สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการพัฒนากีฬาของประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างศูนย์ฝึกนักกีฬาระดับชาติ เพื่อพัฒนากีฬาของประเทศให้เป็นเลิศ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการพัฒนากีฬานะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกีฬานะครับ ตั้งแต่ท่านอยู่ สปช. ปัจจุบันท่านก็มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านกีฬาของ สปท. เรา คือท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แล้วก็ทีมงานของท่าน อีกหลายคนที่เป็นกําลังสําคัญในการผลักดันให้คําว่า กีฬา ได้เกิดความสําคัญขึ้นในกลุ่ม ของพวกเราแล้วก็ในชาติ ตัวท่านประธานเองก็ได้ทํางานในด้านนี้มาโดยดํารงตําแหน่งที่สําคัญ สูงสุดของด้านการกีฬาของประเทศ แล้วจนกระทั่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่แล้วก็ได้บัญญัติคําว่า กีฬา ไว้ แล้วพูดถึงการพัฒนากีฬา การปฏิรูปกีฬาในอนาคตไว้ อย่างค่อนข้างจะชัดเจน สําหรับเรื่องกีฬาผมคิดว่าทุกคนก็คงจะได้ยินได้ฟังแล้วก็คุ้นเคย ในมุมต่าง ๆ ผมเองก็เคยเป็นผู้บริหารสมาคมกีฬา คือสมาคมกรีฑาสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์กว่า ๒๐ ปี ก็ได้เห็นการทํางาน เห็นพัฒนาการของการสร้างนักกีฬา ของการสร้างความหวังให้กับประเทศที่จะได้ชัยชนะในการแข่งขันกีฬาระดับชาติต่าง ๆ ถ้าเราพูดถึงกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ปัจจุบันนี้อย่างที่ท่านชาญวิทย์ได้กรุณาให้ความรู้แก่เรา เรื่องของฟุตบอลนี้นะครับ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นกระแสที่แรงมาก ผมคุยกับผู้ดูแลทีม ไม่ได้อยู่ใน พรีเมียร์ของไทยด้วย ระดับดิวิชัน (Division) เฉย ๆ ต้องใช้เงินกว่า ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี ในการที่จะสร้างทีม หานักกีฬา ดูแลทีมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นมูลค่าที่ใช้ในเรื่องของฟุตบอล ในบ้านเราขณะนี้ปีหนึ่งผมว่ากว่าหมื่นล้านบาทแน่นอน แต่ความโด่งดัง ความเป็นที่นิยมของ ฟุตบอล แล้วก็ประสบกับว่าเรากําลังมีชัยชนะที่มีโอกาสไปถึงกับบอลโลกประเภทชายทําให้ มันกลบกลืนกีฬาอื่น ๆ ไปพอสมควร กีฬาอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงตอนนี้ถ้าจะมีก็มีกอล์ฟ ซึ่งผมก็จะ เปิดดูผลการแข่งขันกอล์ฟทุกวีคเอนด์ (Weekend) ทั้งหญิงและชายเพื่อความภูมิใจในเขา เหล่านั้น แต่นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขาไปพัฒนาตนเอง ฝึกฝนตนเอง เสียสละจนกระทั่ง สามารถขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟระดับโลกได้หลายท่านทั้งหญิงและชาย แต่ผมคิดว่ากีฬา หลาย ๆ อย่างของเรานี้ถ้าได้รับการพัฒนาอย่างถูกที่ถูกทางน่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศได้มากกว่านี้ เราเคยติดอันดับต้น ๆ ในเอเชียนเกมส์ ทุกวันนี้ถ้าเราไปดูกีฬา เอเชียนเกมส์แล้วผลการแข่งขันของเราผมคิดว่าด้อยลง เปรียบเทียบเป็นสัดส่วนกว่าสมัยเมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว ก็อย่างที่หลาย ๆ คนบอก ถ้าเราไม่พัฒนาก็เท่ากับเราถอยหลังนั่นเอง แต่ละประเทศเขามีวิธีทํากีฬาเพื่อความเป็นเลิศค่อนข้างจะวิธีการมากมายอย่างที่ ท่านชาญวิทย์ก็ได้พูดถึง แม้แต่การดูแลเรื่องโภชนาการต้องดูแลแต่ละคนแต่ละตําแหน่ง นี่ของเราดูแลทั้งทีมชาติไทยเลยนะครับ มีโภชนาการไม่กี่คน มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ไม่กี่คน มีหมอนวดไม่กี่คน เวลาไปแข่งกีฬาในต่างประเทศนักกีฬาไป ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน ๕๐๐ คน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะฝากให้ความสําคัญการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ซึ่งเรามีสมาคมกีฬาสมัครเล่นอยู่กว่า ๓๐ สมาคม แต่ว่าแต่ละสมาคมจะมีความแข็งแรง แข็งแกร่งไม่เท่ากัน อยู่ที่ความทุ่มเทของผู้บริหารซึ่งก็เป็นผู้ที่อาสาสมัครเข้ามาทํากีฬา ผมเชื่อว่าทุกท่านที่นั่งอยู่บนโพเดียม (Podium) ได้เคยเห็น ได้เคยไปดูงานด้านการพัฒนากีฬา ที่ผมประทับใจที่สุดก็คงจะเป็นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในอัตราส่วนของประชากรที่เขามีน้อยนิด ๑๐ กว่าล้านคนเขาจะได้เหรียญโอลิมปิกมากกว่าเพื่อนถ้าคิดเป็นอัตราส่วนของเหรียญต่อคน เราจะเห็นว่าเขามีค่าย มีศูนย์ฝึกนักกีฬาทีมชาติอยู่ ๓-๔ แห่ง ใน ๓-๔ เมือง แต่ละศูนย์ จะมีครบวงจร มีทั้งผู้บริหาร มีโค้ช (Coach) มีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ แล้วก็มีนักกีฬาทีมชาติ ของแต่ละสมาคมที่เข้าไปเก็บตัวไว้ เราเคยใฝ่ฝันในเรื่องนี้ เราพูดถึงเรื่องนี้กันมานาน แต่ประเทศไทยก็ยังไม่สามารถจะสร้างศูนย์เก็บตัวนักกีฬาทีมชาติ ถ้าสร้างได้สําเร็จจริง ๆ มันเป็นอาชีพให้กับคนเหล่านั้นด้วยนะครับ นักโภชนาการเขาก็มีอาชีพ มีตําแหน่งหน้าที่ พวกโค้ช (Coach) ต่าง ๆ เขาก็จะมีเงินเดือนเหมือนกับเป็นข้าราชการคนหนึ่ง แล้วนักกีฬาเอง ก็จะได้รับเบี้ยเลี้ยง ได้รับการดูแลในเรื่องการเรียน การศึกษาจนจบมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ แล้วในสถาบันเหล่านั้นก็จะเป็นอาชีพ ผมกลับมองเรื่องศูนย์ฝึกนักกีฬาระดับชาติซึ่งเราคิดกัน มานานแล้วก็ยังไม่ค่อยสําเร็จสักที มีความสําคัญกว่าการมุ่งไปสู่การตั้งมหาวิทยาลัยกีฬา ของประเทศ เพราะการตั้งมหาวิทยาลัยกีฬานั้นจะเรียกวิทยาลัยเรียกมหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้ ต่างกันมาก แต่คงไม่สามารถจะมาส่งเสริมการสร้างนักกีฬาทีมชาติเพื่อความเป็นเลิศไปแข่ง กับประเทศต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เป็นเรื่องที่แต่ละประเทศให้ความสําคัญอย่างยิ่ง ก็จึงอยากฝาก คณะกรรมาธิการไว้ว่าจะมีหนทางใดที่จะทําให้การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศมีความเป็นระบบ แล้วรัฐบาลหรือทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปช่วยดูแลสมาคมต่าง ๆ ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าการที่จะ อาศัยแค่ผู้บริหารซึ่งเป็นมือสมัครเล่นเข้ามาทํางานอยู่ทุกวันนี้ ขอขอบพระคุณครับ