สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ชูชาติ อินสว่าง บรรยายถึงการสร้างวัฒนธรรมในหมู่บ้านและโรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความใกล้ชิดระหว่างครูกับผู้ปกครอง ครูกับเครือข่าย และการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร และหารือเรื่องการปฏิรูปศิลปะ วัฒนธรรม และจริยธรรม โดยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ เช่น การจัดตั้งองค์กรสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ การสร้างดุลยภาพแห่งอํานาจการจัดการด้านศิลปะและวัฒนธรรม และการสนับสนุนให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยมและจริยธรรม

นายชูชาติ อินสว่าง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูชาติ อินสว่าง สปท. ๐๔๑ ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ในส่วนของกรรมาธิการศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา อยู่กับท่านอาจารย์เนาวรัตน์ด้วย ผมดีใจที่ผมมาเป็น สปช. แล้วก็ได้มาอยู่ในคณะนี้ แล้วทันทีที่ได้ร่วมวงหรือว่าร่วมกิจกรรมกับคณะนี้ ผมได้นํา นโยบายไปปฏิบัติทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการขยายพื้นที่ศิลปะ วัฒนธรรมให้กับเด็ก และเยาวชน แล้วก็วัยรุ่นทั้งหลาย ผมเป็นประธานสภาวัฒนธรรมของอําเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีกิจกรรมอะไรมากมาย พอถึงเดือนก็ประชุมกัน บางเดือนก็ไม่ได้ประชุม พอมาเป็นกรรมาธิการชุดของ สปช. ก็นํานโยบายเรื่องการเปิดพื้นที่การทําวัฒนธรรม ระดับอําเภอให้เขาเห็น และบัดนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนขึ้นมาถึงเดือนนี้ เดือนพฤศจิกายน ก็เป็นครั้งที่ ๙ อีกเดือนหนึ่งก็จะเป็นเดือนธันวาคมก็เป็นครั้งที่ ๑๐ ท่านประธานที่เคารพครับ วัฒนธรรมต้องเกิดที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของวัฒนธรรมครอบครัวเป็นคนดี ลูกก็จะเป็นคนดีไปด้วย ผมเชื่ออย่างนั้น วัฒนธรรมต้องเกิดที่โรงเรียน ถ้าครูบาอาจารย์ หมั่นขยันตั้งใจสอนเด็กนักเรียน ผมเชื่อแน่ว่าเด็กนักเรียนก็จะเป็นคนดีไปด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลายโรงเรียนในจังหวัดบ้านผม ๖ โมงกว่า ๆ ตอนเช้าครูมายืนที่หน้าโรงเรียน แล้วครับ ไม่ใช่ให้เด็กคอยไหว้นะครับ คอยสังเกตเด็กว่าเด็กวันนี้ใครไม่มาบ้าง บางคนหายไป ๒ วัน เอ๊ะหายไปไหน ครูยังรู้เลยครับว่าเด็กคนนั้นถูกงูกัด แล้ววัฒนธรรมของโรงเรียนก็เกิดขึ้น ก็คือไปเยี่ยมเด็กนักเรียนที่โรงเรียน อันนี้คือความใกล้ชิดระหว่างครูกับผู้ปกครอง ครูกับเครือข่าย ที่เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรม ผมไปอยู่ในที่ทํางานผม ไอเด็นทิตี (Identity) หรือว่าเอกลักษณ์ ของสหกรณ์ผม ที่ทํางานผมก็คือยิ้มง่าย ไหว้เป็น เพราะฉะนั้นเจอกันทุกเช้าต้องไหว้กันนะครับ แล้วต้องยิ้มให้กันและกัน เมื่อเป็นอย่างนี้ปุ๊บก็กลายเป็นวัฒนธรรมที่ดี เพราะผมถือว่าบ้านเรา เป็นสยามเมืองยิ้มที่หน้าที่ทํางานไม่ใช่สักว่าแต่เขียนอย่างเดียว นําไปปฏิบัติอีกด้วย ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีธุระถามไถ่ สอบถามเรื่องใด เต็มใจบริการ ทุกคนต้องยิ้ม ทุกคนต้องถามไถ่ ทุกคนต้อง เต็มใจบริการ นั่นคือวัฒนธรรมขององค์กร อีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนให้ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจัดลานสภาวัฒนธรรมของอําเภอที่หน้าบ้านเจ้าคุณท่าน ป.