วินัย ดะห์ลัน พูดถึงเรื่องงานของคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และทุนทางวัฒนธรรม โดยมองว่าทุนไม่ได้มีแค่เรื่องของเงิน แต่ยังรวมถึงส่วนร่วมและคุณค่าในหลาย ๆ ด้าน นอกจากนี้ยังพูดถึงการสร้างมูลค่าทางวัฒนธรรมในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมพหุ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต และเรียกร้องให้ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ในเรื่องของฮาลาลเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพฮาลาลของประเทศไทย
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน เรียนท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้มานําเสนอเรื่องงานของอดีตคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตพูดใน ๒ เรื่อง อาจจะ เพิ่มอีก ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องของทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งท่าน พลเอก เอกชัยได้ให้ความกรุณา เอ่ยถึงเรื่องของฮาลาล ผมก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงให้เรื่องนี้สักเล็กน้อย
อีกเรื่องหนึ่งก็อย่างที่ท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้กล่าวถึงเรื่องของประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส แล้วก็มีส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาอิสลาม
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตพูดถึง ก็คือเรื่องของทุนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ ของประเทศไทยเท่านั้นของโลก แล้วก็แนวโน้มในเรื่องของการใช้ทุนทางวัฒนธรรม ในเรื่อง ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในที่ต่าง ๆ ขออนุญาตเรื่องของทุนทางวัฒนธรรมก่อน อยากจะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่งกับเรื่องของทุนในอนาคต เมื่อวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม ปี ๒๐๑๔ ที่เซ็นทรัล ลอนดอน ในแมนชันเฮาส์ (Mansion house) แล้วก็ เกียร์คอร์ของกรุงลอนดอนมีการประชุมที่สําคัญอย่างยิ่ง การประชุมหนึ่งซึ่งพวกเรายังไม่ได้ข่าว เป็นเรื่องของคอนเฟอเรนซ์ ออน อินคลูซีฟ แคพิตาลิซึม (Conference on inclusive capitalism) ภาษาไทยเขาใช้คําว่าทุนที่มีส่วนร่วม เรื่องของทุนที่มีส่วนร่วมนั้นผู้จัดเขาได้เชิญแขกต่าง ๆ เข้ามาเป็นสปีกเกอร์ (Speaker) ที่สําคัญก็อย่างเช่น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ของประเทศอังกฤษ แล้วก็อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน แล้วก็ยังมีผู้ว่าการธนาคารไอเอ็มเอฟ (IMF) นอกจากนั้นแล้ว ยังมีบุคคลอื่น ๆ ที่มีความสําคัญ รวมกันทั้งสิ้น ๒๕๐ คน ในการประชุมครั้งนี้มีบริษัทต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามาร่วมประชุม ๓๕ บริษัท เป็นบริษัทข้ามชาติมีประเทศเข้าร่วมประชุม ๓๗ ประเทศ ดูแล้วก็ไม่มาก ๓๗ บริษัท ๓๗ ประเทศ แต่ว่าที่น่าสนใจเลยก็คือบริษัทเหล่านั้นครอบครอง กองทุนรวมทั้งสิ้น ๓๐ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกองทุน ๑ ใน ๓ ของกองทุนในโลก อันนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง ก็คือเรื่องของการเปลี่ยนกรอบแนวคิดในเรื่องของทุน เดิมทีนั้น เรื่องของทุนเขามองกันที่เรื่องของเงิน คุณค่าของเงินและค้าขายกันได้กําไรอย่างไรนั้น ดูกันที่การลงทุนในรูปของเม็ดเงิน แต่อย่างไรก็ตามทางกองทุนนิยมเขามองว่าเรื่องของทุนนั้น เปลี่ยนแปลงไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๐๐๙ เมื่อมีการถดถอยของประเทศ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี อย่างยุโรปก็ดี เรื่องของแนวคิดในเรื่องของทุนนั้นเปลี่ยนแปลงไปจําเป็นที่จะต้องเอาส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมนํามาคิดกําหนดในเรื่องของทุนด้วย เขามองไปในเรื่องของ ๔ ส่วน
ส่วนที่ ๑ ก็คือเรื่องของเงินอันนี้เราทราบดีกันอยู่แล้ว
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของมนุษย์ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เราจะเห็นเลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้นเรื่องของทุนเราจะเห็นชัดเจน อย่างกรณีของประเทศไทยวันนี้เขาถามว่า สินค้าของประเทศไทยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศักดิ์ศรีของมนุษย์หรือไม่ เวลาเรา ซื้อปลากระป๋องที่ในต่างประเทศนั้นถ้ามาจากประเทศไทยมีการใช้เรื่องของแรงงานทาสหรือไม่ ผมไปที่ประเทศบราซิลครับ ไปดูงานเรื่องของฮาลาล น่าแปลกฮาลาลของประเทศบราซิลนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่ประเทศมุสลิมแต่ขายผลิตภัณฑ์ฮาลาลอันดับ ๑ ของโลก แล้วก็การตรวจฮาลาล ของประเทศบราซิลซึ่งเราก็คงจะต้องนํามาใช้พัฒนาในเรื่องของการตรวจรับรองฮาลาล ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน รัฐบาลขอให้องค์กรศาสนาอิสลามในประเทศบราซิลซึ่งมีไม่มาก แต่ว่ามีความเข้มแข็งมากช่วยดูเรื่องของแรงงานทาสด้วยว่าการใช้แรงงานในโรงงานที่มา ขอการรับรองฮาลาลนั้นมีการใช้แรงงานที่ผิดศีลธรรม ผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ผมคิดว่า เรื่องนี้น่าสนใจ เนื่องจากว่าฮาลาลนั้นต่อไปจําเป็นที่จะต้องมีการควบคุมในเรื่องของ จริยธรรมด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม เราจะเห็นว่าในยุโรป ถ้าสมมุติว่าการลงทุนแล้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นทางด้านสิ่งแวดล้อม เราจะเห็น นะครับว่าในยุโรปถ้าสมมุติว่าการลงทุนแล้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นจะมีปัญหาอย่างยิ่ง บริษัทที่ทําให้น้ําเสียผู้บริโภคก็จะไม่ซื้อสินค้าจากบริษัทเหล่านั้น ถ้าเราดูในกรณีของ ประเทศเยอรมนี รถยนต์ยี่ห้อหนึ่งนั้นมีปัญหาในเรื่องของการปกปิดข้อมูล หรือว่าการเบี่ยงเบน ข้อมูลที่ออกมาจากทางด้านคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม อันนั้นก็ทําให้ บริษัทเกิดปัญหาในเรื่องของยอดขาย รวมทั้งเรื่องของการโดนค่าปรับต่าง ๆ นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นส่วนของทุนก็คือเรื่องของทุนวัฒนธรรม ๑ ใน ๔ ส่วน ที่ทางอินคลูซีฟแคพิตาลิซึม (Inclusive capitalism) ได้กําหนดแล้วก็มีส่วนอย่างสําคัญ ในการกําหนดทุนในอนาคตก็คือเรื่องของทุนทางด้านวัฒนธรรม เป็นทุนที่มีขนาดใหญ่โต มากขึ้น เติบโตเร็วที่สุดในบรรดาทั้ง ๔ ทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงิน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของมนุษย์ ปรากฏว่าทุนทางวัฒนธรรมเติบโตเร็วที่สุด