สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หารือเรื่องปฏิรูปวัฒนธรรมไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างจิตสำนึกวัฒนธรรมไทยที่มีสากล และเสนอแนะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อจัดทำศูนย์รวมภูมิสถานวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังพูดถึงการพัฒนาสังคมและอารยธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของจริยธรรมและวัฒนธรรม และขอให้สมาชิกคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา ช่วยขับเคลื่อนและปฏิรูปให้เป็นรูปธรรม

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ขอบคุณท่านสมาชิก สปท. ทุกท่านที่ให้ความเห็น กระผมคิดว่าความเห็นเหล่านี้ น่าจะมีการบันทึกเพื่อจะได้ขับเคลื่อนงานปฏิรูปด้านวัฒนธรรมต่อไป ผมมีความเห็นเน้น ๆ ที่แต่ละท่านได้กล่าวอภิปรายไปท่านละนิดหน่อยนะครับ เช่นท่านกษิตท่านบอกว่า งานวัฒนธรรมนั้นอย่าให้ตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่าล้าหลังคลั่งชาติ เราเห็นด้วยครับ เพราะเราคิดว่าลักษณะของวัฒนธรรมโดยเฉพาะของประเทศไทยนั้นเราควรจะต้อง มีสร้างจิตสํานึกที่เรียกว่าวิญญาณไทยใจสากลครับ ไม่ใช่ล้าหลังคลั่งชาตินะครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งซึ่งท่านถวิลวดีพูด รู้สึกนัยจะตรงกันกับเรื่องของท้องถิ่น ที่จะดูแลตัวเองในด้านวัฒนธรรม เช่นการเปิดพื้นที่หรืออะไรก็ตาม อันนี้มีตัวอย่างครับ คณะกรรมาธิการของ สปช. เราได้ลงพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ได้ไปเห็น ตัวอย่างชุมชนที่เป็นต้นแบบร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็ภาคประชาชน ชาวบ้านด้วย เช่นที่เวียงท่ากานเป็นต้น มีโบราณสถานมากมายอยู่ในลักษณะที่ดีซึ่งทาง กรมศิลปากรก็ไปดูแล แล้วชาวบ้านเขาก็หวงแหนเป็นสมบัติของเขาด้วย ผมว่าลักษณะเหล่านี้ เกิดขึ้นมีขึ้น แล้วถ้าสํารวจให้จริง ๆ ก็จะมีตัวอย่างเหล่านี้มากมายเต็มไปหมด เพราะอย่างไร เหล่านี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเราน่าจะมาจัดเป็นภูมิสถานแล้วก็รวมประมวลเป็นศูนย์รวม ถ้าใครต้องการไปที่เหล่านี้ ก็สามารถจะหาดูได้จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญและเป็นมิติใหม่ ที่เราจะใช้เป็นอาวุธวัฒนธรรมได้ครับ

ท่านเรืองศักดิ์ จริตเอก ท่านพูดเรื่องของศิลปิน เรื่องการสร้างต้นทุน ทางวัฒนธรรมที่เรามีอุดมสมบูรณ์ ผมก็เลยเฉลียวนึกไปถึงคําพูดในหนัง ไม่ใช่หนังตะลุงนะครับ ภาพยนตร์เรื่องวี ฟอร์ เวนเดตต้า (V For Vendetta) ที่เขามีหน้ากากขาว เขาบอกว่า ศิลปินนั้นสร้างเรื่องโกหกเพื่อเปิดเผยความจริง แล้วอีกประโยคหนึ่งว่าขณะที่นักการเมืองนั้น สร้างเรื่องโกหกเพื่อปกปิดความจริง อันนี้ก็ฝากไว้นะครับว่าศิลปินทั้งหลายสร้างเรื่องขึ้นมา ก็เพื่อจะเปิดเผยความจริงเพื่อจะได้สร้างสรรค์และพัฒนาต่อไปให้เป็นอารยธรรมให้ได้นะครับ

ท่านอุทัย เลาหวิเชียร ท่านวิตกเรื่องจริยธรรม อันนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะในเอกสารที่แจกไปนั้นเราพูดไว้ว่าสังคมเหมือนกับต้นไม้ แล้วก็รากเหมือนเศรษฐกิจ การเมืองนั้นเป็นเรือนยอด คือ กิ่ง ก้าน สาขา ใบ และดอกผล และลําต้นที่เป็นสังคม ประกอบด้วยหลัก ๆ อยู่ ๓-๔ ส่วน คือ ๑. แก่นของต้นไม้ต้นนี้ นั่นคือศาสนา ศาสนา เป็นหลัก เป็นแก่น แล้วไม้ต้นนี้นอกจากมีแก่นแล้วก็มีเนื้อไม้ เนื้อไม้นั่นละครับคือจริยธรรม จริยธรรมเราดูได้จากเนื้อไม้ ส่วนค่านิยมนั้นเปรียบเหมือนเปลือกไม้ เพราะฉะนั้นต้นไม้ ที่สมบูรณ์จะต้องประกอบเป็น ๓ ส่วน แก่นไม้ เนื้อไม้ แล้วก็เปลือกไม้ แต่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับรากแล้วก็เรือนยอด นั่นคือเศรษฐกิจและการเมือง แล้วการพัฒนาของสังคมนี้ จากวัฒนธรรมต้องไปสู่อารยธรรมครับ

ท่าน พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม ท่านพูดเรื่องของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งผม ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะว่าเวลานี้พิพิธภัณฑ์เราขาดชีวิตชีวา ผมอยากจะให้มีลักษณะ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของความคร่ําครึแบบพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ควรจะมีอยู่ แต่ว่าต่อไปนี้ ทุกชุมชน ทุกจังหวัด ทุกอําเภอ เพราะทุกชุมชน ทุกอําเภอ ทุกจังหวัด เขามีเรื่องราวของเขา เขาน่าจะมีสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเขาในลักษณะที่ผมใช้คําว่าภูมิบ้านภูมิเมือง เป็นภูมิบ้านภูมิเมืองให้ลูกหลานในท้องถิ่นได้ภูมิใจในพื้นถิ่นของเขา แล้วคนนอกสถานที่ เข้าไปก็ต้องไปเรียนรู้เสียก่อนจะได้รู้จักภูมิบ้านภูมิเมืองของเขา ลักษณะนี้จะต้องเกิดขึ้น ที่เราก็กําหนดไว้ในสมัชชาศิลปวัฒนธรรมด้วยครับ

แล้วท่านชูชาติ อินสว่าง ผมก็ขอขอบคุณครับ แล้วผมจะใช้คําของท่าน ไปใช้ด้วย เช่นว่า ยิ้มง่าย ไหว้เป็น นะครับ

ส่วนท่านวินัย ดะห์ลัน ผมจําชื่อวินัยแล้วฮาลาลทุกทีเลยนะครับ เพราะว่า วินัยท่านเป็น ๑ ในเรื่องฮาลาล และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศไทยมีลักษณะ พหุวัฒนธรรม เราควรจะใช้ลักษณะพหุวัฒนธรรมเป็นพลังทางวัฒนธรรม เป็นทุน ทางวัฒนธรรมที่สามารถจะพัฒนาประเทศของเราไปได้อย่างดีครับ

คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา ที่เป็นสมาชิกอยู่ใน สปท. ของเรามีอยู่ถึง ๖ ท่าน แล้วก็ ๑ ท่าน อยู่ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านสงสัยอะไรเรียนถามท่านเหล่านี้ได้นะครับ ๑. ท่าน พลเอก วิชิต ยาทิพย์ ๒. ท่าน พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ ๓. ท่านชูชาติ อินสว่าง ๔. ท่านอาจารย์วินัย ดะห์ลัน แล้วก็ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แล้วก็ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร แล้วก็กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคือท่านอาจารย์จุรี วิจิตรวาทการ ท่านอยู่ใน คณะกรรมการที่เราคุยกันเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม ท่านมีข้อมูลที่จะให้พวกเราช่วยกัน ขับเคลื่อนได้ครับ ท่านเอกชัยจะมีอะไรพูดไหมครับ ไม่มีนะครับ เพราะว่าเรื่องศาสนาเราเข้าใจกันอยู่แล้ว เพราะเรื่องศาสนาผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าคําของท่านอาจารย์พุทธทาสนี่สรุปได้ดีที่สุด บอกว่าหวังให้ศาสนิกชนทุกศาสนาทําความเข้าใจและเข้าถึงหัวใจของศาสนาตน พร้อมกับ ทําความเข้าใจหัวใจของศาสนาอื่นด้วย ก็จะไม่มีปัญหาครับ ผมขอจบด้วยบทกลอนบทนี้ แล้วกันนะครับว่า วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชีวิต ของคนคิดคนทําคนสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ เป็นอยู่รู้แบ่งปัน ไปตามขั้นครรลองของชีวิต ศิลปะนั้นเป็นความเจนจัด ของการปฏิบัติการงาน การประดิษฐ์ ศิลปวัฒนธรรมจึงนําคิด ให้รู้ทิศรู้ทางรู้ย่างเท้า พื้นฐานบ้านเราคือชาวบ้าน ทํางานไร่นามาก่อนเก่า เป็นปู่เป็นย่าตายายเรา ปลูกเหย้าแปลงย่านเป็นบ้านเมือง เป็นเมือง เรืองรุ่งเป็นกรุงไกร ลูกไทยหลานไทยได้ฟูเฟื่อง น้ําใจไมตรีมีนองเนือง จากเบื้องบรรพกาล ถึงวันนี้ ศิลปวัฒนธรรมประจําชาติ เอกราชเอกลักษณ์เอกศักดิ์ศรี เป็นคันฉ่องส่องความงาม และความดี เป็นโคมฉายช่วยชี้วิถีชน เป็นแท่นธงอารยธรรมล้ําเลอคุณ เป็นต้นทุนวัฒนธรรม สัมฤทธิผล ร่วมสรรค์สร้างสังคมสมค่าคน ต้องตั้งต้นปฏิรูปเป็นรูปธรรม ขอบคุณครับ