เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือเรื่องการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยเน้นย้ำถึงปัจจัยที่ทำให้ชุมชนอ่อนแอ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และโอกาส และเสนอแนะว่าควรออกกฎหมายเพื่อสิทธิชุมชน การจัดการชุมชน และการเพิ่มทุนชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถจัดการตนเองได้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพนะครับ กระผม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ขออนุญาต อภิปรายให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนของการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งท่านคุณหมออําพล ได้อภิปรายได้อย่างกว้างขวางครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม เราคง ทราบว่าจริง ๆ แล้วชุมชนของเราในปัจจุบันนี้มีความอ่อนแอมากขึ้น แล้วความที่ชุมชน มีความอ่อนแอมากขึ้นเป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราได้มีการพูดคุยกันมา สาเหตุสําคัญอันหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นรากฐานความอ่อนแอของชุมชนที่จริงมาจาก ความเหลื่อมล้ํา ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ ทางสังคม หรือโอกาสต่าง ๆ ถ้าพูดถึง เศรษฐกิจของชุมชนส่วนใหญ่จะมีการพึ่งพาภายนอกเป็นหลักทําให้เราเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐกิจ ที่เราพึ่งตัวเองได้กลายเป็นพึ่งพาภายนอก ถ้าเราดูถึงรายได้และรายจ่ายของชุมชนทั้งหมด ก็เกิดพบว่ามีรายจ่ายมากกว่ารายได้ทําให้เกิดการเพิ่มหนี้สินขึ้นมาแล้วก็มีการพึ่งพา ในเรื่องธรรมชาติเป็นหลัก ทําให้เกิดปีใดที่ฝนแล้งก็เป็นหนี้เป็นสิน มีการพึ่งพาปุ๋ยจากเคมี ต่าง ๆ รวมทั้งการจ้างงานของชุมชน ในขณะนี้เนื่องจากการขาดแรงงานทําให้เกิดหนี้สิน ต่าง ๆ ที่เข้าไปจ้างงานเพื่อไปทําพืชผลทางการเกษตร แล้วผลผลิตทางการเกษตรที่เกิดขึ้น ยังไม่มีความแน่นอนที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติต่าง ๆ นี้ รวมทั้งภาวะหนี้สินเกิดจากการบริโภคนิยม บางทีอาจจะมีอบายมุข มียาเสพติดอะไรต่าง ๆ มากขึ้น พวกนี้ทั้งหมดเป็นเหตุสําคัญอันหนึ่ง ที่เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่ทําให้ชุมชนมีความอ่อนแอมากขึ้น ในเรื่องของการปกครอง เราได้มีระบบการปกครอง ผู้นํา ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งท้องถิ่นต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ก็ยอมรับว่า องค์กรที่ทําหน้าที่ผู้นําของชุมชนต่าง ๆ เหล่านี้ ภาวะการทุจริต การคอร์รัปชัน ก็ดี หรือการเป็นตัวแทนจากผลประโยชน์ก็ดี ทําให้ความเป็นผู้แทนของชุมชนน้อยลงอะไรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทั้งเศรษฐกิจและสังคมและโอกาสมีผลสําคัญที่ทําให้ชุมชนมีความอ่อนแอนะครับ ในขณะที่เราต้องการจะให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ข้อเสนอของ สปช. ที่ท่านคุณหมออําพล ได้มีการพูดถึงกันมาเท่าที่ดูแล้วจะมีการเพิ่มในเรื่องของกฎหมายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สิทธิชุมชน การจัดการชุมชน การเพิ่มทุนชุมชนต่าง ๆ ให้ชุมชนได้มีการจัดการตนเอง ผมคิดว่ากฎหมายเหล่านี้ถ้าสามารถออกมาได้ก็สามารถทําให้ดุลยภาพของชุมชน ในการจัดการตนเองสูงขึ้น และชุมชนมีโอกาสที่จะมีความเข้มแข็งแล้วก็สามารถที่จะดูแล ตัวเองต่าง ๆ ได้นะครับ ผมว่าถ้าเราผลักดันตรงนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมขออนุญาตที่จะเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ๒-๓ ประการ ในการขับเคลื่อนชุมชน เพื่อจะเสริมให้ทางคณะนี้ได้รับไปพิจารณา ๒-๓ ประการ
ประการแรก ก็คือผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงชุมชนทั้งหมดที่จะทําให้เกิด ความเข้มแข็ง นอกจากเราพูดถึงเศรษฐกิจ การแก้กฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่สําคัญมากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของชุมชน ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ เราปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายหลายเรื่อง แต่ถ้าวิธีคิดของชุมชนไม่เปลี่ยนตรงนี้จะเป็น เรื่องสําคัญนะครับ เขาก็จะกลับไปสู่ความอ่อนแออีก ฉะนั้นในการขับเคลื่อนต่าง ๆ เราคง ต้องไปนั่งคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของชุมชนอย่างไรให้พึ่งตนเอง ให้พึ่งพลังตนเองต่าง ๆ เหล่านี้ได้ แล้วก็ลดพึ่งพิงภายนอก ผมคิดว่ารูปแบบในเรื่องของการทํา โรงเรียนผู้นําก็ดี การให้ชุมชนได้ดูตัวอย่างซึ่งกันและกันก็ดี การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มีบทบาทสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของชุมชน ซึ่งผมว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ มากนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือการสร้างผู้นําชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง คําว่า ผู้นําชุมชน ที่ผมหมายถึง ไม่ได้หมายถึงผู้นําที่เป็นทางการอย่างเดียว แต่หมายถึงผู้นําธรรมชาติ ผู้นําที่ เกิดจากชุมชนจริง ๆ ตรงนี้จะเป็นเรื่องหลัก เรามีสถาบันอะไรบ้างที่จะสามารถทําให้ชุมชน มีความเข้มแข็งและเข้าใจในบริบทต่าง ๆ ที่เป็นเหตุให้ชุมชนมีความอ่อนแอ และสามารถ จะใช้ศักยภาพของผู้นําที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินําพาชุมชนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น อันนี้ผมว่า เป็นเรื่องที่ ๒ ที่มีความสําคัญ
ประการที่ ๓ ก็คือทําอย่างไรเมื่อเรารู้ว่าเหตุความอ่อนแอของชุมชน มาจากเศรษฐกิจ ถ้าเราสามารถทําให้ชุมชนมีความพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อยในระดับหนึ่ง ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ โครงการ กิจกรรมกี่อย่างที่เกิดขึ้นทําให้ชุมชนมีความเข้มแข็งทั้งเรื่อง การจัดการแหล่งน้ํา การจัดระบบสหกรณ์ การทําให้ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันเป็นรูปแบบ ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าสามารถทําได้อย่างดี ผมว่าเมื่อชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างนี้แล้ว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว ผมขอขอบคุณครับ