ต่อไปในเรื่องของการกําหนด ราคาจําเป็นที่จะต้องเอาเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง เอาเรื่องของศาสนา เรื่องของ ความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าในอนาคตเราจะมองเรื่องของวัฒนธรรม เป็นเพียงแค่ทุนโดยที่ไม่มีมูลค่าของเงินมาพิจารณาเลยไม่ได้นะครับ ดังนั้นกรณีของ ประเทศไทยในอนาคตในฐานะที่เราเป็นประเทศที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม คุณค่าทางศาสนา มีมูลค่าสูง กรณีอย่างนี้นั้นผมคิดว่าในต่างประเทศเริ่มที่จะเอาเรื่องของทุนทางวัฒนธรรม มากําหนดราคาในเรื่องของสินค้าแล้วนะครับ เรื่องนี้นั้นปรากฏว่าคนที่นําเอาเรื่องนี้มาคิด กลายเป็นเจ้าของธนาคารรอทส์ไชลด์ (Rothschild) ก็คือพวกยิว ซึ่งแต่เดิมนั้นคิดแต่เรื่องเงิน อย่างเดียว วันนี้ยิวเองได้มองเห็นแล้วนะครับว่าทุนในอนาคตนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นเรื่องที่เราจําเป็นจะต้องเอาเรื่องของศาสนา เรื่องของวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยมีความร่ํารวยในเรื่องของวัฒนธรรมในการที่จะผลักดันขับเคลื่อนเรื่องของ เศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ตรงนี้นะครับก็คิดว่าถ้าสมมุติว่าเรามีความเข้าใจในเรื่องของ การพิจารณาทุนในเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่ม กรณีของเกาหลีนั้นเป็นตัวอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็คิดว่ากรณีของประเทศไทยนั้นสามารถที่จะนําเอาไปใช้เป็นตัวอย่างในหลาย ๆ เรื่อง สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลี เขาเป็นลักษณะของวัฒนธรรมเชิงเดี่ยว แต่กรณีของประเทศไทยนั้นมีสิ่งที่แสดงให้เห็นถึง ความเป็นพหุวัฒนธรรมอย่างหลากหลายแล้วก็รอบด้าน ผมอยากจะชี้ ซึ่งผมเคยพูดเรื่องนี้ ในที่นี้มาแล้วก็คือเรื่องของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าของ ผมคิดว่า เราควรจะต้องนําเอาสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้เป็นประโยชน์ ผมยกตัวอย่าง ผมเคยคุยกับ อาจารย์สุเนตร ชุตินธรานนท์ ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพม่า เราเป็นเพื่อนกัน คุยกัน ก็ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์สุเนตรบอกเลยนะครับว่าเรื่องของล้านนา เรื่องของวัฒนธรรมพม่าส่วนหนึ่งนั้นมีศูนย์กลางอยู่ในบ้านเราเอง การที่เราสามารถจะนําเอา เรื่องของความเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม อารยธรรมของพุกามก็ดี ของพม่าก็ดี ของเชียงใหม่ ของล้านนา มาใช้เป็นวัฒนธรรมซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในบ้านเรา เป็นต้นแบบในการที่จะนําเอา เรื่องของวัฒนธรรมนั้นออกมาเป็นสินค้าหรือว่าทุนในเชิงวัฒนธรรมนั้นจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการที่จะสร้างมูลค่าของประเทศไทย เรื่องของความเกี่ยวข้องกับเรื่องของจีนฮ่อ ซึ่งเป็นมุสลิมมีอยู่หลายส่วน ถ้าเราไปที่เชียงใหม่ คนมุสลิมที่อยู่ในเชียงใหม่เป็นคนจีนครับ ด้วยของอารยธรรมเหล่านี้นั้นมีความสําคัญอย่างยิ่งในการที่เราจะนํามาใช้ในการขับเคลื่อน ในทางเศรษฐกิจ เรื่องของมลายู เรื่องของภูไท เป็นวัฒนธรรมที่เป็นพหุ เราสามารถที่จะ นําเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างมากนะครับ ในกรณีของมุสลิม ประเทศไทยมีมุสลิม อยู่ประมาณ ๘-๑๐ เปอร์เซ็นต์ คนเหล่านั้นเป็นคนไทยครับ อยู่ในพื้นที่ประเทศไทย มาเป็นพันปีนะครับ
- ๗๒/๑ เพราะฉะนั้นเราน่าจะได้นําเอาวัฒนธรรม อารยธรรม ความสวยงามของอารยธรรมเหล่านั้น มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนส่วนหนึ่ง เราใช้พลังทางด้านความเป็นพหุวัฒนธรรมของประเทศไทย ในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่าพยายามใช้เรื่องของวัฒนธรรมเชิงเดี่ยว ในขณะที่ประเทศไทยมีความร่ํารวยทางพหุวัฒนธรรมอย่างเต็มที่นะครับ ในเรื่องของฮาลาล วันนี้เรามีความได้เปรียบอย่างมากในการที่จะนําเอาเรื่องของฮาลาลออกไปผลักดันขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในฐานะที่มุสลิมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของเรา เรามีการใช้ วิทยาศาสตร์ในเรื่องของฮาลาล มีการนําเสนอในเรื่องของไดมอนด์ฮาลาล (Diamond Halal) ซึ่งมติของ ครม. ในวันที่ ๒ สิงหาคม ได้มีการนําเสนอเรื่องของการใช้ฮาลาลเพชรหรือ ไดมอนด์ฮาลาล (Diamond Halal) ในการที่จะขับเคลื่อนศักยภาพฮาลาลของประเทศไทย อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิสลามที่จะมีประโยชน์ แล้วก็สามารถที่จะนํามาใช้เป็นทุน ทางวัฒนธรรมของประเทศได้ไม่จําเป็นว่าจะต้องเป็นประเทศมุสลิม ประเทศบราซิลเขาก็ใช้ ประเทศอาร์เจนตินาเขาก็ใช้ ยุโรปในหลายประเทศเขาก็ใช้ ในขณะเดียวกันเรื่องของฮาลาล มีเรื่องที่น่าสนใจก็คือขณะนี้ตลาดฮาลาลส่วนใหญ่ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ในโลกไม่ใช่มุสลิมครับ นั่นหมายความว่าตลาดฮาลาลนั้นขณะนี้กลายเป็นตลาดที่โดดเด่นสําหรับตลาดที่ไม่ใช่มุสลิม ในยุโรปคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลกลายเป็นคนที่ไม่ใช่มุสลิม ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็น เช่นเดียวกันนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องของพลังในความแตกต่าง ในเรื่องนี้นะครับ เรื่องของฮาลาล เรื่องของวัฒนธรรมในประเทศไทยนั้นเป็นพลัง เวลาเรา นั่งเครื่องบิน เวลาผมนั่งเครื่องผมค่อนข้างจะมีความรู้สึกแปลกใจว่าเครื่องบินลําใหญ่ ขนาดนั้นมันขึ้นไปลอยอยู่บนฟ้าได้อย่างไร จริง ๆ แล้วถ้าเราดูทฤษฎีทางฟิสิกส์ เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความแตกต่างครับ เป็นพลังที่เกิดขึ้นจากความแตกต่าง บางทีเราลืมนึกถึง ความแตกต่างนั้นคือพลังลมที่อยู่ทางใต้ปีกกับเรื่องของเหนือปีก ความแตกต่างที่เกิดขึ้น อย่างมหาศาลในความแตกต่างนั้นนะครับ เมื่อมันรวมกันที่ปลายปีกที่อีกด้านหนึ่งของปีกนั้น พลังของความแตกต่างที่รวมกันนั้นในที่สุดสามารถที่จะสร้างพลังยกเครื่องบินทั้งลํานั้น ให้ลอยขึ้นไปได้ พลังของความแตกต่างนี้ฟิสิกส์ได้นําเสนอให้เห็นเป็นข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องของน้ําตกก็เป็นเช่นเดียวกันนะครับ เป็นพลังของความต่างศักย์ เรื่องของไฟฟ้า เรื่องอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน เรื่องของวัฒนธรรมก็ไม่ได้แตกต่างครับ ความแตกต่างทางพหุสังคมนั้น ในที่สุดนําไปสู่พลัง เพียงแต่ว่าเราต้องสามารถที่จะรวมเอาความแตกต่างเหล่านั้นเข้ามาเป็น พลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจให้ได้นะครับ เรื่องนี้แสดงให้เห็นในเชิงฟิสิกส์แล้วในเรื่องของ การที่เราจะขับเคลื่อนสังคมด้วยใช้พลังของความแตกต่างนั้นเราสามารถทําได้ เราทําได้ดีกว่า ที่ประเทศเกาหลีหรือประเทศญี่ปุ่นทําด้วยซ้ํา เพราะเรามีพลังของความแตกต่างเหล่านี้ เพียงแต่เราต้องรู้จักการใช้พลังของความแตกต่างในการที่จะขับเคลื่อน
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะได้นําเสนอในฐานะที่ผมเป็นมุสลิม ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า กรณีของศาสนาอิสลาม อิสลาม แปลว่า สันติ เหมือนพระผู้เป็นเจ้าจะทรงรับทราบว่าในอนาคต อีก ๑,๔๐๐ ปีหลังจากการกําเนิดของท่านศาสดานบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะมีประเด็นในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม อิสลาม แปลว่า สันติ ศาสนาแห่งความสันติ มีคําสอนของท่านศาสดาบอกไว้ชัดเจน บางทีเราก็ไม่ค่อยได้เอามาใช้กัน ท่านศาสดาบอกว่า ถ้าเราจะต้องดูแลใครสักคนหนึ่งนั้นให้ดูแลคนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด แม้ว่าคนเหล่านั้น จะไม่ใช่มุสลิม มีเรื่องราวต่าง ๆ ของท่าน ที่แสดงให้เห็นว่าท่านได้เอื้อเฟื้อกับคนที่ไม่ใช่มุสลิม อย่างมากมาย ครั้งหนึ่งมีการแบกศพของคนที่เป็นคนยิวผ่านมายังท่าน ท่านนั่งอยู่ ท่านยืนขึ้น มีคนที่ติดตามท่านบอกว่านั่นเป็นศพที่ไม่ใช่ศพของมุสลิม ท่านบอกว่า เมื่อเราเห็นศพไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนก็แล้วแต่ต้องให้เกียรติ อิสลามนั้นสอนให้ให้เกียรติ แก่คนอื่น สิ่งหนึ่งที่พ่อผมสอนผม พ่อผมเป็นนักการศาสนาท่านสอนเลยว่า ท่านศาสดา บอกว่าเราเกิดที่ไหนให้รักในแผ่นดินนั้น ผมเชื่อมั่นครับว่าคนไทยที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย แม้นว่าจะเป็นมุสลิมเขามีความจงรักภักดีต่อสังคมนี้ ผมเป็นมุสลิมรักประเทศไทย แล้วก็ สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พวกเราได้รับทราบร่วมกันนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีกฎหมายที่ระบุถึงองค์กรศาสนาอิสลามในการที่จะดูแลกิจการในศาสนาอิสลาม และส่วนหนึ่ง ของกิจการในศาสนาอิสลามก็คือเรื่องของการดูแลในเรื่องของฮาลาลเป็นประเทศเดียว ประเทศอื่นไม่มี ขณะนี้ประเทศอินโดนีเซียกําลังจะทํากฎหมายเช่นเดียวกับประเทศไทย เป็นพระราชบัญญัติบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ก็อยากจะขอให้พวกเราได้มีความเข้าใจ ขอให้มีความเห็นใจ สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส มุสลิม ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ ล้านคนทั่วโลก เจ็บปวดเช่นเดียวกับที่คนฝรั่งเศสเจ็บปวดเศร้าใจเช่นเดียวกัน ผมในฐานะที่เป็นรองประธาน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ก็ขออนุญาตพูดในฐานะของผู้แทน ของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยว่ามุสลิมในประเทศไทยมีความรู้สึกเศร้าใจ เสียใจกับการสูญเสียของคนในประเทศฝรั่งเศส แล้วก็เสียใจที่คนที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กับความเสียหายต่าง ๆ เหล่านั้นอ้างความเป็นมุสลิม อ้างความเป็นอิสลาม ซึ่งเรายืนยันว่า ศาสนาอิสลามนั้นเป็นศาสนาของความสันติ แล้วเราไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณครับ