สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ เสนอแนะการปฏิรูปการเรียนรู้และความนิยม คตินิยม ศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นชาติ โดยเน้นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเป็นชาติไทยของเยาวชน

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ สปท. เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ก็มีเวลาพอที่จะเติมเต็มสิ่งที่ทาง คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ผมรู้ชื่อสั้น ๆ ตรงนี้ ชื่อยาวของท่านมี มีสิ่งที่ผม ขออนุญาตเติมเต็มแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็แล้วกัน สืบเนื่องจากสด ๆ ร้อน ๆ คือเมื่อวานนี้เองก็ได้มีโอกาสผ่านไปแถวสนามหลวง แถวนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะมากมาย นักท่องเที่ยวต่างชาติจุดมุ่งหมายที่ไปแถวนั้นก็คือไปพระบรมมหาราชวัง ไปวัดพระแก้ว แต่อะไรเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือไกด์ (Guide) หรือทัวร์ (Tour) ที่เข้าไปบริเวณ แถวนั้น เขาพลาดหรือขาดสิ่งสําคัญที่อยู่ในบริเวณนั้นไปได้อย่างไร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขออนุญาต แลกเปลี่ยนเติมเต็มเพื่อให้เกิดการปฏิรูป ท่านประธานครับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เนชันนัลมิวเซียม (National museum) อยู่บริเวณนั้นนะครับ รถทัวร์ (Tour) คันแล้วคันเล่า ที่พานักท่องเที่ยวมาชมบริเวณวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง เมื่อเสร็จจากการท่องเที่ยวผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไปอย่างหน้าตาเฉย ผมเห็นแล้วเศร้าใจ เพราะมันช่างตรงกันข้ามกับเวลาที่เราหรือนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปท่องเที่ยวยังประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเมืองหลวงแล้วก็จะมีเนชันนัลมิวเซียม (National museum) ของประเทศนั้น ๆ อยู่เดสทิเนชัน (Destination) ปลายทางที่ต้องไปเลยคือพิพิธภัณฑ์ครับ แต่เกิดอะไรขึ้นกับพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย ช่างน่าเศร้าใจและเป็นสิ่งที่น่าหดหู่เป็นอย่างยิ่ง ทําให้ผมนึกขึ้นได้สมัยที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ของวุฒิสภา ได้เคยมีโอกาสไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ แต่ก่อนหน้านั้นก็เคยไปได้มีโอกาสพูดคุยกับข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกือบจะทุกคนบอกด้วยความเศร้าใจว่า เขาท้อถอย ท้อแท้ อยู่แบบไปวัน ๆ เขาไม่ทราบจะพัฒนาอย่างไร งบประมาณก็ได้น้อย เจ้าหน้าที่บุคลากรก็มีน้อย รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าเข้ามาไม่ว่ารัฐบาลไหนพรรคไหนต่างก็ทอดทิ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้ง ๆ ที่เป็นหัวใจของความเป็นชาติ ความเป็นสยามประเทศ สิ่งของ สําคัญต่าง ๆ มากมาย ล้วนเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผมนึกขึ้นได้ผมเคยคุยกับเยาวชน เด็กกลุ่มหนึ่งเขาเคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เขาได้ไปเห็นสิ่งที่มีคุณค่าและเขาก็มาถามได้มีโอกาส พูดคุยกัน เขาไปเห็นพระมาลาเบี่ยง เขาไปเห็นพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ําสะโตง เขาไปเห็น พระแสงดาบคาบค่าย เขาไปเห็นพระแสงของ้าวเจ้าพระยาปราบแสนพลพ่าย สิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้เป็นของที่มีคุณค่ากับประวัติศาสตร์ความเป็นชาติไทยทั้งสิ้น แม้จะไม่ใช้องค์จริง เป็นองค์จําลองที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๑ ท่านได้ทรงให้จําลองสร้างขึ้นและได้มีการเก็บไว้ สืบต่อมา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ท่านประธานเชื่อไหมครับ มีเด็กกลุ่มหนึ่งด้วยซ้ํา เขาถามผมว่าเรื่องพระนเรศวรนี่เรื่องจริงหรือ เขานึกว่าเป็นเรื่องที่ท่านมุ้ยท่านทรงแต่งขึ้น ผมพูดว่าเรื่องจริงครับ เศร้าเลยครับ เด็ก ป. ๔ ป. ๕ เขาไม่รู้ว่าพระนเรศวรมีพระองค์จริง จนได้ไปเห็นพระแสงของ้าวองค์จําลองที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พ่อแม่เขาพาไปเที่ยว นี่คือสิ่งที่สมควรจะปฏิรูปไหมครับ ปฏิรูปการเรียนรู้ ปฏิรูปความนิยม คตินิยม ศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นชาติ ไม่ใช่ปฏิรูปให้คลั่งชาติ ปฏิรูปเพียงแค่ว่าให้รู้ว่าชาติของเรามีประวัติความเป็นมา อย่างไร ขอเพียงแค่นี้กระทรวงศึกษาธิการทําได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าว บรรยายมานี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปและบูรณาการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม อย่าให้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นทางผ่านของข้าราชการไปสู่ตําแหน่งอื่นในซีที่สูงขึ้น มันต้องเป็น อะไรที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นชาติ ปฏิรูปอะไรถ้าไม่ปฏิรูปความเป็นคตินิยม ความที่จะทําให้เยาวชนของชาติได้รู้รากเหง้าของความเป็นชาติว่าเรามีความเป็นมาอย่างไร ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์มากมายโอกาสที่จะได้เรียนรู้นั้นมากมาย ตอนนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายลดการเรียนในห้องเรียนคือเรียนน้อยแต่ให้รู้มาก ขอได้ไหมครับ ปฏิรูปตรงนี้เพิ่มขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง ช่วยจัดงบประมาณให้เพราะนี่คืออุปสรรคสําคัญ ผมเคยถาม ครูโรงเรียนหนึ่งของรัฐบาลเขาบอกว่าเขาก็อยากจะไป อยากจะพานักเรียนไปเที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แต่ไม่มีค่ารถ ค่าน้ํามัน เขาบอกว่าโรงเรียนต้องจัดกันเอง ผู้ปกครอง ต้องลงขันกันเอง แล้วเราจะมาปฏิรูปอะไรถ้าเราไม่ปฏิรูปเรื่องพวกนี้ นี่จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ถ้า สปท. จะช่วยกรุณาหยิบเรื่องนี้เป็นจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เล็ก ๆ ใส่เข้าไปไว้ในการปฏิรูป ทางด้านคตินิยม ศิลปะ วัฒนธรรม ให้เยาวชนของชาติเขาเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วเขารู้ว่ารากเหง้าของเขาเป็นอะไร เดิมทีไม่ได้ตั้งใจ จะอภิปราย แต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญสด ๆ ร้อน ๆ ผ่านมาเมื่อวาน ก็เลยถือโอกาส ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาทีตรงนี้อภิปราย ขอบคุณท่านประธานครับ