อ. ประยุทธ์ ปยุตฺโต ทุกวันศุกร์ที่ ๓ ของเดือน มีโรงเรียนให้ความอนุเคราะห์จัดเป็นกลุ่มของโรงเรียนแต่ละอําเภอ ๆ มา มาแสดงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเพลงอีแซว การเล่นโปงลาง การรําวงย้อนยุค แม้แต่การเล่านิทาน การร้องเพลงประกวดกัน จัดคิวแทบไม่หวาดไม่ไหวเลยครับ แต่คนที่มาดูล่ะครับ ใครครับ ก็คือผู้ปกครอง นักเรียนที่มา คนที่มาดูก็คือใครล่ะครับ ก็คือคนที่เอาของมาขายในกิจกรรม ตรงนั้น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มากเท่าไรนัก เพราะไม่มีผลประโยชน์เข้ามาอยู่ในส่วนของตรงนี้เลย มีแต่วัฒนธรรมที่จะทําให้ เด็กเกิดความรักใคร่ ปรองดอง เกิดการแสดงออก ใครจะไปรู้นะครับว่าผมจัดการแสดง วัฒนธรรม ๑๐ ครั้ง มีหลายคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเข้ามาสู่เวทีไมค์ทองคํา เข้ามาสู่เวทีชิงช้าสวรรค์ แล้วครับ นี่คือการเปิดเวทีของผมในวันนั้น ผมกราบเรียนนะครับว่าวันนี้คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนามาถูกทางแล้วครับ

- ๖๙/๑   เราจะดําเนินการต่อไปในเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าขณะนี้ คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ผมกลัวว่ามันจะหดหายไปเสียด้วยซ้ํา คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปตามมาตรา ๓๑ โดยมีข้อเสนอปฏิรูป ดังต่อไปนี้ สร้างดุลยภาพแห่งอํานาจการจัดการด้านศิลปะและวัฒนธรรม จัดตั้งองค์กร สมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดให้มีบริหารแม่บทระดับชาติว่าด้วยศิลปะและวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ทางกายภาพและพื้นที่สื่อทุกรูปแบบ จัดตั้งกองทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ส่งเสริม สนับสนุนให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยมและจริยธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใส่ไว้ในไอแพด (iPad) ผมและผมนั่งภาวนาทุกคืนอย่าให้ ผ่านเลยไปจะเสียดายมากเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ขอร่วมมือจากส่วนท้องถิ่นแล้ว ผมอยากจะขอร่วมมือจากองค์กรระดับต่าง ๆ ขณะนี้ไม่ต้องรอเงินสนับสนุนจากรัฐบาล มากมายครับ แต่องค์กรระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรซึ่งบริษัทห้างร้านก็แล้วแต่ถ้าท่านมี ศรัทธาที่จะมาช่วยกัน เปิดสภาวัฒนธรรม เปิดลานสภาวัฒนธรรมให้เด็กของเรายิ้ม ให้เด็ก ของเรารู้วิธีการไหว้ที่ถูกต้อง เราสอนการจัดสภาวัฒนธรรมของผม ๑. ต้องมีการแสดง ๒. ต้องมีการจัดนิทรรศการว่าอําเภอนี้ ตําบลนี้ มีอะไรที่เกิดขึ้นในท้องที่ของเขาบ้าง ๓. มีโอทอป (OTOP) มาขายว่าในท้องที่ของเราในอําเภอเรามีอะไรที่เป็นจุดเด่น อันนี้ ขออนุญาตนะครับ เวลาที่เหลืออยู่ผมขอให้การศาสนาสักนิดเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรากําลังแย่ครับ เหตุผลที่แย่ไม่ใช่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทําให้แย่หรอกครับ ผู้คน ที่มาอยู่ปฏิบัติกันกําลังแย่ ถ้าถามว่าแล้วเราจะปรับปรุงอย่างไร ผมอยากจะกราบเรียน ถ้าเรานํานโยบายไปปฏิบัติให้เห็นชัดในเรื่องของ ๑. วัดต้องมีคณะกรรมการวัด บางวัดไม่มี กรรมการวัดเลยครับ จะทําอะไรก็ทําได้ อยู่ ๆ ไปนึกว่าวัดข้า จริง ๆ ไม่ใช่เลยครับ วัดของ ประชาชน อันที่ ๒ วัดต้องมีมัคนายกครับ เพื่อเรียนรู้อาราธนาศีลอย่างไร อาราธนาธรรมอย่างไร เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับคนที่จะไปอยู่เป็นมัคนายกแก่ ๆ วัยรุ่นรุ่นใหม่ไม่มีเลยครับ ถามว่าจะเอาวัยรุ่น รุ่นใหม่ไปทําได้ไหมครับ ทําได้ครับ แต่ไม่มีแรงจูงใจเลย ไม่มีค่าตอบแทนให้เขาเลย เดี๋ยวนี้ สัปเหร่อยังหาไม่ค่อยจะได้เลย ผมเรียนท่านประธาน ๑. กรรมการ ๒. มัคนายก ๓. ไวยาวัจกร ต้องดูแลทรัพย์สิน ต้องดูแลเรื่องเงินเรื่องทองของวัด แต่ละวัดไม่มีเลย เมื่อไม่มีมันก็เป็นทางเสื่อม ของศาสนาทางหนึ่งเหมือนกัน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ฝากไว้ ในเรื่องของศาสนามีเท่านี้ละครับ แต่อย่าลืมนะครับว่าศิลปะและวัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนาเป็นเรื่องใหญ่ พูดกันทั้งวันไม่มีทางจบจักสิ้นหรอกครับ เริ่มต้นที่บ้านแล้วไปเรียนรู้ ที่โรงเรียนครับ เสร็จเรียบร้อยก็ต้องไปให้พุทธศาสนาขัดเกลาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน