับซ้อนกันอยู่ และผมคิดว่าเป็นเพียงความร่วมมือที่เขาปฏิเสธไม่ได้เท่านั้น ไม่ใช่หลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ถ้าหลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง คิด พูด ทํา ตั้งแต่เริ่มต้นต้องนับ ๑ พร้อมกันกับทุกภาคส่วน และเมื่อขึ้นมาแล้วสามารถนําไปเป็นผลในทางปฏิบัติได้ คือกินได้ หรือเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งแน่นอนครับ จุดอ่อนมาก ๆ เลยคือวันนี้ทุกหน่วยงานพยายามจะเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วม จากประชาชน เราก็ทราบกันดีครับว่าเรียกชาวบ้านมาเซ็นชื่อรับค่าเดินทางกันไป อย่างนี้ อันตรายครับ เพราะเรากําลังสร้างวัฒนธรรมทุจริตประพฤติมิชอบตั้งแต่รากหญ้าเลย ทําอย่างไรถึงจะเกิดจิตอาสาอย่างแท้จริง อันนี้ต้องฝากท่านประธานครับ ผมก็เข้าใจครับว่า เป็นเรื่องที่ยากครับ แต่ไม่อยากเห็นครับว่าจากนี้ไปการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องของเงินทองนําหน้า แต่ต้องเป็นเรื่องของจิตอาสา เราไม่จําเป็นต้องทันทีทันใด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อาจจะต้อง ค่อยเป็นค่อยไป มีหมู่บ้านตัวอย่าง มีตําบลตัวอย่างที่เขาเกิดขึ้นจากจิตอาสาผมคิดว่า มีมากมายครับ แล้ววันนี้ปัญหาหนึ่งที่เราประสบพบกันก็คือเรื่องงบประมาณ เขาทําแผน คิดกันทั้งตําบล หมู่บ้าน แต่พอไปถึงแล้วเขาไม่สามารถเป็นผู้ตัดสินใจที่จะเอางบประมาณมาได้ ทั้งหลายทั้งปวงจึงฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการครับว่าผมสะท้อนในมุมมอง ที่เห็นใจท่านครับ แต่อยากเห็นว่าการปฏิรูปครั้งนี้นั้นจะต้องมาด้วยความสําคัญเรื่องจิตอาสา ขอบพระคุณครับ