สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วสันต์ ภัยหลีกลี้ หารือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและความจำเป็นในการแก้ไขเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการเบียดบังงบประมาณในส่วนของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ รวมถึงการปฏิรูปกฎเกณฑ์และกระบวนการดําเนินการเพื่อลดโอกาสในการทุจริต

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้

กราบเรียนท่านประธานสภาและสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพครับ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประเทศไทยมีปัญหา เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอย่างรุนแรงแล้วก็แพร่ขยายอย่างกว้างขวางนะครับ อย่างที่ ท่านประธานประมนต์ได้กล่าวไว้นะครับ คะแนนดัชนีความโปร่งใสของเราในช่วงที่ผ่านมา เรียกว่าไม่ดีเลย ไม่เคยเกิน ๓๘ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนนเต็ม ปีนี้เราดีขึ้นหน่อย ขึ้นมาที่อันดับ ๘๕ จาก ๑๗๕ ประเทศ แต่ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) เราก็อยู่ในประเทศ ที่เรียกว่ากลาง ๆ นะครับ มีเรื่องที่เราจําเป็นจะต้องทําอีกเยอะมากเพื่อให้ประเทศของเรา ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็มีขีดความสามารถในการแข่งขัน แล้วทําให้คุณภาพ ชีวิตของประชาชนโดยรวมดีขึ้น สําหรับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันครับ ในช่วงที่ผ่านมาว่า กันว่าสร้างความเสียหายปีหนึ่งหลายแสนล้านบาทนะครับ ซึ่งเงินเหล่านี้ถ้านํามาใช้ ในการพัฒนาประเทศก็คงจะทําให้ประเทศของเราก้าวไปได้อีกไกลพอสมควรนะครับ ปัจจัยหลักที่ทําให้ปัญหารุนแรงมากขึ้น ว่ากันว่าเกิดจากกฎหมายเปิดช่องให้ข้าราชการ ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาดําเนินการหรือว่างดเว้นการดําเนินการโดยปราศจาก การตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจังนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

นอกจากนั้นครับ ก็เป็นเพราะทัศนคติของประชาชน ต่อความเสียหายอันเกิดจากคอร์รัปชัน มีน้อยนะครับ เพราะเห็นว่าการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ในทุกรัฐบาล จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันเป็นประเภทไทยเฉย นอกจากนั้นนะครับ ฝ่ายการเมืองขาดเจตนารมณ์ขาดความแน่วแน่ที่จะขจัดปัญหา การทุจริตคอร์รัปชัน มิหนําซ้ําบางทียังเข้ามาถอนทุนหรือว่าเข้ามาทําธุรกิจการเมือง หวังความร่ํารวยจากความเดือดร้อนของประเทศชาติและประชาชนนะครับ ยุทธศาสตร์ ทางด้านการป้องกันนะครับ เราคิดว่าควรจะเน้นที่การปฏิรูปด้วยการสร้างเสริมสังคม ธรรมาภิบาลเพื่อเป็นระบบป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันเสมือนกับการสร้างระบบภูมิต้านทาน แก่ทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน โดยทุกภาคส่วนจะต้องมีหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วยหลักนิติธรรม ต้องมีการปฏิรูปกฎเกณฑ์ กติกาที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานขององค์กรให้มีความชัดเจน สร้างการยอมรับร่วมกัน แล้วก็สามารถบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพ ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ต้องมีการสร้างความโปร่งใสในการกําหนดกฎเกณฑ์ กติกา กระบวนการ ขั้นตอนการดําเนินการเข้าถึงข้อมูล มีการเสริมสร้างกลไกสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น การเปิดโอกาสให้ประชาชน ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและการดําเนินการของภาครัฐ การตั้งกองทุนเพื่อการทํางานของ ประชาชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การลดการใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ เช่น การกําหนดขั้นตอน กระบวนการ ระยะเวลาในการทํางาน ในการปฏิบัติงาน ในการให้บริการประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล แล้วก็ความคุ้มค่าของ การให้บริการ การขจัดโอกาสการทุจริตด้วยการตรวจสอบ จับกุม ลงโทษอย่างเคร่งครัด แล้วก็จริงจัง ลดการแทรกแซงทางการเมือง เช่น การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจด้วยระบบคุณธรรมและจริยธรรม ยุทธศาสตร์การป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบจะเน้นหนักในด้านของการอุดช่องโหว่ของกฎหมาย ไม่ให้มีช่องทาง ในการหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และลดเงื่อนไขในการเข้าแสวงหา ผลประโยชน์จากการให้บริการสาธารณะของรัฐได้โดยง่าย รวมทั้งการพยายามให้เกิด ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้เกิดขึ้นในกระบวนการปฏิบัติงาน จึงได้มีการกําหนด ให้มีการปฏิรูปดังนี้นะครับ

๑. การปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัสดุภาครัฐเพื่อให้เกิดระบบ ที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพต่อการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การมีกฎหมาย ที่ปิดช่องในการฉวยโอกาสของนักการเมืองในการนํางบประมาณแผ่นดินไปใช้ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ตนเองในเชิงของการหาเสียง การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารภาครัฐ รวมทั้งไม่ให้มีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ ส่วนรวมในขณะที่ดํารงตําแหน่งที่สามารถใช้อํานาจรัฐได้

๒. การปฏิรูปการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต ก็ประกอบไปด้วยการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการต่อต้านการทุจริต การมีส่วนร่วม แล้วก็ ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและมีบทบาทในการต่อต้าน การทุจริต จําเป็นจะต้องมีกองทุนสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตเพื่อหนุนช่วยให้ภาคประชาสังคม ได้ดําเนินกิจกรรมรณรงค์แจ้งเบาะแสอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนจนทําให้ นักการเมืองแล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจต้านทานกระแสของประชาชนได้ การคุ้มครอง พยานในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต ในการแจ้งเบาะแส การตรวจสอบการใช้งบประมาณ การเข้าร่วมสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้าง และเป็นพยานในศาล ก็จะต้องให้ความปลอดภัยกับพยานเหล่านั้น นอกจากนั้นก็สร้าง ให้หลักนิติธรรมเกิดผลในทางปฏิบัติและสังคมมีธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐแล้วก็ ภาคธุรกิจเอกชน โดยการปฏิรูปกฎหมายต่าง ๆ ที่จะไปเอื้อต่อการทุจริตเพื่อปิดช่องโหว่ ขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมให้กฎหมายมีความชัดเจน มีสภาพบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานพัสดุภาครัฐ มีมาตรการเชิงป้องกัน ของบุคคลที่สามในการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้ข้อตกลงคุณธรรมหรือว่าอินเทกริตีแพกท์ (Integrity Pact) มีโครงการแนวร่วมปฏิบัติภาคประชาชน การเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลโดยการสร้างมิติ ทางการบริหารที่มีความโปร่งใสและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ก็เป็นสิ่งสําคัญ โดยใช้แนวทางรัฐบาลเปิดเผยหรือว่าโอเพินกัฟเวิร์นเมนท์ (Open government) หรือโอเพินดาตา (Open data) โดยการยกร่างปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐที่มีผลกระทบต่อทั้งสังคมแล้วก็ต่อตนเองได้ จะทําให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบถ่วงดุลการทํางานของภาครัฐ แล้วก็เป็นการสร้าง ความไว้เนื้อเชื่อใจในระบบบริหารภาครัฐได้อีกด้วยการลดการใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐโดยให้มีการกําหนดขั้นตอน ระยะเวลาแล้วเสร็จ เอกสารที่ใช้ในการขออนุญาต หรือว่าขออนุมัติจากทางราชการซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีที่พระราชบัญญัติอํานวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. แล้วก็มีผลบังคับใช้ไปแล้ว

ประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายที่เราเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงหรือว่า มีการตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ก็ได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็นําเสนอให้มีการยกร่างกฎหมายใหม่นี้ อาทิเช่นร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เราเห็นว่าพระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของทางราชการซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ สมควรแก่เวลาที่จะปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก รวดเร็วขึ้น เพื่อทําให้สังคมมีธรรมาภิบาลมากขึ้น เราเสนอให้มีร่างพระราชบัญญัติ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการเบียดบังงบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งปีหนึ่ง ๆ มีอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นก็มีการนํางบโฆษณาส่วนนี้ ไปโฆษณาตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองและยังใช้ในการแทรกแซงสื่อด้วยนะครับ เราเสนอ ให้มีร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม อันนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์เพื่อที่จะ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้อํานาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เป็นการปรับปรุงจากกฎหมายเจ็ดชั่วโคตร ที่เคยมีการนําเสนอให้มีความเหมาะสมแล้วก็น่าจะเป็นที่ยอมรับได้มากขึ้น แล้วก็จะมีส่วน ช่วยในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ก็ยังได้มีข้อเสนอแนะต่าง ๆ ทั้งต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต่อรัฐบาลนี้นะครับ เช่นร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งเราได้ทํางานควบคู่ไปกับทางกรมบัญชีกลาง นอกจากนั้น ก็มีข้อเสนอแนวทางการดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติศุลกากรว่าด้วยการจัดตั้งคลังสินค้า ทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรเพื่อให้มีการแข่งขันไม่ให้มีการผูกขาด นอกจากนั้น ก็มีข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการด้วย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่เวลามีกฎหมายออกมาแล้วบางทีไปเอื้อเอกชนทําให้รัฐเสียหาย ผลลัพธ์ที่เราหวังว่าจะเกิดขึ้นแล้วก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็มีหลายประการด้วยกัน ผมขออนุญาตสรุปดังนี้ อย่างเช่น มีการพัฒนาระบบกฎหมายที่เกี่ยวกับการต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชัน ทําให้การบริหารงานภาครัฐมีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่ที่อาจจะเป็นช่องทางในการเรียกรับอามิสสินจ้าง การเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงข้อมูล การให้บริการภาครัฐ การบริหารสินทรัพย์หรือบริหารโครงการที่คุ้มค่า เราอยากเห็นผลลัพธ์ที่ประชาชน กลุ่มองค์กรภาคเอกชนมีความรู้ความเข้าใจแล้วก็ตระหนัก ถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต มีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส แล้วก็ ร่วมตรวจสอบกิจกรรมที่อาจจะเสี่ยงต่อการทุจริตในทุกระดับ ผู้แจ้งเบาะแส ผู้มีส่วนร่วม ได้รับการคุ้มครองกรณีที่ได้รับความเสียหายอันเป็นผลจากการที่ทําหน้าที่พลเมืองดี อยากเห็นองค์กรอิสระ หน่วยงานของภาครัฐมีบุคลากรที่มีความสามารถ มีสมรรถนะ แล้วก็ ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รวดเร็ว มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานขององค์กรอิสระสามารถบรรลุผลตามที่ตั้งใจได้ มีความเป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซง ไม่ถูกชี้นําจากฝ่ายบริหารหรือว่าข้าราชการการเมือง อย่างเช่น ป.ป.ท. เราก็เสนอว่าควรจะ ให้มีความเป็นอิสระไม่ได้อยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม เสนอให้มีศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ขึ้นเป็นศาลชํานัญพิเศษ ใช้ระบบไต่สวน ทําหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีข้าราชการ พนักงานราชการ แล้วก็ลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตหรือว่าร่ํารวย ผิดปกตินะครับ อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมทําหน้าที่ได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถ เอาคนผิดมาลงโทษได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการป้องปรามทําให้คนที่คิดจะทุจริตนี้ต้องคิดมาก หรือว่าต้องคิดหนัก เราอยากเห็นองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจต่างชาติมีความพึงพอใจ ที่จะมาลงทุนหรือว่าใช้บริการในประเทศของเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ด้านบริการ หรือว่าการเงิน การธนาคาร เราหวังว่าสถานการณ์ความโปร่งใสในประเทศไทย จะดีขึ้นนะครับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราจะดีขึ้นจากการที่เราช่วยกันป้องกันครับ ขอบพระคุณครับ