ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์เป็นมรดกโลก และขอให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลานะครับ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่คนละชายฝั่งกับทางอันดามัน ผมอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย แต่ว่าความห่วงใยแล้วก็ความที่เป็นทะเลด้วยกัน ผมก็มีความห่วงใยสนใจติดตาม แล้วก็ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยและสนับสนุนที่จะเห็นเรื่องของการที่ฝั่งอันดามันจะได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะถือว่าได้ทำให้การดูแลพื้นที่ในบริเวณนั้น การที่จะถูก กำหนดเอาไว้ให้เป็นพื้นที่เป็นพิเศษก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ทำให้การดูแล การปกป้อง การอนุรักษ์ทั้งหลายก็จะทำให้เป็นไปอย่างมีทิศทางแล้วก็มีความชัดเจนด้วย แต่ที่ผมห่วงใย อยู่นิดหนึ่งในเอกสารที่นำเสนอมานี้ ผมดูทั้งหมดแล้วเอกสารได้ให้ความสำคัญเอาไว้กับ เรื่องของสิ่งที่เป็นทางชีวภาพทางแหล่งน้ำ แล้วก็อาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องธรณีวิทยา อยู่ด้วยในบางส่วน แต่สิ่งสำคัญซึ่งผมคิดว่าเรามองข้ามไม่ได้ในการที่เกิดเป็นพื้นที่และเกิดเป็นสภาพ ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นอยู่นั้นก็คือเรื่องของมนุษย์ เอกสารนี้แทบจะไม่ได้พูดถึงมนุษย์ไว้เลย และมนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นก็อาจจะมีหลาย ๆ ส่วนที่เป็นกลุ่มพิเศษด้วย หลายท่านก็ได้ พูดไปบ้างแล้ว แล้วก็ได้ให้ความสำคัญไปบ้างแล้ว ผมเองก็เคยข้ามฝั่งไปจากฝั่งอ่าวไทย ไปทำโครงการ ทำกิจกรรมร่วมอยู่กับมนุษย์ในฝั่งนั้นอยู่ในระยะหนึ่ง ในขณะที่ได้เป็น อธิการบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นะครับ ก็ได้ทำโครงการเรื่องการส่ง บัณฑิตอาสาไปนะครับ ไปคลุกคลีไปอยู่กับกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มมนุษย์ที่อาจจะไม่ได้รับ การดูแลเป็นปกติ ก็คือกลุ่มชาวเลทั้งหลายนะครับ แล้วก็ได้ข้อมูลต่าง ๆ มามากมาย เพราะฉะนั้นเมื่อเอกสารนี้ไม่ได้พูดถึงไว้เลย ผมก็เลยมีความห่วงใยว่าเวลาที่เราไป ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แล้วในเอกสารที่ทำมันมีแต่เรื่องของทางนิเวศ มีแต่ในเรื่องของ ทางด้านที่เกี่ยวกับสภาพสังคมบางประการ หรือเรื่องเศรษฐกิจอยู่บ้าง เรื่องการประกอบอาชีพ ที่อาจจะพูดถึงเข้าไปด้วยอะไรเข้าไปด้วย แล้วโดยเฉพาะการที่จะเป็นประโยชน์กับด้าน การท่องเที่ยว แต่ถามว่าผู้คนที่เขาอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น โดยเฉพาะเป็นคนพื้นถิ่น เป็นเนทีฟ (Native) ของพื้นที่นี่นะครับ เราจะให้ความสำคัญและดูแลอย่างไร ถ้าเราไม่ใส่เอาไว้เลย และคนเหล่านี้เขาอยู่ในสถานะที่ในทางทะเบียนแล้วอาจจะไม่ครบถ้วนด้วย อาจจะมี การบันทึกเป็นคนไทย เป็นสัญชาติไทย แต่บางส่วนก็อาจจะไม่ครบถ้วน บางส่วนก็อาจจะ ข้ามไปข้ามมาระหว่างความเป็นเมียนมาร์กับเป็นไทย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพอเราขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก ถ้าเอกสารที่ไปขึ้นทะเบียนนั้นไม่ได้พูดถึง ไม่ได้กล่าวถึงไว้ แล้วเขาตกจาก สิ่งที่ได้นำเสนอไปในที่สุดก็จะกลายเป็นปัญหา แล้วปัญหานั้นมันจะนำเข้ามาสู่ถึง ความขัดแย้งอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย กลุ่มชนชาวเลที่ผมกำลังพูดถึงมันมีทั้งกลุ่มมอแกน มีทั้งกลุ่มอูรักลาโว้ย แล้วก็กลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ในบริเวณเกาะแถวนั้น บางกลุ่ม ก็นับถือศาสนา กลุ่มหนึ่งนับถือศาสนาอิสลามด้วย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับทางแผ่นดินใหญ่ ที่เป็นชายฝั่ง เพราะฉะนั้นหากมีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้นในเรื่องของการที่จะต้องดูแลคนเหล่านี้ หลังจากพื้นที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ความขัดแย้งบางประการก็อาจจะตามมา แล้วนำเข้าไปสู่ความขัดแย้งนี้อาจจะกว้างขวางขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยต่อการที่เราจะ พยายามทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่ได้รับการดูแลโดยยูเนสโก เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝาก ประเด็นนี้ไว้ว่าทำอย่างไรถึงการจะนำเสนอเอกสารนี้ในลำดับต่อไป หากว่าในวันนี้ที่ประชุม ได้เห็นชอบว่าควรที่จะได้มีการนำเสนอเป็นการไปขึ้นทะเบียนในโอกาสต่อไปแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่นั้นซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การที่เขามีชีวิตอยู่ แต่เขาต้อง ดำรงอยู่ เขาต้องมีอาชีพ มีการทำประมงชายฝั่ง มีการประกอบอาชีพอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ลักษณะ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเรื่องของการทำประมงชายฝั่ง ถามว่าการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกเราได้ดูแลคนเหล่านี้อย่างไร ทั้งในการประกอบอาชีพ การดำรงอยู่ในเชิงชาติพันธุ์เขา ก็เลยอยากจะขอให้มีการปรับเอกสาร ถ้าหากว่าได้รับความเห็นชอบให้นำเสนอต่อไป ให้ผนวก ให้อินคลูด (Include) ข้อมูลที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ การดำรงอยู่ ขอบเขตพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัย ซึ่งในปัจจุบันก็มีปัญหามาก เพราะพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัย ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมกลุ่มชนเหล่านี้ ๒-๓ ครั้ง ก็พบว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศว่า เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานทั้งนั้น ถามว่าเมื่อไปขึ้นทะเบียนแล้วกลายเป็นว่าคนเหล่านี้ถูกผลักไสออก ถูกขับไล่ออก แล้วให้เขา ไปอยู่ไหน อย่างไร แล้วความเป็นชาติพันธุ์ของเขาจะได้รับการดูแลอย่างไร ก็เลยอยากจะ ขอให้เกิดความชัดเจน แล้วมีการพูดถึงกลุ่มชนเหล่านี้ซึ่งมีหลายกลุ่มนะครับ ผมอาจจะพูดไป เพียง ๒-๓ กลุ่ม ต้องถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด แล้วจะต้องได้รับการดูแล และมีข้อมูลเหล่านี้ ในเอกสารที่ไปขึ้นทะเบียนนะครับ ไปขอขึ้นทะเบียนด้วย ไม่ใช่มองแต่เฉพาะพืช สัตว์ น้ำ แล้วก็พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทางธรณีเพียงอย่างเดียว และมองข้ามผู้คน โดยเฉพาะผู้คนที่เขา อาศัยอยู่ดั้งเดิม แล้วก็มีวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องอยู่กับพื้นที่ในบริเวณนั้น ก็อยากจะขอที่จะให้มี การเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้เอาไว้ในเอกสารให้ชัดเจนนะครับ