สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ชาญวิทย์ ผลชีวิน หารือเรื่องยุทธศาสตร์การกีฬาแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาการกีฬาในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสุขภาพพลานามัยของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจด้านกีฬา

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตร้อยเรียงให้ท่านสมาชิกได้เห็นภาพรวมนะครับ จริง ๆ แล้วยุทธศาสตร์เรามี ทั้งหมด ๖ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือกีฬามวลชน ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือกีฬาพื้นฐาน ตัวนี้ครับไปตอบโจทย์สําหรับเด็ก เยาวชนในระดับรากหญ้า แล้วก็เรื่องของสุขภาพ พลานามัยของคนทั้งประเทศนะครับ จริง ๆ แล้ว ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนี่ ผมยังอยากจะ เปลี่ยนเป็น ๓๐ บาทป้องกันทุกโรคเลยครับ เพื่ออะไรครับ เอา ๓๐ บาทนี่ครับมาให้เด็ก ออกกําลังกายดูแลรักษาสุขภาพตัวเองในอนาคตนะครับ ตอนนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาได้หารือกับกระทรวงศึกษาธิการเรียบร้อยแล้ว จะมีการบรรจุชั่วโมงพลศึกษากลับเข้าไป ในโรงเรียนทั้งระบบ ทั้ง สพฐ. ทั้งระบบ ทั้งอาชีวศึกษา เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพพลานามัย ได้ออกกําลังกายเล่นกีฬา ทั้งด้านกีฬาแล้วก็นันทนาการครับ ไม่ใช่ร่างกายอย่างเดียว สุขภาพจิตใจด้วย เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ ๒ ตัวแรก ก็คือพื้นฐานกับมวลชน อันนี้ตอบโจทย์ได้ ถ้าหากว่าเด็กเหล่านั้นได้มีโค้ช (Coach) ได้มีครู ได้มีการฝึกสอนที่ดี เขาจะมีอะคาเดมี (Academy) อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง จะถูกคัดเลือก จะถูกกลั่นกรองเข้าไปสู่โรงเรียน ที่มีทุนครับ เขามีทุนกีฬา ที่เราได้ยินเสมอว่าโครงการช้างเผือก ไม่ว่าจะเป็นระดับโรงเรียน หรือระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้หลาย ๆ แห่ง ที่เข้าไปเรียนแล้วเข้าไปศึกษา แล้วประสบทั้งความสําเร็จทั้งด้านการเล่นแล้วก็การเรียน นักกีฬาหลาย ๆ ท่านในปัจจุบันนี้ สามารถก้าวจากพื้นฐานจากมวลชนไปสู่ความเป็นเลิศ ยุทธศาสตร์สุดท้ายคือเป็นมืออาชีพ รายได้ที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้แล้วนะครับ ผ่านทางสภาแห่งนี้ รายได้นักกีฬาสมัยนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนนะครับ สมัยผมเล่นทีมชาติได้ ๕๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว มีตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป อันนั้นคือจุดหนึ่งซึ่งจะพัฒนายุทธศาสตร์ทั้งระบบ ทั้งพื้นฐาน มวลชน ความเป็นเลิศ แล้วก็อาชีพครับ มันจะเป็นสเต็ป (Step) ของมันเอง เพราะฉะนั้นถ้าเรา ร้อยเรียงแล้วจะเห็นได้ว่าถ้าจากโรงเรียนเราสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง ๓๘,๐๐๐ กว่าโรงเรียน มีครู มีโค้ช (Coach) มีอาจารย์ที่สอนดี ๆ ดูแลสุขภาพพลานามัยโดยใช้กีฬาเป็นสื่อครับ เรายังไม่ต้องไปเน้นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศตั้งแต่ระดับเด็ก ๆ เลย จริง ๆ ไม่จําเป็นครับ กีฬาเพื่อสุขภาพ กีฬาเพื่อพื้นฐาน ที่ผมบอกตรงนี้ละครับ ๓๐ บาทป้องกันทุกโรค ถ้าเราทําได้ ร้านยา ณ ที่นี้ร้านสะดวกซื้อมีหมดเลย ทุกหัวระแหง ทุกมุม ทุกหย่อมหญ้าของประเทศไทย ก็ว่าได้ ณ วันนี้เราหาซื้อยาได้แล้วครับท่าน ทําไมเราไม่ป้องกันก่อนล่ะครับ ผมขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านอสัญกรรมไปแล้ว ท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดอกเตอร์บุญสม มาร์ติน ท่านบอกเลยครับ ขอกลับมาเป็นอธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก ท่านไม่ต้องการรักษาครับ ท่านต้องการป้องกันครับ ท่านถึงจัดตั้งวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ ๑๗ แห่ง และท่าน ผลิตครูพลศึกษา เพื่อที่จะไปอะไรครับ เป็นแม่ไก่ครับ รณรงค์ให้คนทั้งประเทศหันมาสนใจ ออกกําลังกาย ดูแลรักษาสุขภาพครับ ส่วนความเป็นเลิศกับอาชีพอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าว ไปแล้วนั้น นั่นคือผลพลอยได้จริง ๆ ครับท่าน ท่านลองหลับตานึกนะครับ ถ้าคนไทย ทั้งประเทศ ๖๐ กว่าล้านคนมีสุขภาพพลานามัยดี สมบูรณ์ แข็งแรง อะไรจะเกิดขึ้นครับ เราไม่ต้องมี ๓๐ บาทรักษาทุกโรคครับ หลาย ๆ ประเทศที่เจริญแล้ว หลาย ๆ ประเทศ ที่ก้าวหน้าไปแล้ว ท่านจะเห็นเลยว่าเราไปประเทศเขาไปหาซื้อยาเจอไหมครับ ร้านยา ทุกตรอกซอกซอย เราเจอไหมครับ ทุกวันนี้เราใช้ร่างกายเราแลกเพื่อเอาเงินมาครับ ใช้ทุกส่วน ใช้ทุกสิ่ง ร่างกาย จิตใจ ทุกอย่าง สุดท้ายเราต้องเอาเงินไปซื้อสุขภาพเรากลับมาเช่นเดียวกัน ทําไมเราไม่ป้องกันก่อนครับ จุดเรื่องของอุตสาหกรรมทางการกีฬา อย่างที่ท่านสมาชิก ได้แนะนํา ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เป็นเรื่องที่คนในวงการกีฬากําลังดําเนินการครับ นี่ละครับสิ่งที่เราจะต้องปฏิรูปการกีฬา ณ วันนี้มูลค่าของ ขออนุญาตนะครับ ก่อนที่จะจบ มูลค่าของฟุตบอลไทยนะครับ ผมใช้คําว่า ฟุตบอลไทย ที่เราเห็นเด็ก ๆ เล่นกันตามสนามวัด เล่นกันตามโรงเรียน เล่นกัน ตามชนบท ตอนนี้มูลค่า ๔,๒๐๐ ล้านบาทครับ บริษัทบริษัทหนึ่งประมูลในการถ่ายทอดครับ มูลค่าใกล้เคียงกับพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษแล้วครับ เพราะฉะนั้นนี่คือความภูมิใจของ คนไทยครับ อุตสาหกรรมกีฬาของไทย ฟุตบอลผลิตส่งออกนอก หลาย ๆ ยี่ห้อดัง ๆ ทั่วโลก ใช้บริการจากโรงงานของคนไทยครับ อุปกรณ์กีฬา รองเท้า เสื้อผ้า เกือบทุกสิ่งทุกอย่างครับ ผลิตจากคนไทยส่งออกไปข้างนอกครับ ขออนุญาตสั้น ๆ แค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณมากครับ