คณิศร ทับทิม หารือเรื่องการสร้างพื้นที่ทางสังคมที่มีแนวคิด "คนไทยไม่โกง" โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้เด็กได้เรียนรู้และพูดถึงสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้น และการไม่ปิดกั้นพื้นที่ให้กับเด็ก นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของสื่อในการส่งเสริมสิ่งดีๆ และการขับเคลื่อนในกลุ่มของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและปฏิบัติระบบคุณธรรมจริยธรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภายนอกในการส่งเสริมและพัฒนาอันเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ ผม คณิศร ทับทิม วันนี้เป็นตัวแทนท่านอาจารย์จุรีมาอธิบาย มานําเสนอ ในเรื่องของการปลูกฝัง ด้านการปลูกฝังเรามีแนวกรอบความคิดนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป เรามียุทธศาสตร์ที่ใช้กรอบแนวความคิดที่เรียกว่า คนไทยไม่โกง คนไทยไม่โกงนี้เราจะ แบ่งออกเป็น ๓ แนวทางแล้วก็ ๗ กลุ่มเป้าหมาย ตามภาพที่ทุกท่านได้เห็น เราจะมุ่งเน้นอะไร มุ่งเน้นคือการขจัดการทุจริตคอร์รัปชันในทุกภาคส่วนให้ทุกภาคส่วนนั้นรังเกียจ แล้วก็ไม่ยอมรับการโกง โดยที่เน้นคน คนเป็นทั้งตัวการขับเคลื่อนแล้วก็เป็นทั้งเป้าหมาย ที่เราจะต้องการด้วย
สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ อันนี้เป็น ๓ แนวทางกับ ๗ กลุ่มเป้าหมาย ที่เราดําเนินการไว้นะครับ
แนวทางแรก คือการปลูกจิตสํานึก อันนี้ทั้ง ๗ กลุ่มเราจะทําขับเคลื่อน ไปพร้อมกันนะครับ เราไม่สามารถทํากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้นะครับ
แนวทางที่ ๒ คือการสร้างแรงกดดันทางสังคม
แนวทางที่ ๓ คือการขยายพื้นที่แล้วก็การจัดการเครือข่ายให้ได้ผล
สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ เราจะเข้าสู่กลุ่มแรกกันเลยนะครับ กลุ่มของเด็ก และเยาวชนเราจะมีกลไกในการขับเคลื่อนอยู่ ๔ มาตรการ
อันแรก คือเรื่องของกลไกการศึกษา อันนี้เราจะเริ่มได้ยินแล้วนะครับหลักสูตร ที่เราใช้กันทั่วประเทศ เราอยากมีการปูพื้นหลักสูตรโตไปไม่โกง อันนี้เป็นการปูพื้นปลูกฝัง ตั้งแต่เด็ก ๆ อยากให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้แต่ว่าเด็ก ๆ อย่างเดียวไม่ได้ผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นตัวแบบด้วย
อันที่ ๒ เราเอาผู้ปกครองแล้วก็คนที่เลี้ยงดูเด็ก ซึ่งเป็นคนที่มีความสําคัญมาก ในการหล่อหลอมกล่อมเกลาเด็กเข้ามาอบรมด้วย เราจะขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันไม่ใช่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง เพราะว่าเกิดอะไรขึ้นครับ เราสอนอย่างหนึ่ง พ่อแม่ปฏิบัติอย่างหนึ่ง ขับรถซ้อนลูก ฝ่าไฟแดง ในโรงเรียนสอนอีกอย่างหนึ่ง มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันไม่ไปด้วยกัน เราต้องทําให้ สังคมนั้นขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน
อันที่ ๓ คือการสร้างพื้นที่ทางสังคมให้เกิดขึ้น ทุกวันนี้เราไม่ให้เด็กพูดเรื่อง การโกง เราต้องให้เด็กเปิดพื้นที่ให้เขาในการพูดถึงสิ่งเหล่านี้ สิ่งไม่ดีที่มันเกิดขึ้น นมโรงเรียนเกิดอะไรขึ้นครับ บูดครับคุณครู บูดแล้วอย่างไรครับ จบ ไม่พูดอะไรต่อว่าส่งผล อะไรต่อเด็กบ้าง สิ่งเหล่านี้เราต้องให้เด็กได้เรียนรู้แล้ว เราต้องอย่าปิดกั้น เราต้องเปิดพื้นที่ ให้กับเด็กด้วย
อีกอันหนึ่งสําหรับเด็กคือสื่อ สื่อมีความสําคัญมากครับ สื่อรณรงค์ต่าง ๆ จะเป็นการตอกย้ําเด็กในทุกรูปแบบเลย สิ่งนี้เป็นการสําคัญทั้ง ๔ กลไกนี้ อันนี้เป็น การครอบคลุมเด็กและเยาวชนครับ
สไลด์ (Slide) ถัดไปต่อไป เป็นการขับเคลื่อนในกลุ่มของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็มีความสําคัญ ข้าราชการมีเป็นล้านคนในประเทศไทย เราอยากได้ ข้าราชการที่ดี วาทกรรมที่คนดีไม่โตแล้วคนโตคือไม่ดี ไม่อยาก อยากให้ได้สังคมที่คนดี ดีแล้วก็โตด้วย สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นเราต้องมีกลไกอะไรบ้างครับ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผู้นําต้องทําให้ดูเป็นตัวอย่าง การส่งสัญญาณจากผู้นําเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าหัวไม่ทําแล้วหาง ไม่กระดิกแน่นอนครับ สิ่งเหล่านี้การบริหารงานบุคคลเชิงรุก การบริหารงานบุคคลที่ต้องเน้น เน้นจริง ๆ นะครับ เรามีประมวล เรามีทุกอย่างหมดแล้ว แต่สิ่งที่เราไม่มีคือเราไม่ปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นการปฏิบัติระบบคุณธรรมจริยธรรม ระบบการคัดเลือกแบบคุณธรรม เรามีทุกอย่างเลยครับ แต่มันไม่ดําเนินการ สิ่งเหล่านี้เรายังขาดหาย
ระบบที่ ๓ กลไกระบบงานของจริยธรรม เรามีกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม ในทุกหน่วยงาน แต่กลุ่มนี้คือเหมือนกลุ่มที่เงียบแล้วก็ปิดตาย เราไม่เคยใช้หน่วยงาน ให้เป็นประโยชน์ ประมวลจริยธรรมเราก็มี สิ่งเหล่านี้เราเหมือนเงียบหายไป สิ่งดี ๆ หน่วยงานดี ๆ กลไกดี ๆ เราไม่เคยใช้ เราทําให้มันเป็นเหมือนสิ่งที่เขาเรียกว่าไม้ที่ตายแล้ว เราไม่เอาออกมาใช้
อีกอันหนึ่ง การสนับสนุนจากภายนอกก็มีความสําคัญสําหรับหน่วยงาน ราชการ เพราะหน่วยงานราชการบางทีอาจจะยังมองไม่ครบด้าน เราต้องมีการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่จริยธรรมหรือเจ้าหน้าที่ทุกด้านเพื่อเป็นการตอกย้ําอยู่เรื่อย ๆ สม่ําเสมอ หน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ก็ต้องให้ความสําคัญด้วย เข้ามาให้ความรู้ เข้ามาแลกเปลี่ยนกันว่าจะมี จุดบกพร่องตรงไหนบ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งสําคัญนะครับ
สไลด์ (Slide) ต่อไป เป็นเรื่องของกลุ่มการเมืองผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วก็พรรคการเมือง กลุ่มนี้สําคัญมาก แต่ว่าอาจจะมีคณะอื่นได้พูดไปแล้วก็อาจจะกล่าว คร่าว ๆ เรื่องของกลไกการเข้าสู่ตําแหน่ง อันนี้ก็เป็นสิ่งสําคัญ เราอยากปลูกฝังให้นักการเมือง ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ด้านการต่อต้านการทุจริตออกมาเลยก่อนเข้ารับหรือก่อนสมัคร ท่านต้องมีตรงนี้นะครับ การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน บัญชีเรื่องของการจ่ายภาษีต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านต้องมี อันนี้เรื่องของการเข้าสู่ตําแหน่งนะครับ ถัดมารวมทั้งกลไกของพรรคด้วยก็มี ความสําคัญ พรรคท่านต้องเป็นที่พึ่ง ท่านต้องเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นมาตรฐานทางจริยธรรม ให้กับนักการเมืองด้วย อันสุดท้ายคือกลไกการตรวจสอบ เราอยากให้นักการเมืองน้ําดี รวมกลุ่มกันเป็นกลไกการตรวจสอบที่เกิดขึ้นครับ
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เป็นกลุ่มธุรกิจ ตอนนี้เขาเริ่มขยับแล้ว มีหน่วยงาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน หรือแอคท์ (ACT) ก็เริ่ม สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ไอโอดี (IOD) เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้ มีการขับเคลื่อนเริ่มขึ้น ธุรกิจเริ่มขยับตัว เราต้องสร้างจิตสํานึกไม่ใช่เพียงแต่กําไรสําหรับธุรกิจ เราต้องทําธุรกิจเพื่อสังคมด้วย ธุรกิจเพื่อสังคม กระแสตอนนี้ต่างประเทศเยอะแล้ว ประเทศไทย ก็เริ่มรับเข้ามาแล้ว การทําธุรกิจไม่ได้เน้นกําไรอย่างเดียวสังคมต้องอยู่รอดด้วยนะครับ
อีกอันหนึ่งคือกลไกของการบริหารวัฒนธรรมองค์กร สิ่งเหล่านี้เอกชนเขาทํา มานานแล้ว การมีกลไกจริยธรรมที่ดี การมีระบบการคุ้มครอง การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสที่ดี อันนี้ เอกชนก็ทํามานานแล้วแต่เรายังไม่มี แจ้งแล้วต้องรอด แจ้งแล้วต้องอยู่ได้
สุดท้ายคือกลไกของบรรษัทภิบาล อันนี้สําคัญยิ่งสําหรับทุกอันนะครับ กลไกนี้ เราต้องเน้นย้ําให้เกิดขึ้น มีนโยบายเรื่องของบรรษัทภิบาล รวมทั้งแนวร่วมในการต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชัน เอกชนต้องเริ่มต้องทํา แล้วเราต้องมีแรงจูงใจให้เขาด้วยเช่นมาตรการภาษี หรืออะไรที่เราสามารถช่วยได้เราจะได้ส่งเสริมกัน
สไลด์ (Slide) ต่อไป เรื่องของสื่อมวลชน กลุ่มนี้มีคณะของสื่อ พูดแล้ว ขอข้ามเป็นอีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ประชาสังคมอันนี้ชื่อก็บอกแล้ว ประชาสังคม คือ องค์กรที่ทําเพื่อ ประชาสังคม ประชาชน แล้วก็ทําเพื่อสาธารณประโยชน์ไม่แสวงหาผลกําไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันมันมีอะไรหลายอย่างที่ทําให้องค์กรเหล่านี้ประสบเภทภัย ว่าอย่างนี้ดีกว่า เราต้องเน้น เราต้องกลับมาปลูกฝังใหม่ องค์กรนี้ต้องเน้นกลับไปที่จิตของตัวเองเรา เกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่อประชาชน เพื่อแก้ไขสังคมที่มีจุดบกพร่อง มันถึงเกิดภาคประชาสังคมขึ้นมา เราต้องมีการรายงานความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ ของทั้งผู้บริหาร คณะกรรมการที่อยู่ ในองค์กรประชาสังคม เหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก รวมทั้งประชาสังคมเองก็ต้องมีหน่วยงานที่ ต้องไปเล่นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ท่านต้องช่วยกันส่งเสริม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสําคัญ
และกลุ่มสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือประชาชน อันนี้เป็นทั้งตัวขับเคลื่อนแล้วก็ เป็นทั้งเป้าหมายของเราด้วย วาทกรรมที่ว่าคนโกงได้ไม่เป็นอะไรแต่มีผลงานเกิดขึ้นได้ อย่างไร สิ่งเหล่านี้ใครเป็นคนสร้างขึ้นมา การสร้างมาตรฐานนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งที่สังคมไม่น่าจะ ยอมรับ สิ่งที่บอกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์รับไม่ได้ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะครับ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์อีก ที่เกิดขึ้นมันคืออะไรครับ สิ่งเหล่านี้เราเป็นคนสร้างมาตรฐานให้เกิดการยอมรับหรือครับ ประชาชนเขาโดนกรอกหูทุกวัน ข่าวบอกบ้างโพล (Poll) ต่าง ๆ ลงไปบ้าง สิ่งเหล่านี้ เป็นการหล่อหลอมอย่างหนึ่งที่ทําให้สังคมเราเป็นเช่นนี้ เราเลยอยากให้ ๓ กลไก
อันแรกเลยคือกลไกทางด้านตัวเร่งนะครับ อันนี้เป็นสิ่งสําคัญมาก ตัวเร่งคือ อะไรครับ บุคคลที่เขาทําหน้าที่อย่างนี้อยู่แล้ว บุคคลที่เขาทําหน้าที่อย่างนี้อยู่แล้วเขามี เยอะแยะทั่วประเทศครับ ทั้งท้องถิ่นด้วย เราอยากให้บุคคลเหล่านี้รวมตัวกันเข้มแข็ง ท่านมี ช่องทางให้เขาสิครับ เขาจะทําอย่างไรได้บ้าง เขาจะได้สร้างกลุ่มขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเป็นกรณีที่ ปลูกฝังว่าอะไรครับ เขาร้องเรียนปุ๊บเขาตาย เขาเกิดเสียชีวิตขึ้น แล้วเป็นอย่างไรครับ ประชาชนก็โอเค (Okay) ตายจบปุ๊บ ไม่ทําอะไรแล้ว รู้ว่าคนที่เป็นตัวเร่งขนาดเข้ามามี ส่วนร่วมปุ๊บต้องเสียชีวิต เขาก็อยู่เฉย ๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นท่านต้อง ช่วยแก้นะครับ สิ่งเหล่านี้คือสร้างมาตรฐานอะไรบ้างขึ้นมาตัวเร่งถึงจะทํางานได้ดีขึ้น
อีกอันหนึ่งนะครับ การมีส่วนร่วมของประชาชน เราพูดกันเยอะมากนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ประชาชนยังไม่เคยเข้ามามีส่วนร่วมเลย รัฐธรรมนูญที่จะมาล่าสุด ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง
ตัวสุดท้ายคือสื่อรณรงค์ อันนี้ก็เน้นย้ําอยากให้สื่อช่วยกันประชาสัมพันธ์ สิ่งดี ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม แล้วสังคมเราจะไปรอดนะครับ ขอบคุณครับ